“สหรัฐ-ญี่ปุ่น” จับมือข้อตกลงการค้า-แร่ธาตุ 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ย้ำพันธมิตรแข็งแกร่งที่สุดในโลก
"สหรัฐ-ญี่ปุ่น" จับมือข้อตกลงการค้า-แร่ธาตุ 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ย้ำพันธมิตรแข็งแกร่งที่สุดในโลก ทรัมป์ประกาศพร้อมช่วยเหลือญี่ปุ่นทุกทาง ชื่นชมแผนเพิ่มงบกลาโหมเป็น 2% ของจีดีพี
วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 10.02 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวยกย่องพันธมิตรระหว่างสหรัฐ–ญี่ปุ่น พร้อมชื่นชม นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของญี่ปุ่น ที่มีแผนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างจริงจัง ระหว่างการพบหารือกันที่กรุงโตเกียว
ทรัมป์กล่าวว่า “ผมอยากบอกว่าทุกครั้งที่คุณมีคำถาม มีข้อสงสัย หรือต้องการความช่วยเหลือใด ๆ จากสหรัฐ เราจะอยู่เคียงข้างญี่ปุ่นเสมอ …เราคือพันธมิตรในระดับที่แข็งแกร่งที่สุด”
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยความมั่นใจว่าสหรัฐและญี่ปุ่นได้ก้าวข้ามความขัดแย้งทางการค้าที่ผ่านมา และกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่า“เราจะมีการค้าร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นจะยิ่งแน่นแฟ้นกว่าที่เคยเป็นมา”
ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในเอกสารด้านการค้าและแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) เพื่อสานต่อข้อตกลงทางการค้าที่เจรจาไว้ภายใต้รัฐบาลชุดก่อนของญี่ปุ่น โดยมีสาระสำคัญคือการร่วมมือด้านภาษี การขนส่ง และการลงทุน รวมถึงคำมั่นคลุมเครือที่ญี่ปุ่นจะจัดสรรเงินลงทุนกว่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการของสหรัฐ
อย่างไรก็ตามเอกสารจากทำเนียบขาวระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน โดยเนื้อหาด้านการค้าระบุเพียงว่าทั้งสองประเทศรับทราบด้วยความพึงพอใจถึงความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว และยืนยันพันธสัญญาอันแน่วแน่ในการดำเนินการตามข้อตกลงการค้า ส่วนข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญก็มีเพียงการให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันด้านการอนุญาต การจัดหาเงินทุน และการจัดทำแผนที่แหล่งแร่ โดยไม่มีรายละเอียดด้านปริมาณหรือระยะเวลาดำเนินการ
การพบกันครั้งนี้เน้นบรรยากาศมิตรภาพมากกว่าการเจรจาเชิงเทคนิค ทาคาอิจิกล่าวว่าจะเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (Nobel Peace Prize) เพื่อยกย่องบทบาทด้านการทูตของผู้นำสหรัฐ ส่วนทรัมป์มอบหมวกกอล์ฟลายปักคำว่า “JAPAN IS BACK” สีทอง ให้กับนายกรัฐมนตรีหญิงเป็นที่ระลึก
ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างทาคาอิจิกับอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของสหรัฐที่ถูกลอบสังหารเมื่อปี 2565 โดยระบุว่า “ทุกสิ่งที่ผมรู้จากชินโซและคนอื่น ๆ บอกได้ว่าคุณจะเป็นหนึ่งในนายกรัฐมนตรีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของญี่ปุ่น”
ทาคาอิจิยังมอบพัตเตอร์และถุงกอล์ฟที่ลงนามโดยฮิเดกิ มัตสึยามะ แชมป์เดอะมาสเตอร์ส ให้กับทรัมป์เป็นของขวัญเชิงสัญลักษณ์
หลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ทั้งคู่ได้พบกับครอบครัวของชาวญี่ปุ่นที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวในทศวรรษ 1970–1980 ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองในญี่ปุ่น
ทรัมป์ระบุว่า เขาพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่และสหรัฐจะยืนเคียงข้างญี่ปุ่นในทุกทาง แม้จะไม่ได้จัดประชุมกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือระหว่างการเดินทางครั้งนี้ โดยกล่าวเพียงว่า “ผมยังไม่มีเวลาจัดนัดหมาย แต่เราจะดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป”
ช่วงบ่าย ทั้งคู่มีกำหนดร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ และเยี่ยมชมเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS George Washington ที่ฐานทัพเรือโยโกสุกะ ทางตอนใต้ของโตเกียว
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า “ทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐได้พัฒนาเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และร่วมกันเราจะมีส่วนในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพของโลก …ในฐานะผู้นำ ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง”
การพบปะครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของผู้นำหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากกรณีอื้อฉาวเรื่องกองทุนลับ (Slush Fund) ที่ทำให้รัฐบาลก่อนหน้าต้องลาออกถึงสองชุด ทาคาอิจิกำลังเร่งดำเนินการตามข้อตกลงการค้ากับสหรัฐควบคู่กับการเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้ถึง 2% ของจีดีพีภายในเดือนมีนาคมปีหน้า เร็วกว่ากำหนดเดิมถึงสองปี เพื่อรับมือภัยคุกคามจาก จีนและเกาหลีเหนือ
เธอกล่าวในรัฐสภาเมื่อวันศุกร์ว่า “ฉันตั้งใจจะฟื้นพลังแห่งการทูตของญี่ปุ่น ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และผลักดันความร่วมมือกับสหรัฐ เพื่อบรรลุเป้าหมายอินโด-แปซิฟิกเสรีและเปิดกว้าง”
ทั้งนี้การเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนเอเชีย 3 ประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเริ่มต้นจากมาเลเซีย เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) และจะปิดท้ายด้วยการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในระหว่างการประชุมสุดยอด เอเปก (APEC Summit)
อ้างอิง : www.bloomberg.com