โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมอเมริกาใช้รถบัสเหลือง ปลอดภัยเต็มที่เพื่อนักเรียนทุกคน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 11.44 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(เรียบเรียงโดย ปิยะธิดา ผ่านจังหาร)

คอหนังฝรั่งโดยเฉพาะหนังที่มีตัวเอกเป็นวัยรุ่นวัยเรียน คงคุ้นตากับรถนักเรียนสีเหลืองสดใสของอเมริกา ที่ไม่ว่าจะดูเรื่องไหนก็เห็นใช้รถรุ่นเดียวกันทั้งหมด รถที่เห็นนั้นเรียกว่า "National School Bus Glossy Yellow" ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1939 จนถึงปัจจุบัน มีความปลอดภัยกว่ารถทั่วไป 70 เท่า และมีราคาราว 3 ล้านบาทต่อคัน

รถบัสโรงเรียนสีเหลืองนิยมใช้มากที่สุดในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา โดยมีเด็กกว่า 26 ล้านคน ใช้รถโรงเรียนกว่า 5 แสนคัน แต่มีเพียง 3 บริษัทผลิตรายใหญ่เท่านั้นที่ถูกนำมาใช้มากที่สุด คือ Blue Bird, Thomas และ IC เงินรายได้ส่วนหนึ่ง มาจากการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้รถโรงเรียนต้องผ่านกระบวนการและข้อบังคับอย่างจริงจัง และต้องมีการออกแบบพิเศษที่ปลอดภัยสูงกว่ารถโดยสารปกติ

ด้วยน้ำหนัก 19,501-26,000 ปอนด์ ซึ่งทำให้รถพลิกคว่ำได้ยาก นอกจากนี้ รถโรงเรียนทุกคันยังมาพร้อมกับคุณสมบัติป้องกัน และมีการออกแบบตัวถังรถอย่างชาญฉลาด ประกอบด้วยล้อ เพลา และโครงอื่นๆ ที่ใช้รับน้ำหนักของรถ ตามข้อมูลของสำนักงานความปลอดภัยทางการจราจรของรัฐมินนิโซตา ตัวถังรถโรงเรียนแยกจากตัวรถ ซึ่งหมายความว่าตัวถังจะชะลอและกระจายแรงจากการชนแต่ละครั้งไปยังตัวรถทั้งคันแทนที่จะกระจุกตัวอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งทำให้รถโรงเรียนมีความแข็งแรงมากขึ้น

เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทางรัฐทุ่มทุนจ่ายในการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบรัดไหล่กับรถโรงเรียนราคากว่า 7,000-10,000 ดอลลาร์ต่อคัน ถือเป็นการลงทุนที่มีราคาแพง แต่ก็คุ่มค่า เพราะเข็มขัดนิรภัยบนรถโรงเรียนรถบัสโรงเรียนใช้เทคโนโลยีพิเศษที่เรียกว่าระบบแบ่งช่องที่นั่ง ซึ่งเป็นระบบป้องกันผู้โดยสารแบบพาสซีฟเพื่อปกป้องเด็กๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เบาะที่นั่งของรถบัสโรงเรียนทำด้วยโครงเหล็กที่ดูดซับพลังงานและพนักพิงเบาะสูง และยึดแน่นกับพื้นรถโรงเรียน นักเรียนได้รับการปกป้องภายในช่องที่นั่งเช่นเดียวกับไข่ที่บรรจุในกล่องกระดาษ หากเกิดเหตุขึ้นเข็มขัดนิรภัยจึงช่วยลดอาการบาดเจ็บหรืออาจช่วยชีวิตเด็กๆให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ระบบป้องกัน แบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้

ด้านการออกแบบ

  • รถมีสีเหลืองสว่างสดใส มองเห็นชัดเจน
  • สีเหลืองตัดกับข้อความสีดำที่เป็นตัวหนังสือแล้วเห็นชัดที่สุด
  • สีเหลืองเป็นสีที่มองเห็นได้ง่ายในทุกสภาพอากาศ
  • มีป้ายเตือนหยุดและไฟกะพริบ ใช้ในการแจ้งให้รถคันอื่นๆ ให้หยุด เมื่อเด็กๆ เดินขึ้นหรือลงรถ

ด้านการป้องกันอุบัติเหตุและไฟไหม้

  • มีเบาะนั่งชิดพนักพิงสูง ป้องกันเด็กในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
  • มีหน้าต่างที่แข็งแรง ทนทานต่อการกระแทกโดยไม่แตกร้าว
  • มี GPS ติดตามผ่านแอปพลิเคชัน และแจ้งเตือนผู้ปกครองเมื่อรถใกล้ถึงจุดรับส่ง
  • มี RFID หรือระบบเก็บข้อมูลเพื่อเช็กเด็กขึ้นลงรถ และมีกล้อง ตรวจตราติดตามพฤติกรรมของนักเรียนและคนขับ
  • ภายในรถใช้วัสดุกันไฟ เพื่อชะลอการแพร่กระจายของไฟ
  • มีระบบดับไฟอัตโนมัติ และระบบป้องกันการลุกไหม้ของถังน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ติดตั้งทางออกฉุกเฉินหลายแห่ง เช่น ประตูหลัง ช่องหลังคา และหน้าต่างด้านข้าง

ด้านข้อบังคับ

  • มีมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ (FMVSS) ที่เฉพาะเจาะจง เช่น การป้องกันการชน มาตรฐานการเบรก และความแข็งแรงของโครงสร้าง
  • มีความเข้มงวดและถูกตรวจสอบบ่อยกว่ารถโดยสารปกติ
  • มีการฝึกอบรมคนขับอย่างละเอียด วิธีการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และต้องมีใบขับขี่เชิงพาณิชย์พิเศษ

นอกจากนี้คนขับยังมีบทบาทสำคัญ คือผู้ที่ควบคุมรถบัสต้องมีความเอาใจใส่และมีทักษะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยขนส่งเด็กๆ จำนวนมากไปโรงเรียนอย่างปลอดภัยในแต่ละวัน ที่ American Student Transportation จึงสนับสนุนคนขับเพื่อทำงานให้ดีขึ้น โดยมีทรัพยากร ดังนี้

  • จ่ายค่าจ้างรายสัปดาห์และมีการแข่งขัน
  • การฝึกอบรมที่มีค่าตอบแทน
  • มีทีมจัดส่งที่ตอบสนองความต้องการ
  • ช่วยเหลือในขั้นตอนการขอใบอนุญาต การเรียนรู้วิธีการเป็นคนขับรถบัสไม่ใช่เรื่องง่าย
  • ชุมชนที่อบอุ่นและเป็นมิตร
  • ระบบ GPS บนรถบัสทุกคัน และผลประโยชน์ที่ดี

อ้างอิง: American Student Transportation, Education Week, NTSB, Money Disruptor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...