โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกษาดูงานประเทศเกาหลีใต้ เหลียวหลังมองประเทศไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 02.17 น.

หมายเหตุ : บทความเผยแพร่ครั้งแรก 13/09/2024

ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานกับหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 1 รุ่นเดียวกันกับท่านนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบัน สมาชิกหลักสูตรจำนวน 150 คน แบ่งเป็น 5 เส้นทางในการศึกษาดูงาน กลุ่มผมได้ไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศเกาหลีใต้

ประเทศเกาหลีใต้ หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) เป็นประเทศทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี มีเนื้อที่ประมาณ 100,032 ตารางกิโลเมตร เทียบกับประเทศไทยแล้วมีขนาดเพียง 1 ใน 5 ของประเทศไทย แต่มีประชากรมากถึง 52 ล้านคน และมีขนาด GDP ประมาณ 1.721 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประเทศไทย 3 เท่า โดยประมาณ

ประวัติศาสตร์ของชาติเกาหลีใต้ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เคยตกเป็นเมืองขึ้นของจีนและญี่ปุ่น และในยุคภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดสงครามตัวแทนระหว่าง สหรัฐอเมริกา และโซเวียต ในปี ค.ศ.1943 สหรัฐอเมริกาเข้าควบคุมภาคใต้และโซเวียตเข้าควบคุมภาคเหนือของคาบสมุทรเกาหลี เกิดยุคสงครามเกาหลีขึ้น กินระยะเวลาเกือบ 10 ปีเต็ม กว่าจะมีการทำสนธิสัญญายุติสงครามในวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ.1953

ซึ่งสนธิสัญญาครั้งนั้นฝ่ายเกาหลีใต้โต้แย้งมาโดยตลอด เพราะสนธิสัญญาดังกล่าวมีการลงนามจากฝ่ายเกาหลีเหนือโดย คิม อิล ซุง จากฝ่ายจีน และจากฝ่ายสหรัฐอเมริกาในนามของสหประชาติ (UN) โดยไม่มีฝ่ายเกาหลีใต้ร่วมลงนามด้วย

คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมเขตปลอดทหาร หรือที่เรียกกันว่า DMZ (Demilitarised Zone) จากประวัติศาสตร์อันขมขื่น รัฐบาลเกาหลีใต้สามารถเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างน่าอัศจรรย์ ณ เส้นแบ่งเขตแดนที่เส้นรุ้ง 38 องศา (ที่ลากไม่ค่อยขนานกับเส้นรุ้งเท่าไหร่) ห่างจากเส้นแบ่งเขตแดนออกมาข้างละ 2 กิโลเมตร เป็นเขตปลอดทหาร (DMZ) ถัดจากนั้นออกมานิดหน่อย เกาหลีใต้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีการสร้างกระเช้าและพิพิธภัณฑ์เพื่อรำลึกถึงสงครามอันเลวร้ายครั้งนั้น ที่ครั้งหนึ่งคนเกาหลีด้วยกันเองต้องจับอาวุธห้ำหั่นระหว่างกันเอง

ระหว่างศึกษาดูงาน ณ เขตปลอดทหาร ทางคณะได้รับเกียรติจากคุณ ลี โช จิน ผู้จัดการการท่องเที่ยวของจังหวัดคย็องกี (Gyeonggi Province) เป็นผู้บรรยายพิเศษแก่คณะ ซึ่งปัจจุบันเธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งย้ายมาประจำการที่กรุงเทพมหานครในตำแหน่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวจังหวัดคย็องกีประจำประเทศไทย

นั่นจึงทำให้ผมทราบว่า ประเทศเกาหลีใต้มุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่ละจังหวัดมีการแข่งขันส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดของตนเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติ

นอกจากนั้น ยังมีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

นับเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง

พอกล่าวถึงการท่องเที่ยวแล้ว คงจะหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงเศรษฐกิจของเกาหลีใต้คงจะเป็นไปไม่ได้

ในอดีต ปี ค.ศ. 1953 ภายหลังสงครามเกาหลี ประเทศเกาหลีใต้เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก โดยในขณะนั้นมี GDP ต่อหัวต่ำกว่าประเทศเฮติและประเทศโซมาเลีย (ซึ่งแน่นอนว่าต่ำกว่าประเทศไทยด้วย) ปัจจุบัน 70 ปีผ่านไป GDP ต่อหัว แซงหน้าประเทศไทยไปไกลถึงกว่า 4 เท่า

จากอดีตอันขมขื่นทำให้ประชาชนร่วมใจสามัคคี ประเทศเกาหลีใต้มีความเป็นชาตินิยมในระดับเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น ประชาชนมักเลือกสนับสนุนสินค้าภายในประเทศมากกว่าการบริโภคสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และภาครัฐบาลมีวิสัยทัศน์พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถยืนหยัดและมีความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก

เนื่องด้วยคาบสมุทรเกาหลีมีความตึงเครียดด้านภัยความมั่นคงทั้งจาก จีน เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา อยู่เสมอ เกาหลีใต้จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลก็สนับสนุนเพื่อให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการทหารเกิดขึ้นในประเทศ และสามารถผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงมากเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ

จนในปัจจุบันเกาหลีใต้สามารถส่งออกสินค้ายุทธภัณฑ์ทางทหารไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

คณะได้เยี่ยมชม บริษัท LIG Nex1 ซึ่งเป็นผู้ผลิตขีปนาวุธสัญชาติเกาหลีใต้ น่าเสียดายที่บริษัทไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอ จึงไม่สามารถนำมาให้ท่านผู้อ่านรับชมได้

ต่อจากนั้นได้เยี่ยมชมบริษัท DongAh Elecomm บริษัทผลิตอุปกรณ์ power supply และระบบไฟฟ้า ซึ่งผลิต power supply สำหรับเป็นชิ้นส่วนขีปนาวุธ และในขณะเดียวกันก็ผลิต power supply สำหรับเชิงพาณิชย์ควบคู่กัน

ซึ่งจุดนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธที่สำคัญของรัฐบาล คือ การอุดหนุนเอกชนผ่านงบประมาณด้านการทหาร และผลลัพธ์คือเทคโนโลยีขั้นสูงในเชิงพาณิชย์เป็นผลพลอยได้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ในการเยี่ยมชมบริษัท DongAh Elecomm รองประธานให้เกียรติบรรยายอย่างเปิดอกว่า ทุกอย่างเริ่มต้นที่วิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) ทั้งนั้น มิฉะนั้นก็เริ่มนับหนึ่งไม่ได้ จากนั้นรัฐบาลต้องสนับสนุนสินค้าในประเทศ มิฉะนั้นจะไม่สามารถพัฒนาสินค้าเพื่อต่อยอดได้ และสิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระลึกไว้เสมอคือ “ประสบการณ์หาซื้อไม่ได้” ฟังแล้วโดนใจวิศวกรอย่างผมเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้ง AIS DTAC และ True ต่างนำเข้าอุปกรณ์เสาส่งสัญญาณ 5G LTE จากบริษัทนี้ และประเทศไทยยังไม่มีผู้ผลิตสินค้านี้ทั้งที่เป็นสินค้าที่จำเป็นในโครงข่ายโทรคมนาคม

ในด้านการเมือง คณะได้เยี่ยมชม กระทรวงรวมชาติ (Ministry of Unification) มีจุดมุ่งหมายเพื่อการรวมเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เป็นหนึ่งเดียว นอกจากนั้น คณะได้เยี่ยมชม บ้านบลูเฮาส์ (Blue House) ซึ่งแปลมาจากภาษาเกาหลี คำว่า ชองวาแด (Cheongwadae) ซึ่งแปลตามคำศัพท์ว่า บ้านสีน้ำเงิน เป็นทำเนียบประธานาธิบดี ผมเถียงกับไกด์ว่าหลังคาน่าจะเป็นสีเขียวมากกว่าสีน้ำเงิน ซึ่งไกด์ก็เห็นด้วย ด้านหลังของบ้านบลูเฮาส์เป็นภูเขาบกฮันซาน จึงคาดว่าน่าจะมีฮวงจุ้ยดีเยี่ยม แต่กลับมีประธานาธิบดีที่ประสบความสำเร็จทางการเมืองเพียงไม่กี่ท่าน และส่วนใหญ่จบชีวิตทางการเมืองไม่สวยงาม

ปัจจุบัน ประธานาธิบดี ยุน ซ็อก-ย็อล ได้ส่งมอบบ้านบลูเฮาส์คืนให้แก่ประชาชนเพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะ และย้ายทำเนียบประธานาธิบดีไปที่อื่น ซึ่งมีข่าวแว่วมาว่าเชื่อหมอดู จริงเท็จประการใดไม่อาจทราบได้

ประธานาธิบดี ยุน ซ็อก-ย็อล เคยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดในรัฐบาลประธานาธิบดี มุน แจ-อิน และเคยประกาศว่าจะไม่ลงเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่สุดท้ายต้องยอม “เสียสัตย์เพื่อชาติ”

ขากลับผมแยกตัวไปห้างปลอดภาษีใกล้ๆ สนามบิน จึงทำให้ผมได้รู้ว่า “Cash is king” ใช้ไม่ได้ที่เกาลหลีใต้ เพราะขึ้นรถเมล์ต้องจ่ายเงินผ่านบัตรเท่านั้น ไม่รับเงินสด สุดท้ายจึง “อดขึ้น” เกือบตกเครื่องบิน

เสียดายที่พื้นที่หมดลงแล้ว จึงไม่ได้เล่าถึงพลังของ Soft Power ของเกาหลีใต้ พลังแบรนดิ้งที่ทรงอานุภาพที่สุดของเอเชีย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศึกษาดูงานประเทศเกาหลีใต้ เหลียวหลังมองประเทศไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...