โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ฟาน ไดจ์ค' รับ 'หงส์' สุดสะเพร่าเสียลูกสอง

Soccersuck

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2568 เวลา 19.25 น. • Soccersuck

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เซ็นเตอร์กัปตัน ลิเวอร์พูล ยอมรับพวกเขาเสียประตูที่สองแบบสะเพร่าอย่างแรง คือสาเหตุแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คารัง 2-1 พร้อมปลุกเร้าทีมต้องพลิกสถานการณ์โดยเร็ว

"หงส์แดง" โดนนำนาทีที่ 2 ถึงแม้ โคดี้ กัคโป ยิงคืนครึ่งหลังแต่ไม่เพียงพอเพราะนาที 84 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เติมโขกคว้าชัย

"มันเป็นเพราะเราเสียประตูที่สองในแบบที่สะเพร่าสุดๆ" ฟาน ไดจ์ค สัมภาษณ์หลังแข่ง ตอบคำถามสาเหตุแพ้ที่ แอนฟิลด์

"เราทำงานหนักมากเพื่อกับสู่เกม เราสร้างโอกาสที่ยอดเยี่ยมหลายครั้งเพื่อเป็นผู้ชนะ"

"แต่เมื่อเสียประตูที่สองแบบนั้น แน่นอนว่าเป็นส่วนที่น่าผิดหวังของเกมนี้"

"หากคุณดูโดยรวม เกมนี้เราเร่งรีบเกินไปมาก เราตัดสินใจผิดพลาดและมีจังหะเสียบอลหลายครั้ง"

"ยูไนเต็ด เล่นอย่างอดทน พวกเขาไม่เพรสซิ่งสูงมากนัก และปล่อยให้เราได้เล่นกับบอล"

"มีหลายครั้งที่เราอาจควรใจเย็นขึ้นเล็กน้อย เรายังสร้างโอกาสมากพอเพื่อชนะเกมนี้ แต่สิ่งที่เกิดคือเราแพ้"

จังหวะเสียประตูแรก ฟาน ไดจ์ค ถูกวิจารณ์ไม่ยอมวิ่งลงตำแหน่งตัวเอง และกองหลังดัทช์วัย 34 ปีชี้แจงต่อ:

"มันเป็นจังหวะบอลยาว คู่แข่งเอาชนะลูกกลางอากาศจังหวะแรก และผมเอาชนะในจังหวะสอง"

"จากนั้นผมก็ปะทะกับ แม็ค อิลลิสเตอร์ จนเราทั้งคู่ล้มลง และนั่นเปิดพื้นที่ในตำแหน่งของผมที่ด้านหลัง"

"ผมคิดว่ามันคือมุมที่ยากสำหรับยิงประตู แต่คู่แข่งทำได้ มันเป็นช่วงต้นเกม เรายังเหลือเวลาอีกมาก น่าผิดหวังที่เราไม่รับมือด้วยวิธีที่ดีที่สุด"

"ตอนนี้เป็นช่วงเวลาน่าสนใจ เราต้องรวมใจกันไว้ ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่รวมถึงแฟนบอล และทุกคนที่ต้องการเห็นเราชนะ"

"เราต้องถ่อมตัวเข้าไว้, ทำงานหนัก และรักษาความมั่นใจให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราเพิ่งมีซีซั่นน่าทึ่งและทุกคนให้คำชม"

"ดังนั้นเมื่อเริ่มเจอเรื่องยากลำบาก เราต้องใช้ทัศนคติยืนหยัดข้างกันต่อไป ซีซั่นเหลืออีกยาวไกล มันยังมีเรื่องพลิกผันเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้เราแพ้ 4 นัดติด และต้องพลิกสถานการณ์ให้เร็วที่สุด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...