โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ายพลายดอกแก้วสำเร็จ! เริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ครั้งใหม่ - ควาญดูแลเต็มที่

JS100

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 21.25 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 13.34 น. • JS100:จส.100
ย้ายพลายดอกแก้วสำเร็จ! เริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ครั้งใหม่ - ควาญดูแลเต็มที่

ภารกิจการย้าย "พลายดอกแก้ว" 1 ในช้าง 2 เชือกที่มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ ของนางแสงเดือน ชัยเลิศ ขอให้นำออกจากพื้นที่ โดยภารกิจต้องเลื่อนมาแล้ว 3 รอบ วันนี้ (21 ต.ค.2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.เพจร่มแดนช้าง Tusker Shelter อัปเดตข้อมูลล่าสุดว่า "พาน้องดอกแก้ว" ขึ้นยานแม่สำเร็จ พร้อมออกรถเดินทางมุ่งหน้าสู่บ้านร่มแดนช้าง โดยภารกิจครั้งนี้มีการนำช้างชื่อ พังแม่บุญดี พลายข้ามแดน มาช่วยสร้างความคุ้นชินให้พลายดอกแก้ว พร้อมกับมีการเผยแพร่ภาพเบื้องหลังทีมงานควาญหลายคนที่เข้าช่วยในภารกิจนี้ เช่น ควาญแบงก์ ควาญแดง ควาญขลุ่ยเสือคาบดาบ ทีมงานภัทรฟาร์ม โดยการย้ายต้องค่อยพาช้างเดินออกมา โดยให้น้ำอ้อยค่อยๆพาเดินมาขึ้นรถ

ขณะที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาโพสต์เฟซบุ๊ก NuNa Silpa-archa ว่า เพราะดอกแก้ว ไม่เคยถูกฝึกมาก่อน การขนย้ายน้องจึงยากเหลือเกิน และเพราะทางทีมงานเกรงการโจมตีเรื่องใช้โซ่ จึงใช้เชือก น.ส.กัญจนา ระบุว่า ดิฉันไม่ยอมให้ฝรั่งมาชี้นำ เพราะไม่เคยขอเงินฝรั่ง ทำก็ต้องทำ คนวิจารณ์ให้ร้ายไม่ว่าทำยังไงเค้าก็หาเหตุว่าได้ตลอด เราคนไทยใช้โซ่ และตะขอก็เมื่อจำเป็น มีควาญประจำตัวช้าง ที่เป็นควาญจริงๆ ไม่ใช่แค่คนให้อาหาร และเพราะอย่างนี้ ชาวช้างไทยจึงดูแลรักษาชีวิตช้างของเรามาได้ตลอด สรุปจะใช้โซ่ เพื่อพาน้องดอกแก้วออกมาให้สำเร็จ

สำหรับการย้ายช้างพลายดอกแก้ว เกิดขึ้นหลังปมดรามาช้างจมน้ำตาย 2 เชือกจนเกิดกระแสในโซเชียลประเด็นการฝากช้างของน.ส.กัญจนา ที่มูลนิธิช้างคือพลายดอกแก้ว และพลายขุนเดช จนนำมาสู่การย้ายด่วน แต่ทั้งภารกิจ 2 ครั้งแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากช้างยังตื่น และไม่คุ้นชินกับควาญต้องปรับตัวก่อน

จากนั้นเมื่อวันที่ 19 ต.ค. เจ้าหน้าที่ยิงยาซึมเพื่อเตรียมย้ายพลายดอกแก้วแต่ไม่สำเร็จ พลายดอกแก้วยังตื่นตัว จึงต้องเว้นมาอีก 1 วันและเข้าย้ายในวันนี้ และสำเร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปยังบ้านหลังใหม่

ต่อมาเมื่อเวลา 16.50 น. พลายดอกแก้ว เดินถึงบ้านใหม่ Patara Elephant Conservation บ้านแม่คนิล อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ควาญช้างเอาพลายดอกแก้วลงจากรถตลอดการเดินทางโดยรถบรรทุก

ตลอดการเดินทางพลายดอกแก้วยืนดี สงบ และกินอาหารที่ควาญป้อนให้เป็นระยะ และเมื่อถึงบ้านใหม่ ทีมสัตวแพทย์จะยังคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ยาซึมยังมีฤทธิ์อยู่

หลังจากนั้นจะประเมิน และ ตรวจสุขภาพก่อนเข้าสู่กระบวนการดูแลช้าง ยืนยันว่าบ้านหลังใหม่มี ควาญช้างดูแล สถานที่กว้างขวาง พลายดอกแก้ว จะมีความสุขกับบ้านหลังใหม่อย่างแน่นอน

นายธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย กล่าวว่า ช่วง 8-9 ปีที่พลายดอกแก้วอยู่ในพื้นที่ตัวเดียว เทียบได้กับการอยู่คนเดียวมาตลอด ก้าวแรกที่มีช้างไปหาทำรู้จัก และก้าวแรกที่เดินออกมา เขาจึงตื่นเต้น และไม่ว่าคนอยากจะช่วยหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นช้างที่เดินทางไปไหนมาไหนได้ แต่ช่วงแรกก็อาจมีความกลัว เพราะพลายดอกแก้วมีความเป็นเด็ก

ในปางแห่งใหม่ จะมีเพื่อนร่วมวัย และพลายดอกแก้ว จะได้เรียนรู้ในขั้นตอนต่าง เขาเหมือนคนที่อยู่คนเดียวมาตลอด และมาเจอการเปลี่ยนแปลงในชีวิต นอกจากสุขภาพแล้ว และยังในภาวะจิตใจ เหมือนกับเด็กที่ไปเขาโรงเรียน แค่พูดเรียงประโยคยังไม่ถูก

ทั้งนี้ยอมรับว่า การย้ายพลายดอกแก้ว ยากกว่าช้างบ้านทุกเชือกในประเทศ และยากกว่าช้างป่าและต้องดูแลเขาต้องดูแลเต็มที่ แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ แต่ขอให้รู้ว่าเป็นความตั้งใจพาน้องไปสู่การเปลี่ยนแปลง

สำหรับภารกิจครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์หลายคนเพื่อความปลอดภัยของคนและช้าง ซึ่งประกอบด้วย น.สพ.ปรีชา พวงคำ อดีตผอ. สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง น.สพ.วัชรินทร์ หินอ่อน น.สพ. ทศพล ต่อศรี น.สพ.กัษมา เผือกแก้ว สัตวแพทย์จาก ENP ควาญช้างจากร่มแดนช้าง ควาญช้างร่วม และช้างพี่เลี้ยง พลายข้ามแดน และพังแม่บุญดีที่จะพาพลายดอกแก้วออกเดินทาง

#พลายดอกแก้ว

#ย้ายปาง

ขอบคุณภาพจาก เพจร่มแดนช้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...