โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลังประชารัฐ เตือนรัฐบาล เศรษฐกิจไทยอาจก้าวสู่จุดพลิกผัน

The Reporters

อัพเดต 01 พ.ย. 2567 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 08.07 น.

พลังประชารัฐ เตือนรัฐบาล เศรษฐกิจไทยอาจก้าวสู่จุดพลิกผัน ชี้ นโยบายเรือธงรัฐบาลเพื่อไทยยังไม่ตรงปก ไม่สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แนะแก้หนี้ครัวเรือน-กระตุ้นขีดความสามารถแข่งขัน เร่งฟื้นเศรษฐกิจ

วันนี้ (1 พ.ย. 67) เวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ ดร.อุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานร่วมศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคพลังประชารัฐ ร่วมแถลงส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลให้ตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเข้าสู่จุดพลิกผัน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ย้ำรัฐบาลต้องเร่งฟื้นคืนเศรษฐกิจ แก้หนี้อย่างจริงจัง ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ดร.อุตตม กล่าวว่า เศรษฐกิจอาเซียนเติบโตและฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น เวียดนามโต 6.1% ฟิลิปปินส์ 6.0% อินโดนีเชีย 5.0% มาเลเซีย 4.9% และสิงคโปร์ 3.0% แต่ประเทศไทยยังคงฟื้นตัวช้าและโตต่ำเพียง 2.4% สอดคล้องกับโพลสำรวจ ม.หอการค้า (ก.ย. 67) พบว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 18 เดือน เหลือ 48.8% สะท้อนความวิตกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้แจกเงิน 10,000 บาท

หากเศรษฐกิจไทยยิ่งฟื้นตัวช้า การเติบโตที่ไม่เพียงพอจะทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าและดึงดูดเงินลงทุน รวมทั้งพัฒนาประเทศ ล่าสุด IMF คาดปี 2571 ขนาดเศรษฐกิจเวียดนามและฟิลิปปินส์จะแซงไทย ขนาดเศรษฐกิจไทยจะหล่นเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน เหตุเพื่อนบ้านโตสูงกว่าไทย 2 เท่าทุกปี ขณะที่ SCB EIC เตือนไทยเสี่ยงถูกลดเครดิตเรตติ้ง สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนต้องฟื้นคืนพร้อมปฏิรูประบบเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง รัฐบาลมี 2 โจทย์ใหญ่ คือ

1.เร่งฟื้นเศรษฐกิจให้กลับคืนมาโดยเร็ว แก้หนี้อย่างจริงจัง โดยหนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก แตะระดับ 16.32 ล้านล้านบาท หรือ 89.61% ของ GDP รัฐบาลประกาศแก้หนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนลำดับแรก โดยรัฐบาลต้องปรับโครงสร้างให้ลูกหนี้สามารถชำระได้จริง พร้อมเพิ่มทักษะ สร้างโอกาสหารายได้ และต้องเริ่มจากฐานรากอย่างเท่าเทียม ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

2.เร่งยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ด้วยการเร่งลงทุนเพิ่มทักษะคนไทย สร้างความเข็มแข็งตั้งแต่เศรษฐกิจฐานรากพร้อมยกระดับศักยภาพ SME ส่งเสริมอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบภาษีอากรและงบประมาณ พร้อมสังคยานากฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพราะการส่งออกไทยฟื้นตัวช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ยอดส่งออกของไทย 9 เดือนแรก ขยายตัว 3.9% ส่วนเวียดนามและมาเลเซียพุ่ง 15.3% และ 8.4% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังขยายตัวต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลเพื่อไทยเคยประกาศนโยบายช่วงหาเสียงไว้ว่าจะลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า ลดราคาก๊าซหุงต้ม ถามว่าได้ลงมือขับเคลื่อนนโยบายตามที่ประกาศไว้หรือไม่ อีกทั้งไม่ได้กำชับให้กระทรวงพลังงานดำเนินนโยบายลดค่าครองชีพอย่างยั่งยืน หรือเป็นเพียงการอุดหนุนระยะสั้น แต่ปัญหาโครงสร้างยังมีความไม่ชัดเจน

ในการแถลงครั้งที่แล้ว ได้วิจารณ์ถึงนโยบายเติมเงินในบัตรประชารัฐ 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นการทำงานไม่ตรงปกกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่ได้เคยประกาศไว้เมื่อตอนหาเสียง เมื่อแจกเงิน 1 หมื่นบาท ในเดือนกันยายน ซึ่งนิด้าโพลบอกว่า คนเอาเงินไปใช้หนี้ ไปใช้จ่ายทั่วไป รวมถึงเป็นเงินเก็บ จึงทำให้พายุหมุนทางเศรษฐกิจไม่เกิด เงินไม่ถูกใช้เป็นทอด ๆ ขณะที่เฟส 2 ก็ยังไม่มีความชัดเจน สองนโยบายเรือธงของรัฐบาลเพื่อไทยที่ประกาศไว้ยังไม่ตรงปก ไม่สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลดำเนินโครงการที่เป็นภาคต่อของโครงการแจกเงิน 1 หมื่น ชื่อโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ ประกาศว่าจะสามารถกระตุ้นได้มากถึง 110,000 ล้านบาท รู้สึกว่าเป็นการประเมินที่เกินจริง รัฐบาลแน่ใจหรือไม่ว่าประชาชนใช้เงินกับกิจกรรมอะไร ใช้ผ่านการจัดกิจกรรมของรัฐบาลหรือไม่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาของรัฐบาลอาจไม่บรรลุเป้าหมายอย่างที่ต้องการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...