Self-love และ Self-care ของผู้หญิง 12 คน ส่วนหนึ่งจาก Mirror Wellness Journey : Fuel your body mind and soul ที่เชื่อว่าการดูแล ‘สุขภาพกายและใจ’ ควรเดินเคียงคู่ไปพร้อมกัน
‘สุขภาพกาย’ และ‘สุขภาพใจ’ เป็นรากฐานสำคัญที่สุดของมนุษย์ทุกคน ซึ่งเราเชื่อว่าสองสิ่งนี้จะทำให้ทุกๆ คนมีแรงทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองฝัน ไปจนถึงยังสามารถมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนรอบข้างที่รัก หรือกระทั่งทำอะไรดีๆ เพื่อจุดประกายการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคมได้ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราชาว Mirror Thailand จัดอีเวนต์ Mirror Wellness Journey : Fuel your body mind and soul ขึ้นมาในวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ณ โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok ที่ชวนคนรัก 40 คนมาร่วมทำ 7 กิจกรรมดูแลสุขภาพใน 1 วันเต็ม ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่อให้ทุกคนได้รับเอเนอร์จี้ดีๆ และแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกจริงๆ โดยกิจกรรมประกอบด้วย
1. Morning Rave Coffee จิบกาแฟพร้อมฟังเพลงรีมิกซ์แบบสดๆ จาก DJ Jira ตอบโจทย์เทรนด์การหันมาปาร์ตี้กันตอนเช้าแทนตอนกลางคืนโดยไม่ทำลายสุขภาพ เพราะเราอยากชวนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเวลา ‘ตอนเช้า’ กันมากขึ้น
2. คลาส Pilates โดย The Breathing Room Studio ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนพิลาทิส เพื่อสร้างความแข็งแรงทางกาย เพิ่มการยืดหยุ่น พร้อมฝึกลมหายใจ
3. Ice Bath โดย Moonzpell Studio ช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายและบำบัดกล้ามเนื้อด้วยการแช่ตัวในถังน้ำแข็ง ที่ต้องอาศัยความกล้าและสติเพื่อให้เราสงบนิ่งและอยู่กับตัวเองจริงๆ (ผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายคนก็ลองทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก!)
4. Sauna เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดความเครียด และขับพิษออกจากร่างกาย
5. Special Lunch ด้วยเมนู ‘กินดี’ เพื่อสุขภาพ แต่ที่สำคัญยังต้อง ‘อร่อย’ ณ ห้องอาหาร Stock.Room โดยเชฟมืออาชีพของ Kimpton Maa-Lai
6. Sound Healing หลับตาแล้วให้คลื่นพลังงานเสียงบำบัดจิตใจให้สงบ โดย Ratha Healing และ Vita Balance
7. Wine & Flower Arranging จิบไวน์จาก Kimpton Maa-Lai พร้อมเรียนรู้การจัดดอกไม้ โดย Attend
และนี่คือเสียงส่วนหนึ่งจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเราได้ไปนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงแง่มุมการรักตัวเองด้วยการหันมาดูแลสุขภาพกายและใจให้ดีและมั่นคงที่สุด เพราะในโลกที่แสนวุ่นวาย การไม่ลืมที่จะหาเวลาดีๆ สักแป๊บ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ให้เราได้ทำเพื่อตัวเองบ้าง นั่นคือโมเมนต์ที่พิเศษที่สุดอย่างหนึ่งเลยแหละ
1. ‘คุณโยเกิร์ต ณัฐฐชาช์’ กับการก้าวออกจาก comfort zone
“การออกจาก comfort zone ในสิ่งที่ไม่เคยทำ โยรู้สึกว่าชีวิตเรามีแค่ชีวิตเดียว การที่เราได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเองอยู่แล้ว คือลองทำแค่ครั้งเดียวก็ได้ ไม่ชอบก็แค่ไม่ต้องทำต่อ โยเลยจะเป็นคนที่เปิดใจตลอด คอยทำตัวเองเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเอง”
“อย่างการไปไหนมาไหนคนเดียว ก่อนหน้านี้เราอาจจะมีคนที่ไปด้วยตลอด แต่หลังๆ มา มีโอกาสทำอะไรคนเดียวเยอะแยะมากมาย ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งใน comfort zone ที่เรากล้าก้าวออกมา พอทำอะไรคนเดียว ก็รู้สึกว่าเราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น เรียนรู้ความต้องการของตัวเองมากขึ้น อย่างการออกกำลังกาย จริงๆ จะไปคนเดียวก็ไปได้นะ ไม่มีปัญหาเลย แต่ก็มีเพื่อนที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กัน ที่สามารถชักชวนกันไปได้ แต่ถามว่าให้ทำคนเดียวมีปัญหาไหม ทำได้ สบายมาก ดีซะด้วย เพราะมันได้อยู่กับตัวเองจริงๆ”
2. ‘คุณเกมส์ ภาพิมล’ กับการให้ความสำคัญกับช่วงเช้าและการใช้ชีวิตคนเดียว
“ช่วงนี้จะชอบใช้เวลาตอนเช้าคนเดียว ตื่นมา 6-7 โมง แล้วก็ออกไปเดินในกรุงเทพฯ ไปสวนสาธารณะ ไปนั่งอ่านหนังสือ นั่งฟังเพลง กินกาแฟคนเดียว เกมส์มองว่าตอนเช้าเป็นช่วงโมเมนต์ที่ peaceful มาก”
“การได้ออกไปใช้ชีวิตคนเดียว สำหรับเกมส์มันทำให้เราได้กลับมา reconnect กับตัวเอง เมื่อก่อนเราอาจจะใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวังของคนอื่น เคยตามเพื่อน ตามแฟน เคยติดอยู่ในลูปที่ไม่กล้าทำอะไรคนเดียว ไม่กล้ากินข้าวคนเดียว ไม่กล้าไปดูหนังคนเดียว ไม่กล้าไปเที่ยวคนเดียว แต่พอช่วงนี้ได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริงๆ มีเวลาที่จะใช้ชีวิตคนเดียวจริงๆ มันทำให้เรารู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องรอคนอื่นตลอดเวลา เราทำคนเดียวได้นะ ตกลงเราทำเพื่อตัวเองหรือทำเพื่อใครกันแน่ พอมันปลดล็อกก็ทำให้เกมส์มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น สงบมากขึ้น”
3. ‘คุณแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส’ ที่ prioritize เรื่องสุขภาพให้เป็นส่วนหนึ่งในรูทีนประจำวัน
“บางคนอาจมองว่าการออกกำลังกายดูเป็นเรื่องเครียด สำหรับแอน มันเป็นเรื่อง priority ว่าเราจะ prioritize สุขภาพเราขนาดไหน เวลามันเป็น priority มันจะกลายเป็นเรื่องชิล มันจะเป็นอะไรที่เราจะไม่ต่อรองกับตัวเอง และเราก็จะสามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพราะมันทำแบบไม่คิดอะไรแล้ว”
“เราจะออกกำลังกายแล้วไม่เครียด อย่างแรกเราต้องรักในสิ่งที่เราออกก่อน เราต้องหาอะไรที่เหมาะสมสำหรับเรา บางคนชอบวิ่ง มันคือการนั่งสมาธิของเขาในแบบหนึ่ง บางคนชอบยกเวท เพราะมีความเครียดเยอะ ก็เลยต้องระบายออก แอนจะชอบวิ่งกับยกเวทมาก”
“แต่บางคนก็ออกกำลังกายจนกลัวอาหาร เราต้องมองว่าอาหารไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวก่อน เพราะร่างกายเราก็เหมือนรถ ถ้าไม่มีน้ำมันที่เป็นอาหาร มันไม่สามารถขยับได้ ไม่สามารถทำอะไรได้ หัวใจเรา การหายใจเรา การขยับตัว มันต้องการอาหารเพื่อที่จะสามารถไปต่อได้ ถ้าเรามองมุมนี้ เราจะกล้ากินมากขึ้น แอนเป็นคนเลือกกินดี ไม่ใช่ว่าคุมนะ แต่แอนเห็นผลในร่างกายตัวเองชัดเจนมาก เช่น ออกกำลังกายแอนจะกินอะไรที่มีคาร์บหนักหน่อย เพื่อจะเอามาเป็นพลัง จะได้ยกได้หนักขึ้น วิ่งได้นานขึ้น หลังจากนั้นแอนจะเลือกกินอะไรที่โปรตีนสูง เน้นโปรตีนมากๆ ไม่ใช่อิ่มนานอย่างเดียว แต่มันสามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อเราได้ ทำให้เราปวดตัวน้อยลง”
“บางคนฟิคซ์ตัวเลขน้ำหนักมากไป อยากจะบอกว่าความเครียดมันทำให้เราลดน้ำหนักยากขึ้น อย่าไปฟิคซ์ โฟกัสความรู้สึก แอนไม่เครียดเรื่องตัวเลขเลย เพราะยิ่งกล้ามเนื้อมากขึ้น ตัวเราจะยิ่งหนักขึ้น เราต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำหนักตัวทั้งหมด มันไม่ใช่แฟตทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ มันไม่ต้องคิดมากแล้ว เอาสุขภาพดีไว้ก่อน ตัวเลขไม่เกี่ยว”
4. ‘คุณนินนิน Blacklist Secret’ กับการไม่กลัวหรือปิดโอกาสที่จะลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ
“การที่เราลองทำอะไรใหม่ๆ มันทำให้เราได้ก้าวข้ามผ่านอะไรบางอย่างไปอีกหนึ่งสเต็ป อาจจะทำให้เราค้นพบตัวเองในอีกแง่มุมหนึ่งก็ได้ เราเลยไม่กลัว และไม่กังวลที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ไม่คาดหวังด้วยว่าจะเจออะไร แต่พร้อมลุยเสมอ มันต้องลอง โอกาสมาแล้ว ก็กระโดดเข้าไปเลย ไม่ปฏิเสธ ลองย้อนกลับไปดูสิ ทุกครั้งที่เราได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เราจะเจออะไรใหม่ๆ เสมอ แล้วบางทีมันอาจจะนำทางเราไปสู่เส้นทางใหม่ๆ ด้วย”
“ก่อนหน้านี้นินไม่เคยไปออกกำลังกายกับคลาสอื่นนอกบ้านเลย ส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า ทำไมเราจะต้องแต่งตัว เพื่อที่จะไปออกกำลังกายที่คลาส วุ่นวายจัง ทำไมเราไม่ออกเองที่บ้าน มันก็ออกกำลังกายเหมือนกัน แต่ปีนี้นินรู้สึกว่า อยากลองออกจากความคิดของตัวเอง แล้วก็พาตัวเองไปเจอบรรยากาศใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ กลุ่มคนใหม่ๆ ที่เขารักสุขภาพเหมือนกัน พอเราไป เราก็ได้เจอกลุ่มคนเหล่านั้น คนที่รักสุขภาพ สนใจในเรื่อง wellness ซึ่งสามารถ inspire กันและกันได้”
5. ‘คุณเจน’ ที่เชื่อว่ารากฐานของทุกสิ่งคือสุขภาพกายและใจ
“การที่เรามีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี มันเป็นรากฐานของทุกๆ สิ่ง ไม่ว่าจะตอนตื่น หรือตอนหลับ เราต้องแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ถ้าเรามีความแข็งแรงตรงนี้ ไม่ว่าเราจะอยากออกไปทำอะไร เราจะไปถึงตรงนั้นได้ เพราะนอกจากเราจะต้องใช้ชีวิตแล้ว เราก็ต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นให้ได้ด้วย สุขภาพองค์รวมของเราจึงต้องแข็งแรงจริงๆ ไม่ว่าจะมีเรื่องเครียด หรือวันที่เรามีความสุข เราจะต้องทำทุกวันให้เรามีความแข็งแรงค่ะ”
6. ‘คุณเฟื่องลดา สรานี’ ผู้เชื่อว่าผู้หญิงจะแข็งแรงได้มากขึ้นถ้ามีสุขภาพกายและใจที่ ‘พร้อม’
“การที่สุขภาพกายใจดีเป็นพื้นฐานของการที่เราจะเหลือพลังงานไปทำเพื่อคนอื่น ถ้าสุขภาพไม่ดี เราอาจไม่สามารถขับเคลื่อนในสิ่งที่เชื่อได้เต็มที่ เราอาจหมดแรงกลางทาง อย่างเราก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องของเพื่อนหญิงพลังหญิง เราเป็นนักธุรกิจและเป็นผู้หญิงที่ทำงานด้านเทคโนโลยี การดูแลรากฐานและรู้จักแต่ละพาร์ทของร่างกายเป็นอย่างดีจึงสำคัญมาก เพราะในโลกที่เราต้องขับเคลื่อนด้วยหัวเยอะ ถ้าใช้แค่หัวอย่างเดียว มันอาจไม่เวิร์ก เพราะหัวไม่ใช่ทั้งหมดของความจริง เรียนรู้ที่จะฟังร่างกายมากกว่าฟังหัวบ้าง ฟังอารมณ์ความรู้สึก ฟัง trauma หรือฟังใจของเราบ้าง แล้วเรียนรู้ตัวเองเยอะๆ เพื่อนำไปสู่การดูแลมันให้แข็งแรงมากขึ้นจริงๆ”
7. ‘คุณนุ้ย’ กับการลองทำ Ice Bath ครั้งแรกเพื่อฝึกสมาธิ
“สำหรับเรา การได้ทำ Ice Bath มันช่วยฝึกสมาธิ เพราะมันต้องใช้ความอดทนนิดหนึ่งกว่าจะผ่านเส้นตรงนั้นไปได้ นี่ก็เป็นครั้งแรกของเรา จริงๆ ก็มีประหม่านิดหนึ่ง แต่เราชอบลองอยู่แล้ว คิดแค่ว่า ไม่เป็นอะไร ถ้าทำไม่ได้ เดี๋ยวก็ลองใหม่ การได้ฝึกสมาธิในสังคมที่วุ่นวายแบบนี้มันดีมากๆ ปกติงานที่ทำจะมีคำสั่งตลอดเวลา จะต้องหายใจลึกๆ และจัดแจงความคิด การฝึกสมาธิจึงช่วยให้วันของเรามัน productive ขึ้น”
8. ‘คุณซี’ กับครั้งแรกที่ได้ลอง Sound Healing เพื่อลดความตึงเครียด
“Sound Healing ครั้งนี้คือครั้งแรกของเรา มันช่วยให้ relax ถ้าเรามีความเครียด เหมือนเราได้หยุดช่วงเวลาหนึ่งแล้วพักสมอง พักใจ ปัจจุบันคนเราคงมีเรื่องทำให้เครียดเยอะจากหน้าที่การงานและชีวิตประจำวันเป็นปกติ อย่างตัวเรา เป็นคนออกกำลังกายหนักด้วยแทบจะทุกวัน หลังเลิกงาน ก็ต้องเวทเทรนนิ่ง การได้ลองหาช่วงเวลาที่ไม่ให้ร่างกายมันเครียดมากเกินไปก็เป็นอะไรที่ดีมากๆ สำหรับเรา เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราเครียดเกินไป มันจะไปต่อไม่ได้”
9. ‘คุณแพร’ ที่ชอบคลาสพิลาทิส เพราะทำให้ได้โฟกัสตัวเองจริง
“ปกติเล่นพิลาทิสอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่า เวลาเรียนพิลาทิส เราจะต้องโฟกัสเกี่ยวกับการหายใจ คือชีวิตตอนนี้มันอาจจะวุ่นวายจนบางทีเราไม่ได้โฟกัสกับตัวเองจริงๆ จังๆ เพื่อนที่เรียนอยู่แล้วก็แนะนำให้เราลองดู พอได้ลองและทำมาต่อเนื่อง มันก็สร้างความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ได้โฟกัสกับตัวเอง เหมือนบางทีเราหยุดความคิดในหัวไม่ได้ เรากำลังคิดอะไรอยู่สักอย่างหนึ่งตลอดเวลา แต่พอเราไปเล่นพิลาทิส มีคุณครูที่คอยบอกให้เราโฟกัสลมหายใจ จังหวะที่เราอยู่ตรงนั้น เราก็ลืมเรื่องกังวลหรือเรื่องเครียด หรือเรื่องที่หยุดคิดไม่ได้ไปเลย”
10. ‘คุณบัว’ สาวญี่ปุ่นที่เชื่อในการกินดี
“การที่เราได้กินอาหารดีๆ มีคุณภาพ อาจจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ไม่ว่าจะดีในแง่ของโภชนาการ มีโปรตีน มีผัก อย่างช่วงไหนป่วยง่าย หรือไม่ค่อยมีเวลา แล้วกินแต่ขนมปัง ถ้ามีโปรตีน ผัก เข้ามาช่วย เราก็จะได้สารอาหารที่ทำให้ร่างกายเราดีมากขึ้น”
11. ‘คุณเมย์’ ที่มองการออกกำลังกายเป็นช่วงเวลาที่ได้พักจากโซเชียลฯ
“การดูแลสุขภาพกายใจคือหนึ่งในการทำเพื่อตัวเอง สมมติเราเหนื่อยจากงานมา เรามาทำเพื่อสุขภาพกายใจด้วยการออกกำลังกาย หรือไปพบปะเพื่อน ก็จะทำให้เราเล่นโซเชียลฯ น้อยลง การที่เราโฟกัสที่โซเชียลฯ มากเกินไป มันส่งผลต่อเราเยอะนะ อาจจะทำให้เราไม่ได้อยู่กับตัวเอง ยิ่งเราเสพสื่อมากไปมันก็อาจกลายเป็นความท็อกซิก การได้อยู่กับตัวเองเราจะได้รู้ว่าเราต้องการอะไร และชอบอะไรจริงๆ โดยที่ไม่ตามคนอื่นในโซเชียลฯ เพราะบางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าอันนี้ต้องมีนะ เพราะเทรนด์นี้กำลังมา พยายามทำตาม ซื้อตาม จนไม่ได้โฟกัสจริงๆ ว่าเราชอบสิ่งนั้นจริงๆ ไหม หรือเราแค่ตามคนอื่น แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ชอบเลย”
12. ‘คุณมะเหมี่ยว’ ที่มอง Ice Bath เป็นแบบทดสอบความกล้าเพื่อให้หันมาอยู่กับร่างกายตัวเอง
“การลง Ice Bath ต้องใช้ความอดทน ข่มใจให้ผ่าน 1 นาทีครึ่งแรกไปได้ ตอนแรกเกือบจะยอมแล้ว จะลุกขึ้นแล้ว แต่พอเราผ่านไปได้ มันก็ทำให้จิตใจเราโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่เขวไปเรื่องอื่น คิดที่ตัวเราก่อน ฝึกสมาธิด้วย ช่วยทำให้เราได้ไตร่ตรองว่าเราอยากทำสิ่งไหนให้สำเร็จโดยไม่มองรอบข้าง เพราะปัจจุบันเราเจอเรื่องรอบข้างที่เข้ามาในหัวเยอะ”
บทความต้นฉบับได้ที่ : Self-love และ Self-care ของผู้หญิง 12 คน ส่วนหนึ่งจาก Mirror Wellness Journey : Fuel your body mind and soul ที่เชื่อว่าการดูแล ‘สุขภาพกายและใจ’ ควรเดินเคียงคู่ไปพร้อมกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เกาหลีใต้เริ่มนับคู่รักเพศเดียวกันที่อยู่กินด้วยกันว่าคือ ‘คู่สมรส’ เป็นครั้งแรกในการสำรวจสำมะโนประชากร
- Emma Watson แชร์มุมมองผ่านรายการพอตเเคสต์ On Purpose เรื่องความสัมพันธ์และการแต่งงาน ซึ่งอาจไม่ใช่เช็คลิสต์สำคัญของชีวิต
- Hailey Bieber ตอบกลับคนบอกว่าเธอเหมือนทรานส์ ว่าสำหรับเธอ นี่ไม่ใช่คำด่า
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com