“หงส์ไทย” ฝ่าวิกฤต มุ่งดึงส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 50%
สัมภาษณ์
ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลก ในปี 2566 พบว่ามีมูลค่า 60.63 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 อยู่ที่ 6% ส่วนมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทยปี 2566 มีมูลค่าสูงถึง 56.94 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 อยู่ที่ 9% และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้กับผู้ค้าและนักลงทุน
เพราะเป็นสินค้าที่มีความนิยม สามารถเป็นของฝากได้ เช่น ยาดม ยาหม่อง เครื่องสำอาง ยา อาหาร จุดเด่นเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีความปลอดภัย มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ไอ หวัด และภูมิแพ้
โดยสินค้ากลุ่มนี้ยังมียอดการจำหน่ายดีที่สุดในปี 2566 โดยมูลค่าการขายปลีกเพิ่มขึ้น 11% อยู่ที่ 10.09 พันล้านบาท ทำให้แนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพร ยังเป็นที่น่าจับตามองในอนาคตอย่างมาก
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมโรงงาน และสัมภาษณ์ นายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดม ยาหม่อง ยาน้ำมัน สเปรย์สมุนไพร แบรนด์หงส์ไทย ถึงการดำเนินกิจการ เป้าหมายการเติบโตทางการตลาดสมุนไพรทาภายนอกของแบรนด์ รวมวางเป้าหมายดึงส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศให้ได้ 50% ในปี 2570
18 ปีแบรนด์ “หงส์ไทย”
หงส์ไทยเราเริ่มขายสินค้าจากการผลิตพิมเสนน้ำนำไปขายตามท้องตลาด ไม่มีแบรนด์และไม่ได้เป็นที่รู้จักให้กับร้านค้า ปั๊มน้ำมัน 10 ราย ในเขตพื้นที่พุทธมณฑล เพราะเรายังเห็นโอกาสและช่องทางจากคำบอกกล่าวของพ่อค้าที่สนใจ และก็มาถึงจุดเปลี่ยนของตลาดที่แข่งขันด้านราคามากขึ้น ตลาดรับสินค้าที่ถูกและไปขายในราคาที่สูง จากประสบการณ์ของเราที่ไม่มากพอ ทำให้เราต้องหยุดผลิตลง เพราะเราตอบสนองให้กับตลาด ณ เวลานั้นไม่ได้ ผ่านไป 2 ปีเรากลับมาขายอีกครั้งในปี 2549 ขายให้กับลูกค้ารายเดิมภายใต้แบรนด์หงส์ไทย จนมาถึงในปัจจุบัน ผ่านวิกฤตมามากน้อย 8 ครั้ง ทุกครั้งก็ผ่านมาได้ และลูกค้าก็ให้การตอบรับสินค้าเราเป็นอย่างดี
“เราได้เห็นว่าตลาดยังมีความต้องการสินค้า เราจึงกลับมา มองอนาคตและเป้าหมายการทำตลาดอีกครั้ง พร้อมจะพัฒนา ยกระดับสินค้า เพื่อตอบสนองให้กับลูกค้าเต็มที่ และเริ่มขายสินค้าในตลาดทั่วกรุงเทพ เพราะเรามีแรงบันดาลใจ ถือคติ ถ้าเราทำอะไรออกมาดี ๆ แล้วไม่มีวันตาย”
การกลับมาของหงส์ไทย ทำให้เราได้คิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกไปจำหน่าย โดยการเก็บข้อมูล ความต้องการของลูกค้า เพื่อผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับตลาดและความต้องการของผู้บริโภค เช่น กลิ่น พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้แบรนด์หงส์ไทย ไปอยู่ในใจของคนไทยจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ หงส์ไทยยังคงมุ่งพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ของเรา โดยมีคติว่า มุ่งมั่นเข้าใจ เข้าถึง ซื่อสัตย์ ยอมรับเพื่อสังคม จากที่มีพนักงานเพียง 12 คน จนมีพนักงานหลายร้อยคน ทำให้บริษัทอยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลา 18 ปี ปัจจุบัน หงส์ไทย มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรในเครือถึง 54 ผลิตภัณฑ์ ติดตลาดอยู่ 10 รายการ ในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 30 รายการ ให้ได้
ดึงส่วนแบ่งตลาด 50%
จากการเติบโต การทุ่มเทของหงส์ไทย ที่รักษาคุณภาพวัตถุดิบ การตลาด พร้อมรับฟังคำติชมจากลูกค้า ทำสินค้าเรามีคุณภาพ มาตรฐานสากล ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ส่งผลให้หงส์ไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดสินค้าสมุนไพรใช้ภายนอก ปัจจุบันอยู่ 15-20% ของตลาด และมีแนวโน้มว่าจะขึ้นถึงประมาณ 35% ภายในปี 2568 และคาดว่าในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า หรือปี 2570 หงส์ไทยจะได้ส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 50% และขยายไปตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน และก้าวสู่ตลาดโลกในอนาคต
“การรับฟังความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนำกลับมาพัฒนาเพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่ดี เพราะผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดทิศทาง การพัฒนาความชื่นชอบ ทำให้เรามีเป้าหมาย หงส์ไทย คือ ประเทศไทย ประเทศไทยมีหงส์ไทย”
แต่อย่างไรก็ดี การทำตลาดหงส์ไทยตอนนี้ขอมุ่งเป้าการทำตลาดในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แต่กำลังการผลิตไม่ตอบสนองกับความต้องการ และยังติดลบจากปี 2564 ประมาณ 10,000 โหล ขยับมามากกว่า 100,000 โหลในปัจจุบัน ทำให้ตอนนี้เรามีการลงทุนและขยายโรงงานเพิ่มเติม เพื่อรองรับตลาดและคำสั่งซื้อที่จะเกิดขึ้น
รวมไปถึงรองรับการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าจะทำตลาดได้ภายในปี 2568 นี้ ปัจจุบันสินค้าหงส์ไทย มีลูกค้าต่างประเทศสนใจ เช่น มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม ลาว แถบทวีปเอเชีย อาทิ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น ไปจนถึงกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป
ลงทุนใหม่ ดึงใจลูกค้า
หงส์ไทยได้ขยายโรงงานและกำลังการผลิตในปีนี้ บนพื้นที่ 1 ไร่ และในปี 2568-2569 จะขยายโรงงานเพิ่มอีกบนพื้นที่ 4 ไร่ เพราะเรามีเป้าหมายที่จะเติบโตและขยายตลาดทั้งภายในและต่างประเทศที่ตั้งเป้าหมายไว้
อีกทั้งหงส์ไทยยังอยู่ระหว่างนำเข้าเครื่องจักร 10 เครื่อง เพื่อมาติดสติ๊กเกอร์ รวมแล้วเราจะมีเครื่องจักรทั้งสิ้น 16 เครื่อง นอกจากนี้จะมีเครื่องต้ม เครื่องปั่น ที่เข้ามาใช้ในสายการผลิต ส่วนวัตถุดิบ เรามีการนำเข้าจากประเทศจีน เช่น เมนทอล พิมเสน การบูร และอีก 50% เป็นสมุนไพรในประเทศ ซื้อกับลูกค้าหลักที่เยาวราช 5 ราย ทำการค้าขายมากกว่า 10 ปี
“คู่ค้าของเราร่วมทำการซื้อ-ขายมานาน ทำให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่ขาดแคลนและสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ในระยะยาว อีกทั้งเป็นวัตถุดิบที่เชื่อถือ มีมาตรฐาน คุณภาพ อนาคตหงส์ไทยยังมีแผนที่จะเพาะปลูกสมุนไพรในต่างจังหวัด และเป็นการช่วยส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมทั้งขยายสาขาเพื่อรองรับตลาดต่างจังหวัด ตอนนี้มีอยู่ที่เชียงราย สกลนคร สุพรรณบุรี เป็นต้น”
โดยวัตถุดิบที่เรานำมาผลิตใช้ประมาณ 10 ตันต่อเดือน และจากการเติบโตของตลาดและความต้องการที่เพิ่มขึ้น คาดว่าภายในปลายปีนี้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้น 15 ตันต่อเดือน การที่หงส์ไทยมีการลงทุนโรงงานเครื่องจักรจะทำให้กำลังการผลิตและสินค้าออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เชื่อว่าเป้าหมายที่เราวางไว้จะดำเนินการไปได้อย่างที่ตั้งใจ
“จะเห็นว่าการทำตลาดของเราที่ผ่านมา ไม่เคยมองหรือวางเป้ารายได้เป็นตัวเลข เพราะเราให้ความสำคัญเรื่องความเชื่อมั่นและศรัทธาจากลูกค้า เราเริ่มจากเดินขายสินค้าตามท้องตลาด จนเราเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ จากมาตรฐานการทำงาน การบริการ ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่สร้างความเสียหาย สร้างความประทับใจให้ลูกค้าให้มากที่สุด ไม่เปรียบเทียบสินค้าอื่น หากจะขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราเป็นพ่อค้าจะไม่ทำร้ายใคร แม้รายได้ไม่ตอบสนองก็ตาม นี้เป็นสิ่งที่หงส์ไทยยังมั่นใจและเดินหน้าต่อไป”
เพราะเรามั่นใจว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์นี้ ซึ่งจะทำให้เราเติบโตไปได้ในทุกโอกาส
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หงส์ไทย” ฝ่าวิกฤต มุ่งดึงส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 50%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net