โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'อาจารย์อัมมารที่ผมรู้จัก (1)'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 03.07 น.

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

‘อาจารย์อัมมารที่ผมรู้จัก (1)’

เวลาระลึกนึกถึงคนดีๆ ที่ฉลาด เราจะมีความสุข….

ข่าวการจากไปอย่างสงบของอาจารย์อัมมาร สยามวาลา เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ผมนึกถึงท่าน แล้วก็อมยิ้มอย่างอุ่นใจ (نَّالِلَّٰهِوَإِنَّاإِلَيْهِرَاجِعُون เราเป็นของอัลเลาะห์ และกลับไปสู่อัลเลาะห์)

ผมประสบพบเห็นอาจารย์อัมมารเป็นครั้งแรกเมื่อราว 49 ปีก่อน

ตอนนั้นเป็นปี พ.ศ. 2519 ผมกำลังเข้าเรียนธรรมศาสตร์ปีสอง ขณะที่อาจารย์อัมมารเป็นหนุ่มใหญ่วัย ประมาณ 37 ปีและสอนหนังสืออยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นั่นเป็นยุคสมัยกระแสความคิดสังคมนิยมจากจีนและอินโดจีนสะพัดแรงหลังเหตุการณ์นักศึกษาประชาชนลุกฮือโค่นเผด็จการทหารสามทรราชหลัง 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ผมก็เข้าทำกิจกรรมการเมืองกับเพื่อนๆ ตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ยกร่างแถลงการณ์ พิมพ์ดีด โรเนียว แจกจ่าย ติดโปสเตอร์ ร่วมชุมนุมเดินขบวน สนทนาหาเสียงกับเพื่อน นักศึกษา ช่วยติวเพื่อนๆ ที่โดดเรียนไปทำกิจกรรม ฯลฯ พร้อมกับติดตามฟังการอภิปรายทางการเมืองในธรรมศาสตร์ ที่มีชุกชุมทุกบ่อย อ่านพ็อกเก็ตบุ๊กทางแนวคิดทฤษฎีที่ทะลักล้นแผงหนังสือออกมา บวกกับหนังสือหนังหาวิชาการ ฝรั่งซึ่งเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในห้องสมุด

(สัมมนาประชานิยมอย่างเฮฮาที่ TDRI : นิธิ, ผู้เขียน, ภิญโญ, อัมมาร, สมเกียรติ 30 พฤษภาคม 2556 https://prachatai.com/journal/2013/05/46972)

(www.ryt9.com/s/prg/165557 & https://www.komchadluek.net/scoop/392931)

จําได้ว่ามีการอภิปรายทางวิชาการ-การเมืองครั้งหนึ่งราวต้นปี 2519 เกี่ยวกับมรรควิธี (methodology) การศึกษาค้นคว้าทางสังคมศาสตร์ ผมจำชื่อหัวข้อแน่ๆ ไม่ได้เสียแล้ว แต่ทำนองว่าเปรียบเทียบวิพากษ์วิจารณ์แนวทาง วิธีการศึกษาแบบประสบการณ์นิยม/ประจักษ์นิยม (empiricism) ของวิชาสังคมศาสตร์กระแสหลัก กับวิภาษวิธี (dialectics) ของลัทธิมาร์กซ์ โดยผู้จัดเชิญอาจารย์อัมมารมาร่วมอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางวิธีการศึกษาแบบแรกบนเวทีห้องประชุมตึก เอ.ที.

(อนึ่ง ตึก เอ.ที.เป็นห้องประชุมรูปทรงอัฒจันทร์ขนาดกลาง จุคนได้ราวร้อยกว่าสองร้อยคน ตั้งอยู่ระหว่างตึก คณะเศรษฐศาสตร์กับตึกสถาบันภาษา ซึ่งกลายมาเป็นที่ตั้งอาคารหอสมุดปรีดี พนมยงค์ ส่วนหนึ่งในปัจจุบัน โดยถูกรื้อไปในปี 2537 ดูภาพประกอบ)

ผมเข้าร่วมฟังการอภิปรายครั้งนั้นด้วย เนื้อหาว่าอย่างไรจำไม่ได้แล้วครับ (ต้องขออภัย) แต่ที่จำได้ติดตาตรึง ใจคือมีพี่อนุช อาภาภิรม บรรณาธิการหนังสือชัยพฤกษ์และชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ของบริษัทไทยวัฒนาพานิช ตั้งแต่ ก่อน 14 ตุลาฯ ผู้กลายมาเป็นหัวเรือใหญ่ทางความคิดทฤษฎีของปัญญาชนหัวก้าวหน้าสมัยนั้น เดินเข้ามาในห้อง ประชุมท่ามกลางสายตาของผู้ฟังที่มีโหรงเหรงบางตา

พอได้ที่นั่งแล้ว พี่อนุชก็หยิบสรรนิพนธ์เหมา เจ๋อตง พากย์ไทยปกอ่อนสีขาวพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แสงตะวัน (4 เล่มชุดโดยแต่ละเล่มแบ่งพิมพ์เป็นตอนต้นกับตอนปลายรวมเป็น 8 ตอน) มาวางกองบนโต๊ะสูงเบ้อเริ่มอย่างท้าทาย โลกวิชาการกระฎุมพีบัดเดี๋ยวนั้น (https://www.the101.world/the-octobrists-and-maoism/)

แน่นอนละครับในฐานะลูกศิษย์ประธานเหมาฯ ที่ดี ผมย่อมเห็นคล้อยตามพี่อนุชกว่าอาจารย์อัมมาร และคงพูดอะไรทำนองนั้นไปในที่ประชุมบ้าง แหะๆ

สองสามวันถัดจากการอภิปราย ผมกำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงตึก อมธ. (องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ชั้นล่างข้างสนามฟุตบอล หน้าห้องทำงานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งผมเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการอยู่ ก็เห็นอาจารย์อัมมารเดินเข้าธรรมศาสตร์มากับหนุ่มน้อยชาวภารตะคนหนึ่ง (ชะรอยจะเป็นลูกศิษย์หรือ ผู้ช่วยหรือญาติของอาจารย์ก็ไม่ทราบได้)

ระหว่างท่านเดินผ่านหน้าตึก อมธ. ก็เผอิญได้สบตากัน ท่านจับจ้องทำท่าว่าจำผมได้จากในห้องอภิปราย และยิ้มให้ ผมก็ยิ้มรับ

ผมไม่ทันได้มีโอกาสติดตามเข้าพบเพื่อขอสนทนาวิสาสะกับอาจารย์อัมมารมากไปกว่านั้น ก็เผอิญเกิดเหตุ-การณ์ 6 ตุลาฯ 2519 เสียก่อน

อีกนานหลายปีดีดักทีเดียวละครับ (ร่วมสองทศวรรษ) หลังจากผมเข้าป่า ออกจากป่า กลับมาฟื้นคืนสภาพ เป็นนักศึกษาผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เรียนจบ สอบเข้าเป็นอาจารย์ ไปเรียนต่อคอร์เนลล์ จนจบกลับมาสอนหนังสือที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่ผมจะได้มีโอกาสพบเจออาจารย์อัมมารอีก

นั่นเป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540 ที่ทุนนิยมไทยประสบมรสุมวิกฤตการเงินหนักหนาสาหัสปางตาย ฟองสบู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการเงินการธนาคารแตกโพละ สินค้าส่งออกสะดุดชะงักและเริ่มลดต่ำ บรรยากาศ เศรษฐกิจและการเมืองตอนนั้นมืดมนหม่นหมอง เหมือนคนไทยทั้งประเทศพลัดหลุดเข้าไปในอุโมงค์มืด มองไม่เห็น แสงสว่างปลายทางว่าอยู่ไหน จะหลุดรอดออกจากอุโมงค์ได้เมื่อไหร่อย่างไร ค่าเงินบาทก็ลดเอาๆ จาก 25 บาทไปเป็น 50 กว่าบาท/US$ ขณะหนี้สินที่ธุรกิจไทยกู้ยืมต่างชาติมาในรูป US$ เพิ่มทวีมูลค่าบาทเป็นเท่าตัว ธุรกิจร้านรวง ธนาคารพากันเจ๊งเป็นทิวแถว ผู้คนตกงานเกลื่อนกลาด พากันกลับบ้านนอกชนบทไปหาทางยังชีพอยู่รอด ฯลฯ

ที่ผมประทับใจจำได้ติดตาตอนนั้นคือในบรรดานักเศรษฐศาสตร์ไทยทั้งหลาย มีแค่สองคนที่ออกมาเรียกร้อง รัฐบาลนายกฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธก่อนวิกฤตเดือนกรกฎาคมปีนั้นว่าต้องทยอยลดค่าเงินบาทแล้ว พยุงอัตราแลก เปลี่ยนคงที่เดิมไว้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ได้แก่ ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร กับอาจารย์อัมมาร สยามวาลา แต่รัฐบาลและกลุ่มทุนลูกหนี้ US$ ทั้งหลายหน้ามืดไม่รับฟัง

ดังนั้นหลังฟองสบู่แตก หนี้ต่างประเทศท่วมท้นล้นเกิน เงินตราต่างประเทศสำรองเหือดคลัง รัฐบาลต้องขอ เข้าโครงการเงินกู้ฉุกเฉิน IMF รับเงื่อนไขเข้มงวดทางการเงินการคลัง (วางยาเกินขนาดและผิดขนาน) เพื่อเอาเศรษฐกิจรอด อาจารย์อัมมารก็กลายสภาพเป็น “นักบุญผู้ช่วยชี้ทางรอด” (Saint Saviour) ทางเศรษฐกิจกลายๆ คำให้สัมภาษณ์คาดการณ์แนะนำของท่านทางสื่อต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์แทบจะเป็น “ธัมมวจนะ” ที่ นักการเมืองนักธุรกิจคนทำมาหากินชาวบ้านร้านตลาดคอยสดับตรับฟังหูผึ่งทั่วบ้านทั่วเมือง

โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์เข้าร่วมคณะกรรมการศึกษาและเสนอแนะนำมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการเงินของประเทศ (ศปร.) เพื่อจัดทำรายงานผลการวิเคราะห์และวินิจฉัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจ (TDRI, 2541 https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2013/02/PO3.pdf) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อสรุปบทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งออกมาอย่างครอบคลุมทั่วด้านเป็นระบบไว้ให้แก่สังคมเศรษฐกิจไทยในภายภาคหน้า (ดูเพิ่มเติมใน 15 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 : ประเทศไทยอยู่ตรงไหน, สำนักข่าว ไทยพับลิก้า, 2556)

ช่วงนั้นเอง โดยผ่านอาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ พี่และเพื่อนอาจารย์ร่วมคณะข้างห้อง ผู้เป็นลูกศิษย์และอิสลามิกร่วมศรัทธาของอาจารย์อัมมาร อาจารย์อัมมารได้ฝากข้อความมาถึงผมว่าท่านได้อ่านและชื่นชอบซาบซึ้ง บทความชิ้นหนึ่งในคอลัมน์หนังสือพิมพ์มติชนรายวันของผมเกี่ยวกับวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นพิเศษ

มันเป็นบทความที่ลงในมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ชื่อ “ทำใจอย่างไรเมื่อฟองสบู่แตก?” (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อาจารย์อัมมารที่ผมรู้จัก (1)’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...