โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” เอนเอียงหนุนปูติน เรียกร้องยูเครนยก “ดอนบาส” แลกยุติสงคราม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 03.25 น.

"ทรัมป์" เอนเอียงหนุนปูติน เรียกร้องยูเครนยก “ดอนบาส” แลกยุติสงคราม ท่ามกลางความวิตกจากนักวิเคราะห์ว่าทรัมป์อาจถูกชักจูงโดยปูติน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 21.25 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงท่าทีโน้มเอียงสนับสนุนวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียมากขึ้น ขณะพยายามหาทางยุติสงครามในยูเครนอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความกังวลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนอย่างเห็นได้ชัด

ทรัมป์ได้พบกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ โดยมีประเด็นการจัดส่งขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลของสหรัฐ “โทมาฮอว์ก” (Tomahawk) เป็นหัวข้อสำคัญในการหารือ อย่างไรก็ตามเซเลนสกีออกจากการประชุมครั้งนี้โดยไม่ได้รับขีปนาวุธดังกล่าว และยังถูกทรัมป์ตำหนิ พร้อมเรียกร้องให้ยูเครนยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียเพื่อยุติสงคราม ด้วยการยกดินแดนภาคตะวันออกทั้งหมดของดอนบาสให้รัสเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบหลักในขณะนี้

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในสุดสัปดาห์ว่า พื้นที่ดอนบาสควรถูกตัดแบ่งตามสภาพปัจจุบัน

“ตอนนี้มันถูกแบ่งแล้ว รัสเซียครอบครองไปประมาณ 78% ของพื้นที่” ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ “พวกเขาควรหยุดตรงแนวรบตอนนี้… กลับบ้าน หยุดฆ่าคน แล้วจบเรื่องซะ”

ระหว่างการประชุมกับเซเลนสกี ทรัมป์ยังเตือนว่าปูตินได้โทรศัพท์คุยกับเขาเป็นเวลานานเมื่อวันพฤหัสบดี โดยทั้งสองตกลงจะพบกันแบบตัวต่อตัวที่ประเทศฮังการี และปูตินขู่ว่ารัสเซียจะทำลายยูเครน หากยูเครนไม่ยอมรับข้อเรียกร้องนั้น

รายงานจาก Financial Times (FT) ระบุว่าการพบกันระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีกลายเป็นการโต้เถียงเสียงดัง โดยทรัมป์“พูดคำหยาบตลอดเวลา” ตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการประชุม ขณะที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่าการพบปะดังกล่าวเป็นการพูดคุยที่น่าสนใจและเป็นมิตร แต่ยอมรับว่าได้แนะนำอย่างหนักแน่นให้ทั้งสองฝ่ายยุติสงคราม พร้อมระบุว่า “ให้ทั้งคู่ต่างอ้างชัยชนะ แล้วปล่อยให้ประวัติศาสตร์เป็นผู้ตัดสิน!”

ด้านเซเลนสกีให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press ของ NBC News (ที่บันทึกไว้หลังการพบกับทรัมป์) ว่า“เรายังไม่แพ้สงครามนี้ และปูตินก็ยังไม่ชนะ” พร้อมกล่าวอย่างมุ่งมั่นว่า แม้ยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจนเรื่องขีปนาวุธโทมาฮอว์ก แต่ก็ยังมองในแง่ดีอย่างน้อยประธานาธิบดีทรัมป์ก็ไม่ได้พูดคำว่า ‘ไม่’… แม้วันนี้ยังไม่ได้พูดว่า ‘ใช่’

เซเลนสกียังระบุว่าเขาพร้อมจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่กรุงบูดาเปสต์ ซึ่งทรัมป์และปูตินวางแผนจะพบกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ยังไม่แน่ชัดว่าเขาจะได้รับเชิญหรือไม่

นอกจากนี้ทรัมป์ยังปฏิเสธที่จะส่งมอบขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้ยูเครน ซึ่งเขาเคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อใช้เป็นแรงกดดันให้รัสเซียเข้าร่วมโต๊ะเจรจา ขณะเดียวกันเขายังเสนอแนวคิดให้รับรองความมั่นคงแก่ทั้งยูเครนและรัสเซีย ตามรายงานของรอยเตอร์

ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อ CNBC เมื่อวันจันทร์ ขณะที่โฆษกเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวผ่านอีเมลกับ CNBC ว่า รัสเซียยินดีต่อความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ในการผลักดันให้เกิดการยุติสงครามอย่างสันติ

นักวิเคราะห์ที่ติดตามความสัมพันธ์ระหว่าง ทรัมป์–ปูติน–เซเลนสกี แสดงความกังวลว่าประธานาธิบดีสหรัฐอาจถูกชักจูงได้ง่ายจากเหตุผลของผู้นำรัสเซีย และไม่ได้มีความตั้งใจที่จะใช้แรงกดดันเพิ่มเติมต่อปูติน ไม่ว่าจะในรูปแบบการส่งอาวุธเพิ่มให้ยูเครน หรือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ศาสตราจารย์ นีนา ครุชเชวา แห่ง The New School ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “แม้ทรัมป์จะพูดมากและดูเหมือนคนอารมณ์ร้อน แต่จริง ๆ แล้วเขามีแนวทางที่มองผลประโยชน์เชิงธุรกรรมอย่างชัดเจน”

เธอกล่าวว่า “ทุกฝ่ายพยายามดึงเขาเข้าข้างตัวเอง ไม่ว่าจะรัสเซียหรือยูเครน แต่ทรัมป์ไม่เลือกข้าง และเล่นเกมสองหน้าอย่างน่าสนใจ”

ครุชเชวาอธิบายเพิ่มเติมว่า ทรัมป์ยังคงต้องการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับปูติน แต่ก็พยายามควบคุมเขาไว้ในกรอบผ่านการข่มขู่ว่าจะเพิ่มอาวุธให้ยูเครน จนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่ายังพอได้ผล เขาไม่ได้ให้สิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องการเต็มที่ แต่ยังรักษาสมดุลของสถานการณ์ไว้ได้

ด้านไมเคิล โอแฮนลอน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยนโยบายต่างประเทศจาก Brookings Institution ระบุว่า ปูตินอาจกำลังรอเวลาให้ทรัมป์อ่อนแรงจะมีประสิทธิภาพกว่านี้ หากทรัมป์ใช้การข่มขู่ทางทหารควบคู่กับแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่บางทีสิ่งนั้นอาจเกิดขึ้นภายหลัง

โอแฮนลอนยังเสนอแนวทางที่สหรัฐสามารถเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย เช่น การจัดแพ็กเกจช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม หรือการปราบปรามกองเรือเงา (shadow fleet) ของรัสเซียที่ใช้ขนส่งน้ำมันหลบเลี่ยงมาตรการจำกัดราคาน้ำมันและการคว่ำบาตร

“เราค้าขายกับรัสเซียไม่มากนัก แต่ประเทศอื่น ๆ ยังทำอยู่ ดังนั้นถึงเวลาที่สหรัฐต้องพูดคุยกับประเทศอย่างอินเดียและจีน เพื่อให้พวกเขาลดการติดต่อทางเศรษฐกิจลง พร้อมขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ หากไม่ให้ความร่วมมือ”

“ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดพร้อมกัน สามารถทยอยดำเนินการได้ แต่ตอนนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังดูหมกมุ่นอยู่กับเรื่องขีปนาวุธโทมาฮอว์ก และความสัมพันธ์ส่วนตัวกับปูติน ซึ่งผมคิดว่ายังไม่เพียงพอที่จะหยุดรัสเซียได้” โอแฮนลอนกล่าวทิ้งท้าย

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...