SGC กำไร Q2 พุ่ง 174% พอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ดัน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 18.07 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 11.07 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (SGC) เปิดเผยว่า สำหรับไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 104.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 33.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 66.28 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 174.04 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2/2568 มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 14.17
สำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 175.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 119.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 213.54 จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้งวด 6 เดือนปี 2568 มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 12.45
รายได้รวมของบริษัทประกอบด้วยรายได้ดอกเบี้ยรับจาก (1) สินเชื่อเช่าซื้อแบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียนและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (รวมเรียกว่า “สินเชื่อรถทำเงิน”) (2) สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Lock Phone) (3) สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และ (4) สัญญาสินเชื่ออื่นๆ เช่น สินเชื่อสวัสดิการพนักงาน เป็นต้น และรายได้อื่น เช่น รายได้ค่สนับสนุนทางการตลาด รายได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก รายได้ค่าธรรมเนียม รายได้ค่านายหน้า เป็นต้น
สำหรับไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 736.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 63.30 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.40 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจำนวน 295.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 66.87 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อ Lock Phone จำนวน 334.82 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 54.33 ของรายได้ดอกเบี้ยรับรวม เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญ และรายได้ค่สนับสนุนทางการตลาดเพิ่มขึ้น 102.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นรายได้จากสินเชื่อ Lock Phone ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรถทำเงินจำนวน 243.63 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 10.99 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 30.81 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากพอร์ตสินเชื่อรถทำเงินลดลง อันเนื่องจากการหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2567
สำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 1,409.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 531.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 60.58 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อ Lock Phone จำนวน 591.16 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 49.62 ของรายได้ดอกเบี้ยรับรวม เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญ และรายได้ค่าสนับสนุนทางการตลาดเพิ่มขึ้นจำนวน 181.01 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นรายได้จากสินเชื่อ Lock Phone ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรถทำเงินจำนวน 517.33 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 26.41 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากพอร์ตสินเชื่อรถทำเงินลดลง อันเนื่องจากการหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2567
บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหารจำนวน 159.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 8.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.54 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจำนวน 5.44 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.53 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
และสำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหารจำนวน 310.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 18.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.49 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับจำนวนรายการที่มากขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone เป็นหลัก
สำหรับไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 88.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.95 จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากในเดือนพฤษภาคม 2568 บริษัทมีการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 จำนวนเงิน 400 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการขยายพอร์ตสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนทางการเงินลดลงจำนวน 57.76 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 39.56 เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (บริษัทแม่)
สำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 174.81 ล้านบาท ลดลงจำนวน 118.57 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 40.42 จากงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการคืนเงินกู้ยืมในช่วงไตรมาสที่ 3/2567 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เงินกู้ยืมจากบริษัทแม่ลดลง
สำหรับไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทบันทึกรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 339.47 ล้านบาท ลดลงจำนวน 4.43 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.29 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจำนวน 247.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 267.16 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากการบันทึกสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อรถทำเงิน
สำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 บริษัทมีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 683.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 462.38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 209.23 จากงวดเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการตัดหนี้สูญในกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อรถทำเงินที่บริษัทได้ติดตามทวงถามและพิจารณาว่าเป็นลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ประกอบกับการบันทึกรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อ Lock Phone