โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูโหงวเฮ้ง 'ตาพายุ' ของพายุไต้ฝุ่น-เฮอร์ริเคน-ไซโคลน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 02.27 น.
เฮอร์ริเคนดอเรียนเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.2019 สังเกตว่าเห็นตาพายุอย่างชัดเจน

พายุหมุนเขตร้อนซึ่งมีกำลังแรงระดับพายุไต้ฝุ่น (หรือที่เรียกว่า เฮอร์ริเคน ในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกตะวันออก หรือไซโคลน ในมหาสมุทรอินเดีย หรือแปซิฟิกใต้แถบออสเตรเลีย) อาจมีแง่มุมที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวอย่างเด่นชัด นั่นคือ ‘ตาพายุ’

‘ตาพายุ’ เป็นลักษณะหนึ่งซึ่งสามารถบอกพฤติกรรมของพายุได้ พูดเล่นๆ ได้ว่าเราสามารถดูโหงวเฮ้งของพายุไต้ฝุ่น (หรือเฮอร์ริเคน/ไซโคลน) ได้จากตาพายุได้นั่นเอง!

ตาพายุ (eye) เป็นบริเวณที่ค่าความกดอากาศ ณ ระดับน้ำทะเล มีค่าต่ำที่สุด สภาพลมฟ้าอากาศค่อนข้างสงบ และมีกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ล้อมอยู่โดยรอบ เรียกว่า ผนังตาพายุ (eyewall)

น่ารู้ด้วยว่าดีเปรสชั่นและพายุโซนร้อนไม่มีตาพายุ เนื่องจากเงื่อนไขไม่เอื้ออำนวย เช่น ความเร็วลมยังไม่สูงมากพอ

ตาพายุเล็กสุดราว 3 กิโลเมตร (เฮอร์ริเคน Wilma) และใหญ่ที่สุดราว 320 กิโลเมตร (ไต้ฝุ่น Carmen) แต่ตาพายุส่วนใหญ่มีขนาดในช่วง 30-65 กิโลเมตร

ลักษณะและขนาดของตาพายุสามารถบ่งบอกพฤติกรรมของพายุไต้ฝุ่น (หรือเฮอร์ริเคน/ไซโคลน) ได้ เช่น

หากตาพายุกลมใส ไร้เมฆ (a clear eye) แสดงว่าพายุมีกำลังแรง

หากตาพายุเห็นได้ไม่ชัด และมีเมฆปกคลุมอยู่ (a filled eye) แสดงว่าพายุมีกำลังอ่อน

หากตาพายุมีขนาดใหญ่ ไม่เป็นวงกลมและมีขอบขรุขระ (a large ragged eye) แสดงว่าพายุมีกำลังอ่อนหรืออ่อนกำลังลง

หากตาพายุมีขนาดเล็กมาก กลม และไร้เมฆ (a pinhole eye) แสดงว่ากำลังแรงของพายุกำลังแปรเปลี่ยนค่าอย่างรวดเร็วและทำนายได้ยาก

ขอยกพายุเฮอร์ริเคนดอเรียน (Dorian) เป็นตัวอย่าง พายุลูกนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.2019 ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนกลาง จากนั้นค่อยๆ ทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ต่อมาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยถึงระดับ 4 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และขึ้นถึงระดับสูงสุดคือ 5 เมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.2019

เฮอร์ริเคนดอเรียนมีลมกระโชกแรงสูงสุด 296 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความกดอากาศต่ำสุด 910 มิลลิบาร์ ขณะที่ขึ้นฝั่งที่เกาะเอลโบว์เคย์ ประเทศบาฮามาส

ภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งให้มุมมองที่น่าสนใจมาก คือ ภาพถ่ายจากภายในตาของพายุเฮอร์ริเคนดอเรียน ซึ่งแสดงให้เห็นผนังตาพายุอย่างอลังการ ภาพนี้ถ่ายโดยร้อยโทแกร์เร็ต แบล็ก (Garret Black) โดยเขาโพสต์ใน X (Twitter) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.2019 เวลา 04.24 น. และระบุข้อความว่า The eye of #Dorian ดู https://x.com/GBlack22wx/status/1168273327531679744

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ New York Post ได้นำไปใช้เป็นประเด็นข่าวเรื่อง Stunning photo reveals the eye of Hurricane Dorian ที่ https://nypost.com/2019/09/01/stunning-photo-reveals-the-eye-of-hurricane-dorian

ร้อยโทแกร์เร็ต แบล็ก ผู้ถ่ายภาพนี้ เป็นนายทหารนักอุตุนิยมวิทยาประจำเครื่องบินลาดตระเวน (first lieutenant and aerial reconnaissance weather officer) ของกองบินสำรวจสภาพอากาศที่ 53 (The 53 Weather Reconnaissance Squadron) แห่งกองกำลังสำรองทางอากาศ สังกัดฐานทัพอากาศคีสเลอร์ รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา

กองบินสำรวจสภาพอากาศที่ 53 เป็นหน่วยงานทหารซึ่งมีหน้าที่หลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศ โดยเฉพาะในบริเวณที่ข้อมูลสภาพอากาศทั่วไปเข้าถึงได้ยาก เช่น มหาสมุทร หรือพื้นที่ห่างไกล

หน่วยงานนี้น่าสนใจเนื่องจากมีหน่วยเฉพาะทางหนึ่งซึ่งเรียกแบบลำลองว่า Hurricane Hunters ภารกิจหลักของหน่วยงานเฉพาะทางนี้คือ เฝ้าสังเกตพายุหมุนเขตร้อนและพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง เพื่อสนับสนุนศูนย์พยากรณ์พายุหมุนเขตร้อนแห่งชาติในไมอามี หน่วย Hurricane Hunters ยังปฏิบัติภารกิจในช่วงฤดูหนาวเพื่อเฝ้าสังเกตพายุฤดูหนาวทั้งสองฝั่งของสหรัฐอเมริกา

พายุไต้ฝุ่น (เฮอร์ริเคน/ไซโคลน) อาจเกิดการเปลี่ยนผนังตาพายุ (eye wall replacement) ได้ กล่าวคือ มีผนังตาพายุเกิดใหม่ล้อมรอบผนังตาพายุเดิม พูดง่ายๆ ว่าพายุมีตา 2 ชั้น

กระบวนการเปลี่ยนผนังตาพายุค่อนข้างซับซ้อนและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ขั้นตอนหลักมีดังนี้

(1) ผนังตาพายุเดิมอ่อนกำลัง กล่าวคือ ผนังตาพายุเดิมซึ่งเป็นบริเวณที่มีลมแรงที่สุดจะเริ่มอ่อนกำลังลง ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น แรงเฉือนลม หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

(2) เกิดแถบฝนใหม่ โดยรอบๆ ผนังตาพายุเดิม จะมีแถบฝนใหม่เกิดขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น

(3) แถบฝนรวมตัวกันเป็นผนังตาพายุใหม่ : แถบฝนใหม่นี้จะค่อยๆ รวมตัวกันเป็นวงแหวนที่สมบูรณ์และกลายเป็นผนังตาพายุใหม่

(4) ผนังตาพายุเดิมค่อยๆ สลายตัวไป หลังจากที่ผนังตาพายุใหม่ก่อตัวชัดเจนขึ้น

ผมนำภาพเฮอร์ริเคนวิลมา (Wilma) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ.2005 มาให้ชมด้วย เนื่องจากภาพแสดงผนังตาพายุ 2 ชั้น อย่างชัดเจน ได้แก่ ผนังตาพายุชั้นใน (inner eyewall) และผนังตาพายุชั้นนอก (outer eyewall)

เฮอร์ริเคนวิลมาลูกนี้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ.2005 และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีระดับ 5 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม และสลายตัวไปที่สุดในวันที่ 25 ตุลาคม หลังจากขึ้นฝั่งที่รัฐฟลอริดา

น่ารู้ด้วยว่า พายุเฮอร์ริเคนจูเลียต (Hurricane Juliette) เมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ.2001 มีผนังตาพายุถึง 3 ชั้น ซึ่งเป็นกรณีที่พิเศษอย่างยิ่ง!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดูโหงวเฮ้ง ‘ตาพายุ’ ของพายุไต้ฝุ่น-เฮอร์ริเคน-ไซโคลน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...