โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

26 ปี Great Expectations อีกหนึ่งหนังจาก Alfonso Cuarón ที่เล่าถึง ‘ความหวัง’ และการแตกสลายของมนุษย์ เมื่อพบกับ ‘ความผิดหวัง’ ได้อย่างทรงพลัง

Mirror Thailand

อัพเดต 10 ก.ย 2567 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2567 เวลา 09.10 น.
ภาพไฮไลต์

ในปี 1998 วรรณกรรมคลาสสิกชื่อ Great Expectations ที่ว่าด้วยเรื่องราว ความรักต่างชนชั้น ของ ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ (Charles Dickens) ซึ่งเขียนไว้เมื่อปี 1861 ถูกนำมาดัดแปลงเป็นหนังยาว โดยเปลี่ยนฉากหลังของเรื่องจากอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 19 มาเป็นบรรยากาศร้อนชื้นของทะเลในฟลอริดากับเมืองนิวยอร์กปี 1990s ช่วงที่โลกของงานศิลปะกำลังรุ่มรวย ผ่านการตีความใหม่โดยการกำกับของ อัลฟรองโซ กัวร็อง (Alfonso Cuarón)

แม้ว่าปีที่หนังออกฉาย Great Expectations จะไม่ค่อยได้รับความสนใจและไม่ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีสักเท่าไรนัก แถมหลายคนก็เกือบลืมไปแล้วว่านี่คืองานอีกชิ้นของผู้กำกับกัวร็อง ผู้มีผลงานชิ้นอื่นท่ีคนจดจำมากกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป Great Expectations กลายเป็นผลงานร่วมสมัยที่ถ่ายทอดความเป็น ‘มนุษย์’ ได้อย่างละเมียดละไมมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ด้วยการที่มันพูดถึง ‘ความหวัง’ และการแตกสลายของมนุษย์เมื่อพบกับ ‘ความผิดหวัง’ ได้อย่างทรงพลัง ซึ่งถึงจะผ่านมาจนวันนี้ที่หนังมีอายุครบ 26 ปีแล้ว เรากลับรู้สึกว่า Great Expectations ยังสอนบทเรียนบางอย่างแก่เราได้เสมอ

Great Expectations ฉบับหนังปี 1998 ว่าด้วยการเติบโตของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเล่าผ่านความทรงจำอันแจ่มชัดของตัวเขาเอง นับจากวันที่ ‘ฟินน์’ เด็กชายผู้มีพรสวรรค์ในการเก็บบันทึกสิ่งต่างๆ ด้วยการวาดรูป พบนักโทษชายคนหนึ่งที่เพิ่งหนีคุกออกมาแล้วขอร้องให้เขาช่วยหาเครื่องมือมางัดโซ่ตรวนที่พันธนาการอยู่และช่วยพาหนีข้ามทะเลไปให้ถึงเม็กซิโก ถึงจะหวาดกลัว แต่เด็กชายตัวนิดเดียวก็ทำตามคำสั่งของนักโทษแปลกหน้าอย่างเคร่งครัด ระหว่างทางที่เด็กชายพานักโทษนั่งเรือหนีและเจอเข้ากับตำรวจ เขาได้โยนชูชีพทิ้งไว้เพื่อหวังว่ามันจะช่วยให้นักโทษเอาตัวรอดคลื่นจากทะเล กระทั่งหลายวันถัดมา เขาพบว่านักโทษคนนั้นถูกจับกลับเข้าคุกไปรับโทษประหารเสียแล้ว โดยที่เด็กชายไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ชีวิตกำลังสอนให้เขารู้จัก ‘ความผิดหวัง’ เป็นครั้งแรก

จากตรงนั้นผ่านวันเวลามาจนความทรงจำเกี่ยวกับนักโทษแปลกหน้าเริ่มเลือนราง ฟินน์ก็พบกับรักแรกที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ‘เอสเตลลา’ เด็กหญิงจากตระกูลผู้รากมากดีที่รำ่รวยที่สุดในเมือง ถูกเลี้ยงดูโดยคุณนายดินส์มัวร์ ป้าของเธอ ผู้ที่ชาวบ้านลือกันว่าเสียสติหลังถูกเจ้าบ่าวทิ้งกลางงานแต่งงานของตัวเอง

นั่นทำให้นอกจากแมนชั่นร้างที่เคยหรูหราริมทะเล ‘ความผิดหวัง’ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในมรดกตกทอดจากป้าของเด็กสาวด้วย เมื่อเธอถูกสั่งสอนให้ ‘แก้แค้นไอ้พวกผู้ชายร้ายๆ’ ด้วยการทำอย่างไรก็ได้ให้เขาหลงรักหัวปักหัวปำ แล้วจากนั้นก็ขย้ำหัวใจเขาอย่างเลือดเย็น เหมือนกับงูที่ถูกฝึกมาให้กลืนกินหนูเป็นๆ เข้าไปทั้งตัว

“หล่อนจะหักอกเธอ” ครั้งหนึ่งคุณนายดินส์มัวร์เคยพูดกับเด็กชายฟินน์ในวันที่เขายังไม่ประสีประสาเรื่องความรักด้วยซ้ำ “แต่ถึงฉันจะเตือนเธอ ถึงฉันจะการันตีว่าหล่อนจะทำให้หัวใจเธอแตกสลายย่อยยับแค่ไหน เธอก็จะวิ่งไล่ตามหล่อนอยู่ดี…ความรักมันยิ่งใหญ่ไหมล่ะ”

Great Expectations ฉายภาพว่าความหวังนั้นยิ่งใหญ่อย่างไรเมื่อมันหล่อเลี้ยงการมีอยู่ของมนุษย์ ขับเคลื่อนให้เราหายใจ ให้เรามีแรงวิ่งตามบางอย่าง ไขว่คว้าบางสิ่ง แต่ในเวลาเดียวกันมันก็สามารถทำให้หัวใจเล็กๆ ของเราแหลกสลายได้มากมายไม่น้อยไปกว่ากัน

เช่นเดียวกับการท้าทายความเชื่อว่า ‘จงพยายามให้มากที่สุด แล้วชีวิตจะมอบสิ่งดีๆ กลับมา’ ที่มนุษย์ต่างยึดถือ ซึ่งชีวิตของตัวละครเอกอย่างฟินน์ ก็ช่วยยืนยันได้ว่าความเชื่อนี้เป็นไปได้ เมื่อเขาได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับมาในวันหนึ่ง แม้ว่าสิ่งดีๆ ที่ว่าจะไม่ได้ย้อนกลับมาในรูปแบบที่เขาต้องการ ไม่ได้คาดหวัง หรือไม่ได้มาถึงในเวลาที่ถูกต้องนัก จนอาจต้องทำใจยอมรับมันอย่างกล้ำกลืนเสียด้วยซ้ำก็ตาม

แต่บางครั้งความอันตรายของความดีงามก็หลอกล่อให้เราเกิดความ (คาด) หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ หากทำดีมากพอ พยายามมากพอ ออกเเรงไขว่คว้ามากพอ จนวันหนึ่งที่เราพบว่าแค่ความพยายามกับความดีงามก็อาจไม่ใช่สิ่งที่การันตีว่าเราจะคว้าได้ทุกสิ่งตามที่ใจปรารถนา

ความท้าทายมนุษย์อย่างเรามากที่สุดคงจะเป็นคำถามที่ว่า แล้วเรายังจะวิ่งไล่ตามความปราถนาอันลึกล้ำของตัวเองอยู่ไหม หากได้รู้ความจริงว่า แม้หัวใจที่บริสุทธิ์ที่สุดก็สามารถแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดีได้เหมือนกัน

และอำนาจของความผิดหวังอันยิ่งใหญ่จะเปลี่ยนให้เรากลายเป็นอะไร เมื่อวันแห่งความผิดหวังวันนั้นมาถึง

อย่างชีวิตของฟินน์ที่มีทั้งความหวังและหัวใจดีงามหล่อเลี้ยงชีวิตเขาไว้ แต่ในวันหนึ่งเขาเองก็ต้องถูกตบหน้าด้วยความจริงอันโหดร้ายเช่นกันว่า ถึงจะพยายามอย่างสุดกำลังแล้ว มันก็ยังพังทลายเอาได้ง่ายๆ อาจจะนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักโทษหนีคุกคนนั้นที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ ผู้เป็นเหมือนครูที่สอนบทเรียนแห่งความผิดหวังให้เขาเป็นคนแรก จนมาถึงพี่สาวคนเดียวที่รักเขามาก แต่ก็ทิ้งเขาไปแบบไม่หวนกลับตลอดกาล มาถึงเอสเตลลา หญิงสาวคนแรกและคนเดียวที่เขาตกหลุมรักจนยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมา แต่สุดท้ายก็พบว่าความรักของเขาเป็นแค่เกมที่ถูกใครบางคนกำหนดมาแล้วให้เจอกับความผิดหวัง

“คุณรู้ไหมนี่อะไร” ฟินน์ จับมือของคุณนายดินส์มัวร์มาไว้ที่หน้าอกของเขา แล้วถามหญิงชราผู้ปลูกฝังมรดกความผิดหวังให้กับหญิงสาวที่เขารัก ในคืนที่ความจริงอันโหดร้ายถูกเปิดเผย “มันคือหัวใจของผม และมันได้แตกสลายไปหมดแล้ว คุณได้ยินไหม”

จนถึงวันนี้ Great Expectations ฉบับปี 1998 ยังคงเป็นหนังที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะทฤษฎีเกี่ยวกับ ‘ความหวัง’ ที่ถูกตีความเอาไว้อย่างหลากหลาย บ้างมองว่า ‘สีเขียว’ สีที่ถูกสอดแทรกไว้แทบจะทุกซีนในหนัง มีความหมายในภาษาละตินว่า ‘ความหวัง’ และอาจเป็นไปได้ว่าตั้งใจให้ตรงกับชื่อหนังในภาษาสเปน-ภาษาแม่ของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน อัลฟรองโซ กัวร็อง ที่ว่า ‘Grandes Esperanzas’ เพราะคำว่า Esperanzas ก็แปลว่าความหวังในภาษาสเปนด้วยนั่นเอง

บ้างมองว่าสีเขียว ในเชิงสัญลักษณ์ทางศิลปะยังสื่อถึงความมีชีวิตชีวา ความเป็นหนุ่มเป็นสาว ความไร้เดียงสา และจิตวิญญาณที่ยังบริสุทธิ์ไร้มลทิน ไม่ต่างกับหัวใจของตัวละครเอกอย่างฟินน์ ที่แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่และพบเจอกับความผิดหวังแสนเจ็บปวด ทว่าแววตาของเขายังคงมีฟินน์คนเดิมที่ใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนกับเด็กๆ เป็นเนื้อแท้อยู่ในนั้นเสมอ

“เธอจะให้อภัยฉันได้ไหม” เอสเตลลา ถามชายฟินนส์ เมื่อทั้งคู่เจอกันอีกครั้งในวันที่ทุกคนต่างเติบโต และคำตอบของฟินน์ คือสิ่งที่ยืนยันว่า ไม่ว่าอย่างไรเขาจะให้อภัยเธอเสมอ ทั้งในความทรงจำ ทั้งในความจริง เพราะหัวใจที่ดี ถึงจะถูกทำให้แตกสลายแค่ไหน มันก็ยังจะเป็นหัวใจที่ดีอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยน

นั่นอาจเป็นสิ่งที่ Great Expectations กำลังบอกเราว่า การได้มาซึ่งสิ่งที่หวังนั้นสวยงามก็จริง แต่ความผิดหวังก็สวยงามในแบบของมันเองได้เหมือนกัน…

-----

Great Expectations กลับมาฉายอีกครั้งในโปรแกรมหนังคลาสสิก และยังฉายอยู่จนถึงวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ย. นี้ เวลา 19.35 น. เป็นรอบสุดท้ายที่ Doc Club & Pub

เช็กรอบหนังและซื้อบัตรได้ที่ : https://ticket.docclubandpub.com/movie/445

หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มที่ : https://ticket.docclubandpub.com/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...