โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.ไทยพาณิชย์ เคาะจ่ายปันผล-คืนทุน 2Q67 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ-อินฟราฯ ย้ำมองกองทุนปัจจัยพื้นฐานดี แนะลงทุนสะสม

Wealthy Thai

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2567 เวลา 06.33 น.

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยค่อนข้างซบเซา ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสภาวะของตลาดทุนไทยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย กลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ SCBAM ยังสามารถสร้างผลงานได้ดี ซึ่งเป็นผลมาจากสินทรัพย์ของกองทุนภายใต้การบริหารมีความแข็งแกร่งด้านปัจจัยพื้นฐาน มีผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างเสถียรภาพและมั่นคง ทำให้กองทุนสามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนมีมติเห็นชอบการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน สำหรับงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 รอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1เม.ย. 2567 – 30มิ.ย. 2567 แบ่งเป็น 2 กลุ่มกองทุน ประกอบด้วย กองทุนประเภทโครงสร้างพื้นฐาน 1 กองทุน คือ “กองทุน DIF” (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล) และกองทุนประเภทอาคารสำนักงานให้เช่า3 กองทุนคือ “กองทุน CPNCG” (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท) “กองทุน POPF” (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ) และสุดท้าย “กองทุน SIRIP” (กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ ไพร์มออฟฟิศ) โดยทั้ง 4 กองทุนมีกำหนดปิดสมุด (XD) วันที่ 15 สิงหาคม 2567 และมีกำหนดจ่ายปันผลสำหรับกองทุน DIF ในวันที่ 5 กันยายน 2567 และกำหนดจ่ายปันผลสำหรับกองทุน POPF กองทุน SIRIP และจ่ายปันผล-คืนทุนสำหรับกองทุน CPNCG ในวันที่ 2 กันยายน 2567 นี้

(นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)

สำหรับ“กองทุน DIF” กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินเสาโทรคมนาคม โดยกองทุนมีปัจจัยพื้นฐานดีและมีความผันผวนต่ำ มีรายได้หลักที่มั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาวของผู้เช่าหลักคือ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน (TRUE) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำให้กองทุนมีโอกาสสร้างการเติบโตของรายได้จากบทบาทการใช้เครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและบริการดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นได้ อีกทั้ง ทรัพย์สินกองทุนมี Capacity สามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร 5G ได้ดี สำหรับรอบผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567กองทุนมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222บาท/หน่วย เป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 2 ในรอบปี 2567 และเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 42 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
นอกจากนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าอีก 3 กองทุน เป็นกองทุนที่ล้วนมีทรัพย์สินตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและใจกลางเมือง กองทุนแรก คือ “กองทุน CPNCG” ที่มีรายได้จากการลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานเกรดเอ ในบริเวณศูนย์การค้าของ Central Pattana ย่านเขตปทุมวัน เป็นหนึ่งในพื้นที่ทำเลดีและมีการคมนาคมที่สะดวก ทำให้ทรัพย์สินกองทุนมีอัตราการเช่าพื้นที่ถึงร้อยละ 96 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567) สำหรับรอบผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567กองทุนมีกำหนดจ่ายประโยชน์ตอบแทนรวม 0.2661บาท/หน่วย(*)ซึ่งเป็นอัตราการจ่ายที่เท่ากันกับ 1Q2567 โดยเป็นการจ่ายในรูปแบบเงินปันผลในอัตรา 0.2467บาท/หน่วย และมีกำหนดจ่ายเงินคืนทุนให้กับผู้ถือหน่วยในอัตรา 0.0194บาท/หน่วย หรือจำนวนเงิน 8,276,796.60 บาท จากการปรับประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงตามระยะเวลาสิทธิการเช่าที่คงเหลือประมาณ 8.5 ปี ซึ่งเป็นรายการที่ทางบัญชีไม่ได้มีกระแสเงินสดจ่ายออกไปจริง สำหรับการจ่ายผลเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 46 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
ลำดับถัดมา คือ “กองทุน POPF” ที่มีรายได้จากการลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงาน 3 แห่ง คืออาคารสมัชชาวานิช 2, อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ และ อาคารบางนา ทาวเวอร์ โดยทั้ง 3 อาคารตั้งอยู่บนพื้นที่ย่านธุรกิจหลัก มีความต้องการเช่าสูง อีกทั้งกองทุนมีการดูแลรักษาอาคาร รวมถึงปรับปรุงให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา กองทุนมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับรอบผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567นี้ กองทุนมีกำหนดจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนรูปแบบเงินปันผลในอัตรา 0.2900บาท/หน่วย(*)ซึ่งเป็นอัตราการจ่ายที่เท่ากับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจากปี 2566 และเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 53 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน สำหรับกองทุนอสังหาฯ ประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าลำดับสุดท้าย คือ “กองทุน SIRIP” ที่มีรายได้จากการลงทุนในกรรมสิทธิของโครงการอาคารสิริภิญโญ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ย่านธุรกิจที่กำลังเติบโตจากการขยายตัวอย่างมากของพื้นที่เมืองชั้นใน ส่งผลให้กองทุน SIRIP มีอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นสูงตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา สำหรับรอบผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567กองทุนมีกำหนดจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนรูปแบบเงินปันผลในอัตรา 0.1000บาท/หน่วย(*)ซึ่งเป็นอัตราการจ่ายที่เพิ่มขึ้นจาก 1Q2567 และเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 40 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับตลาดทุนไทย การลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีความแข็งแกร่งด้านปัจจัยพื้นฐานและมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง ยังเป็นทางเลือกที่นักลงทุนยังสามารถหาโอกาสสร้างผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวได้ดี อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจไทยก็เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการลงทุนของภาคเอกชนที่ขยายตัว ประกอบกับนโยบายส่งเสริมและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยหนุนให้ทรัพย์สินของกองทุนมีโอกาสสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้ปัจจุบันมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนมีความน่าสนใจ เมื่อพิจารณาจากราคาปัจจุบันกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ จึงมองว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นักลงทุนสามารถใช้เป็นช่องทางสร้างโอกาสรับผลประโยชน์ตอบแทนที่สม่ำเสมอ (Passive Income) จากการลงทุนในจังหวะที่รอให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ได้”

************************************************
(*) ดูข้อมูลการจ่ายปันผลกองทุน DIF, CPNCG, POPF และ SIRIP เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลกองทุน หรือดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติม ได้ที่ www.scbam.com หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ โทร. 02 7777777

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...