ดูโหงวเฮ้ง 'ตาพายุ' ของพายุไต้ฝุ่น-เฮอร์ริเคน-ไซโคลน
พายุหมุนเขตร้อนซึ่งมีกำลังแรงระดับพายุไต้ฝุ่น (หรือที่เรียกว่า เฮอร์ริเคน ในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกตะวันออก หรือไซโคลน ในมหาสมุทรอินเดีย หรือแปซิฟิกใต้แถบออสเตรเลีย) อาจมีแง่มุมที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวอย่างเด่นชัด นั่นคือ ‘ตาพายุ’
‘ตาพายุ’ เป็นลักษณะหนึ่งซึ่งสามารถบอกพฤติกรรมของพายุได้ พูดเล่นๆ ได้ว่าเราสามารถดูโหงวเฮ้งของพายุไต้ฝุ่น (หรือเฮอร์ริเคน/ไซโคลน) ได้จากตาพายุได้นั่นเอง!
ตาพายุ (eye) เป็นบริเวณที่ค่าความกดอากาศ ณ ระดับน้ำทะเล มีค่าต่ำที่สุด สภาพลมฟ้าอากาศค่อนข้างสงบ และมีกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ล้อมอยู่โดยรอบ เรียกว่า ผนังตาพายุ (eyewall)
น่ารู้ด้วยว่าดีเปรสชั่นและพายุโซนร้อนไม่มีตาพายุ เนื่องจากเงื่อนไขไม่เอื้ออำนวย เช่น ความเร็วลมยังไม่สูงมากพอ
ตาพายุเล็กสุดราว 3 กิโลเมตร (เฮอร์ริเคน Wilma) และใหญ่ที่สุดราว 320 กิโลเมตร (ไต้ฝุ่น Carmen) แต่ตาพายุส่วนใหญ่มีขนาดในช่วง 30-65 กิโลเมตร
ลักษณะและขนาดของตาพายุสามารถบ่งบอกพฤติกรรมของพายุไต้ฝุ่น (หรือเฮอร์ริเคน/ไซโคลน) ได้ เช่น
หากตาพายุกลมใส ไร้เมฆ (a clear eye) แสดงว่าพายุมีกำลังแรง
หากตาพายุเห็นได้ไม่ชัด และมีเมฆปกคลุมอยู่ (a filled eye) แสดงว่าพายุมีกำลังอ่อน
หากตาพายุมีขนาดใหญ่ ไม่เป็นวงกลมและมีขอบขรุขระ (a large ragged eye) แสดงว่าพายุมีกำลังอ่อนหรืออ่อนกำลังลง
หากตาพายุมีขนาดเล็กมาก กลม และไร้เมฆ (a pinhole eye) แสดงว่ากำลังแรงของพายุกำลังแปรเปลี่ยนค่าอย่างรวดเร็วและทำนายได้ยาก
ขอยกพายุเฮอร์ริเคนดอเรียน (Dorian) เป็นตัวอย่าง พายุลูกนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.2019 ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนกลาง จากนั้นค่อยๆ ทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ต่อมาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยถึงระดับ 4 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และขึ้นถึงระดับสูงสุดคือ 5 เมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.2019
เฮอร์ริเคนดอเรียนมีลมกระโชกแรงสูงสุด 296 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความกดอากาศต่ำสุด 910 มิลลิบาร์ ขณะที่ขึ้นฝั่งที่เกาะเอลโบว์เคย์ ประเทศบาฮามาส
ภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งให้มุมมองที่น่าสนใจมาก คือ ภาพถ่ายจากภายในตาของพายุเฮอร์ริเคนดอเรียน ซึ่งแสดงให้เห็นผนังตาพายุอย่างอลังการ ภาพนี้ถ่ายโดยร้อยโทแกร์เร็ต แบล็ก (Garret Black) โดยเขาโพสต์ใน X (Twitter) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.2019 เวลา 04.24 น. และระบุข้อความว่า The eye of #Dorian ดู https://x.com/GBlack22wx/status/1168273327531679744
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ New York Post ได้นำไปใช้เป็นประเด็นข่าวเรื่อง Stunning photo reveals the eye of Hurricane Dorian ที่ https://nypost.com/2019/09/01/stunning-photo-reveals-the-eye-of-hurricane-dorian
ร้อยโทแกร์เร็ต แบล็ก ผู้ถ่ายภาพนี้ เป็นนายทหารนักอุตุนิยมวิทยาประจำเครื่องบินลาดตระเวน (first lieutenant and aerial reconnaissance weather officer) ของกองบินสำรวจสภาพอากาศที่ 53 (The 53 Weather Reconnaissance Squadron) แห่งกองกำลังสำรองทางอากาศ สังกัดฐานทัพอากาศคีสเลอร์ รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา
กองบินสำรวจสภาพอากาศที่ 53 เป็นหน่วยงานทหารซึ่งมีหน้าที่หลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศ โดยเฉพาะในบริเวณที่ข้อมูลสภาพอากาศทั่วไปเข้าถึงได้ยาก เช่น มหาสมุทร หรือพื้นที่ห่างไกล
หน่วยงานนี้น่าสนใจเนื่องจากมีหน่วยเฉพาะทางหนึ่งซึ่งเรียกแบบลำลองว่า Hurricane Hunters ภารกิจหลักของหน่วยงานเฉพาะทางนี้คือ เฝ้าสังเกตพายุหมุนเขตร้อนและพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง เพื่อสนับสนุนศูนย์พยากรณ์พายุหมุนเขตร้อนแห่งชาติในไมอามี หน่วย Hurricane Hunters ยังปฏิบัติภารกิจในช่วงฤดูหนาวเพื่อเฝ้าสังเกตพายุฤดูหนาวทั้งสองฝั่งของสหรัฐอเมริกา
พายุไต้ฝุ่น (เฮอร์ริเคน/ไซโคลน) อาจเกิดการเปลี่ยนผนังตาพายุ (eye wall replacement) ได้ กล่าวคือ มีผนังตาพายุเกิดใหม่ล้อมรอบผนังตาพายุเดิม พูดง่ายๆ ว่าพายุมีตา 2 ชั้น
กระบวนการเปลี่ยนผนังตาพายุค่อนข้างซับซ้อนและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ขั้นตอนหลักมีดังนี้
(1) ผนังตาพายุเดิมอ่อนกำลัง กล่าวคือ ผนังตาพายุเดิมซึ่งเป็นบริเวณที่มีลมแรงที่สุดจะเริ่มอ่อนกำลังลง ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น แรงเฉือนลม หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
(2) เกิดแถบฝนใหม่ โดยรอบๆ ผนังตาพายุเดิม จะมีแถบฝนใหม่เกิดขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น
(3) แถบฝนรวมตัวกันเป็นผนังตาพายุใหม่ : แถบฝนใหม่นี้จะค่อยๆ รวมตัวกันเป็นวงแหวนที่สมบูรณ์และกลายเป็นผนังตาพายุใหม่
(4) ผนังตาพายุเดิมค่อยๆ สลายตัวไป หลังจากที่ผนังตาพายุใหม่ก่อตัวชัดเจนขึ้น
ผมนำภาพเฮอร์ริเคนวิลมา (Wilma) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ.2005 มาให้ชมด้วย เนื่องจากภาพแสดงผนังตาพายุ 2 ชั้น อย่างชัดเจน ได้แก่ ผนังตาพายุชั้นใน (inner eyewall) และผนังตาพายุชั้นนอก (outer eyewall)
เฮอร์ริเคนวิลมาลูกนี้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ.2005 และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีระดับ 5 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม และสลายตัวไปที่สุดในวันที่ 25 ตุลาคม หลังจากขึ้นฝั่งที่รัฐฟลอริดา
น่ารู้ด้วยว่า พายุเฮอร์ริเคนจูเลียต (Hurricane Juliette) เมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ.2001 มีผนังตาพายุถึง 3 ชั้น ซึ่งเป็นกรณีที่พิเศษอย่างยิ่ง!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดูโหงวเฮ้ง ‘ตาพายุ’ ของพายุไต้ฝุ่น-เฮอร์ริเคน-ไซโคลน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com