“เงินไม่พอใช้” ทำไงดี ? 3 หลักคิดง่ายๆ เปลี่ยนมายด์เซ็ต
ปัญหา “เงินไม่พอใช้” คงเป็นเรื่องน่าปวดใจที่หลายคนคงกำลังประสบกันอยู่ “ไม่เลือกช่วงวัย” จะวัยเริ่มทำงาน หรือ วัยเกษียณไปแล้ว ก็เจอได้ง่ายๆ ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่จู่ ๆ ก็สูงขึ้น รายได้ก็ดันลดลง หรือชีวิตที่ความต้องการสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น แต่ถึงแม้มันจะเป็นปัญหาขนาดไหนเราก็ต้องกัดฟันสู้กันต่อไป
โดยวันนี้ Wealthy Thai ก็มีหลักคิด 3 ข้อที่จะช่วยปรับความคิดของเราเพื่อที่จะไม่ต้องคอยกังวลให้เสียสุขภาพจิตและมีเงินใช้ได้เพียงพออย่างยั่งยืนในทุกช่วงเศรษฐกิจมาฝากกัน
1.แบ่งเงินเก็บไว้ก่อนเลยนะ
หลายคนที่มีรายได้ประจำก็จะเคยชินกับการที่มีรายได้เข้ามาในทุก ๆ เดือน ซึ่งอาจส่งผลทำให้ใช้เงินหมดพอดีก่อนจะถึงวันเงินเดือนออก ใช้เดือนชนเดือนไปเรื่อย ๆ แม้ผิวเผินอาจจะไม่ได้ดูเป็นปัญหาอะไร แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อซึ่งอาจจะทำให้ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน เช่น เจ็บป่วยกระทันหัน หรือตกงาน เป็นต้น
ดังนั้นเมื่อถึงวันเงินเดือนออก สิ่งที่ควรทำคือรีบแบ่งเงินออกมาเก็บไว้ก่อนส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรองเพื่อที่จะได้เป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของเรา จากนั้นค่อยนำเงินที่เหลือไปใช้จ่ายตามต้องการ
ตามสูตร “เก็บก่อนใช้” จะได้มีเงินเหลือเก็บแน่นอน ไม่ใช่ “ใช้ก่อนเก็บ” เพราะมักจะไม่มีเงินให้เหลือเก็บนั่นเอง
ส่วน “คนวัยเกษียณ” นั้น คงต้องสร้างสมดุลระหว่าง “รายจ่าย” ให้สอดรับกับ “รายได้ที่มี” ด้วยเช่นกัน เพราะวัยนี้ ถึงเวลา “กินบุญเก่า” กับเงินที่สะสมมาทั้งชีวิตแล้ว (ถ้าไม่ได้มีอาชีพหลังเกษียณ) ก็ต้องบริหารรายจ่ายให้ดีๆ เช่นกัน
2.เพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายนะ
หากมองดูรายจ่ายในแต่ละเดือนแล้วคาดว่าคงไม่สามารถแบ่งเงินมาเก็บไว้ได้แน่ ๆ สิ่งที่เราต้องทำคือ “การหารายได้เพิ่ม” ในปัจจุบันนั้นการพึ่งพารายได้ทางเดียวอาจไม่มั่นคงและมากเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการทำงานเสริม การทำธุรกิจควบคู่งานประจำ และการลงทุนในทรัพย์สินทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่อาจต้องทำเพื่อที่จะสามารถมีรายได้เพิ่มเติมเพื่อมาทดแทนส่วนที่ขาดไป
นี่รวมถึงคนใน “วัยเกษียณ” ด้วยเช่นกัน หากชีวิตหลังเกษียณคุณยังยืนยาวตามเทรนด์ใหม่ของโลกจากบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้น หรืออีกหนทางหนึ่งก็คือ “การลดรายจ่ายลง” ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวกและทำได้ทันทีและทำได้ง่ายกว่าคงมีหลายคนที่อาจจะไม่พร้อมและไม่สะดวกพอที่จะต้องสละเวลาเพื่อไปหารายได้เพิ่มเติม ดังนั้นหากมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอยู่เราก็ควรที่จะตัดออกไปเพื่อนำเงินส่วนนั้นไปใช้จ่ายกับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม “การลดค่าใช่จ่าย” แม้ทำได้ง่ายแต่ก็มี “ข้อจำกัด” เพราะยังไงคนเราก็ยังต้องใช้จ่ายเพื่อการมีชีวิตอยู่นั่นเอง ทบทวนแล้วสร้าง “สมดุล” ของรายรับ-รายจ่ายอีกสักครั้งช่วยได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม
3.ต้องวางแผนเกษียณนะ
“ใช้เงินวันนี้ มีความสุขวันนี้” ประโยคนี้คงไม่ถือว่าเกินกว่าความเป็นจริง เราคงไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าหลายคนนั้นเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน และต้องการคืนความสุขให้กับตนเองด้วยการนำเงินที่ได้ไปซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการจนหมดกระเป๋า ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิดแต่อย่างใด
แต่ถ้าหากในอนาคตเรายังมีชีวิตอยู่ สักวันหนึ่งก็จะต้องถึงคราวแก่ชรา และเมื่อถึงวันนั้นแล้วคงจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเราจะมีเงินเก็บเพียงพอ หรือสามารถทำงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือตนเองได้อย่างเพียงพอหรือไม่
ดังนั้นเราจึงควรที่จะ “วางแผนเกษียณ” ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเราจะได้สามารถใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายได้อย่างมีความสุข
และสำหรับ “คนยุคใหม่” ที่ชีวิตไม่ได้อยู่ในกรอบ “การเกษียณ” อาจไม่ใช่ทำงานไปจนอายุ 55 ปี หรือ 60 ปี ก็ได้ อาจจะเป็นการออกจากงานประจำมาทำอาชีพอิสระ หรือการต้องออกจากงานโดยไม่คาดฝัน เป็นต้น
ทำยังไง?…จะมีเงินเพียงพอ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกยาวนานของคุณก็คือสิ่งที่คนทุกช่วงวัยพึงถามตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะเรื่อง “เกษียณ” (อาจฟังดูเก่า) แต่ทุกคนต้องเจอ และไม่นานเกินรอ ไม่นาแบบที่คิดอีกต่อไป…เอาเลย “เริ่มต้นคิดตั้งแต่วันนี้” เริ่มช้า…ยังดีกว่าไม่เริ่ม
สำหรับคนที่สงสัยว่าควรเริ่ม “วางแผนเกษียณ” อย่างไร ควรเริ่มตอนไหน หรือตอนนี้สายไปหรือยังก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะในเร็ว ๆ นี้พวกเราจะมาสรุปประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการวางแผนเกษียณให้ทุกคนกัน ถ้าไม่อยากพลาดก็กดถูกใจ กดติดตาม Wealthy Thai ในช่องทางต่าง ๆ เอาไว้ด้วยนะ