โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

วิธีเก็บรักษา "องุ่น" ให้อร่อย พร้อมเคล็ดลับการเก็บทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็ง

sanook.com

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 06.40 น. • Sanook
แนะนำเคล็ดลับและข้อควรระวังในการเก็บองุ่นทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็งอย่างเข้าใจง่าย

เคยมีประสบการณ์ซื้อองุ่นมาแล้วเสียเร็วหรือไม่?

องุ่นเป็นผลไม้ที่บอบบาง แต่หากเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถคงความอร่อยได้นานขึ้น อีกทั้งวิธีเก็บยังแตกต่างกันไปตามขนาดของผลและวัตถุประสงค์การใช้

บทความนี้จะแนะนำเคล็ดลับและข้อควรระวังในการเก็บองุ่นทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็งอย่างเข้าใจง่าย พร้อมไอเดียการใช้ประโยชน์เมื่อได้องุ่นมาปริมาณมาก เพื่อให้คุณเก็บและใช้ได้คุ้มค่าที่สุด

เพียงใส่ใจเล็กน้อย คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับองุ่นทุกเม็ดได้อย่างสดชื่นและอร่อยจนเม็ดสุดท้าย

องุ่นควรเก็บในตู้เย็นทันที

แม้องุ่นสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ แต่จะไม่คงความสดนาน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน องุ่นจะเสียเร็ว ดังนั้นหลังซื้อควรรับประทานโดยเร็วที่สุด

เมื่อเก็บ ควรหลีกเลี่ยงการล้างน้ำก่อนเก็บ และห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือถุงพลาสติกเพื่อป้องกันการแห้ง เน้นเก็บในที่ร่มหรือในตู้เย็นเพื่อคงความสด

ผิวองุ่นมักมีฝ้าขาว เรียกว่า “คาฟุน” หรือ “บลูม” เป็นสารธรรมชาติที่ออกมาจากเปลือก ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำและรักษาความสด ชาวสวนจึงระมัดระวังไม่ให้ฝ้านี้หลุดตอนเก็บ

ฝ้าขาวนี้มักเข้าใจผิดว่าเป็นสารเคมีตกค้าง แต่จริงๆ ไม่มีอันตราย และถือเป็นสัญญาณของความสด จึงไม่จำเป็นต้องขัดออกเมื่อจะรับประทาน

เคล็ดลับเก็บองุ่นให้อร่อยในตู้เย็น

สำหรับองุ่นลูกเล็ก เช่น เดลาแวร์ ให้ห่อเป็นพวงด้วยกระดาษครัวอย่างเบา ๆ แล้วใส่ในภาชนะสำหรับเก็บอาหารก่อนนำไปแช่เย็น

สำหรับองุ่นลูกใหญ่ เช่น โคโช ให้ตัดแต่ละเม็ดออกจากก้านด้วยกรรไกร วางบนกระดาษครัวในภาชนะโดยไม่ให้เม็ดทับกัน

ไม่ว่าจะเก็บแบบใด ควรหลีกเลี่ยงการล้างน้ำก่อนเก็บ ล้างก่อนทานเท่านั้น และควรคัดเม็ดที่เน่าเสียออกก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดอื่นเสียตาม

แม้เก็บในตู้เย็น ความสดจะลดลงตามเวลา จึงควรรับประทานภายในประมาณ 1 สัปดาห์

Bruno Scramgnon

เคล็ดลับเก็บองุ่นให้อร่อยแบบแช่แข็ง

  • องุ่นลูกเล็ก

เริ่มจากล้างองุ่นให้สะอาดเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก จากนั้นเช็ดน้ำให้แห้งด้วยกระดาษครัว แล้วห่อแต่ละพวงด้วยแรป

ใส่ลงในถุงเก็บอาหาร ดันอากาศออกให้หมด แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีซ

องุ่นแช่แข็งสามารถเก็บได้นานประมาณ 1 เดือน สามารถทานแบบไม่ต้องละลาย รสชาติเหมือนไอศกรีมชอร์เบต์

โดยเฉพาะองุ่นลูกเล็ก เช่น เดลาแวร์ สามารถทานทั้งเปลือกได้ แม้แช่แข็ง พอใช้มือหยิบ ความร้อนจากร่างกายจะทำให้เปลือกละลายและลอกง่าย

  • องุ่นลูกใหญ่

สำหรับองุ่นลูกใหญ่ ควรถอดเม็ดออกจากพวงก่อนเก็บ

ใช้กรรไกรตัดแต่ละเม็ดออกจากก้าน ล้างน้ำให้สะอาด เช็ดให้แห้งด้วยกระดาษครัว วางเรียงในถุงเก็บอาหารโดยไม่ให้เม็ดทับกัน แล้วนำไปแช่แข็ง

เก็บได้นานประมาณ 1 เดือน

ก่อนทาน สามารถราดน้ำเล็กน้อยบนเม็ด เพื่อให้เปลือกปอกง่าย โดยเฉพาะบริเวณก้นเม็ด

หากวางทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีหลังนำออกจากช่องแช่แข็ง องุ่นจะมีเนื้อกรอบเหมือนไอศกรีมชอร์เบต์ สามารถเพลิดเพลินเป็นของว่างเย็นสดชื่นได้

Suzy Hazelwood

วิธีใช้ประโยชน์จากองุ่นจำนวนมาก

เมื่อมีองุ่นเยอะ ไม่จำเป็นต้องทานสดเพียงอย่างเดียว คุณสามารถเพิ่มขั้นตอนเล็กน้อยเพื่อเพลิดเพลินในหลายรูปแบบ

หากต้องการเก็บได้นานและรสชาติเข้มข้น สามารถทำเป็น แยม หรือ คอมโพต์ ทั้งสองแบบเก็บรสของผลไม้ได้ดี ทานคู่กับขนมปังหรือโยเกิร์ตก็เข้ากัน

หากอยากทานเย็นสดชื่น ลองทำ องุ่นแช่แข็ง, เยลลี่, หรือ ชอร์เบต์

  • องุ่นแช่แข็งสามารถทานเป็นไอศกรีมชอร์เบต์ได้เลย

  • เยลลี่จะสวยงาม เหมาะสำหรับเสิร์ฟแขก

  • หากนำองุ่นแช่แข็งไปปั่นในเครื่องปั่น ก็จะได้ชอร์เบต์เนื้อเนียนง่าย ๆ

องุ่นเป็นผลไม้ที่ยืดหยุ่น สามารถทำทั้งของคาวและของหวานได้ ลองปรับวิธีตามความชอบและโอกาสเพื่อความสนุกในการทานให้เต็มที่

Lisa from Pexels

การเก็บองุ่นไชน์มัสแคทให้อร่อย: แนะนำเก็บในตู้เย็น

สำหรับองุ่นไชน์มัสแคท ควรตัดแต่ละเม็ดออกจากก้านด้วยกรรไกรแล้วเก็บในตู้เย็น วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เม็ดบอบช้ำหรือเน่าเสีย

องุ่นไชน์มัสแคทมีจุดเด่นที่ความกรอบ สดชื่น และกลิ่นหอมละมุน แต่หากแช่แข็ง รสชาติและเนื้อสัมผัสอาจเสียไป จึงไม่เหมาะกับการเก็บแบบแช่แข็ง

เคล็ดลับคือควรรับประทานองุ่นไชน์มัสแคทในตู้เย็นโดยเร็วที่สุด เพื่อเพลิดเพลินกับรสชาติที่ดีที่สุด

วิธีเก็บองุ่น: แนะนำแช่เย็นหรือแช่แข็ง

เพราะองุ่นเก็บได้ไม่นาน ควรรับประทานโดยเร็วที่สุด หากทานไม่หมด สามารถเก็บในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งได้

นอกจากนี้ การเลือกวิธีเก็บตามขนาดของเม็ด จะช่วยรักษาความสดและเนื้อสัมผัสได้นานยิ่งขึ้น

  • แช่เย็น: ประมาณ 1 สัปดาห์

  • แช่แข็ง: ประมาณ 1 เดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...