สมศ. ปลื้มผลตอบรับรอบประเมินแรกปี 67 โรงเรียน “พอใจการประเมินแบบใหม่” ยกผู้ประเมินให้ข้อเสนอแนะตรงบริบท ช่วยเติมเต็มความโดดเด่นสถานศึกษาได้รอบด้าน
นายเกรียงไกร นามทองใบ รองผู้อำนวยการโรงเรียนปลาปากวิทยา จังหวัดนครพนมกล่าวว่า โรงเรียนปลาปากวิทยาเข้ารับการประกันคุณภาพภายนอกมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ซึ่งพบว่าแตกต่างจาก 4 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยรอบที่ผ่านมาจะเน้นไปที่การชี้ข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้รู้สึกคล้ายถูกจับผิดแต่สำหรับครั้งนี้จะมีลักษณะเป็นกัลยาณมิตรมากขึ้น ผู้ประเมินให้ความเป็นกันเองและให้คำแนะนำในเชิงบวก เช่น สิ่งนี้สถานศึกษาทำดีอยู่แล้ว แต่ยังสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กดดัน ส่วนเรื่องการเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการประกันคุณภาพภายนอก ทางโรงเรียนไม่ได้ต้องเตรียมการอะไร เนื่องจากโรงเรียนมีการทำงานที่เป็นระบบอยู่แล้ว อีกทั้งตัวชี้วัดจากการประกันคุณภาพภายนอกก็ไม่ต่างจากการประเมินรางวัลโรงเรียนคุณภาพ (OBEC QA) ที่โรงเรียนพึ่งมีการประเมินไปก่อนหน้า การประกันคุณภาพภายนอกจึงเพียงแค่นำงานที่มีอยู่มาจัดทำข้อมูลให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดเท่านั้น
นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การประกันคุณภาพภายนอกในครั้งนี้ ผู้ประเมินภายนอกให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า โรงเรียนมีจุดเด่นเรื่องหลักสูตรท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการทำผ้าลายคราม ซึ่งมีการทอผ้าและออกแบบบรรจุภัณฑ์แล้ว และยังสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกตามนโยบาย Learn to Earn นอกจากนี้ก็มีเรื่องการพัฒนาห้องเรียนพิเศษ เช่น ยกระดับกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการ (English Integrated Study) ให้เป็นคลาสที่สูงกว่า อย่างจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เน้นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (Mini English Program) หรือเพิ่มห้องเรียนพิเศษเฉพาะหลักสูตรอื่นๆ เช่น ห้องวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์นั้น ทางโรงเรียนได้ส่งโครงงานวิทยาศาสตร์เข้าแข่งขันและได้รับรางวัลทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ซึ่งทางผู้ประเมินภายนอกเล็งเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโรงเรียนที่สามารถพัฒนาให้เป็น Best Practice ได้ จึงให้คำแนะนำว่า ควรมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงงาน วิธีการดำเนินการ และขั้นตอนการปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนสำเร็จเป็นโครงงานนั้นๆ และจัดทำในรูปแบบข้อมูลสารสนเทศที่สะดวกในการเผยแพร่และเข้าถึง เพื่อเป็นตัวอย่างให้โรงเรียนอื่นๆ เข้ามาศึกษาและสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนของตนเอง “การประกันคุณภาพภายนอกโดย สมศ. จะแตกต่างจากการประกันคุณภาพภายในตรงที่ การประกันคุณภาพภายในเราเห็นแค่มุมมองของตัวเองเฉพาะบางเรื่อง แต่การประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. จะมองแบบภาพรวม เปรียบเหมือนกระจกที่ช่วยสะท้อนให้เห็นตัวเองในมุมมองที่ต่างออกไป ทำให้เราเห็นข้อดี ข้อด้อยของตัวเองชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังมองตามบริบทของสถานศึกษาจริงๆ มองในสิ่งที่เราถนัด ประเมินตามสิ่งที่เราถนัด พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติมช่วยให้เราเห็นทั้งจุดเด่นที่ควรส่งเสริมให้เป็น Best Practice จุดที่ต้องเติมเต็ม และจุดอ่อนที่ควรปรับปรุงแก้ไข ทำให้โรงเรียนสามารถเข้าใจบริบทของตัวเองและมีแนวทางที่ชัดเจนในการต่อยอดพัฒนาสถานศึกษาและพัฒนาผู้เรียนต่อไป” นายเกรียงไกร กล่าวปิดท้าย [gallery columns="2" size="medium" ids="76918,76921"]