โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อานิสงส์ 'พายุวิภา' ลดสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก–โขง ครั้งแรกในรอบหลายเดือน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ย 2568 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 12.31 น.

สถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ไม่ใช่เพียงวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือภัยเงียบที่คุกคามคุณภาพชีวิตประชาชนในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในต้นตอสำคัญคือ การขยายตัวของเหมืองแรร์เอิร์ธในรัฐฉานของเมียนมา ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย

รายงานจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ระบุว่า จำนวนเหมืองในเมืองป้อกเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า ตั้งแต่ปี 2558 ถึงต้นปี 2568 และกสนใช้เทคนิคการขุดแบบ “ชะละลายแร่” (in-situ leaching) ที่ใช้น้ำยาเคมีฉีดลงดินเพื่อแยกแร่อาจก่อให้เกิด การปนเปื้อนของสารหนูในน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินอย่างรุนแรง

คพ. ตรวจน้ำเดือนละ 2 ครั้ง

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดจุดตรวจวัดสิ่งแวดล้อมกว่า 15 จุดในแม่น้ำกก (KK01–KK15) พร้อมลำน้ำสาขา 4 สาย และแม่น้ำสาย 3 จุด แม่น้ำรวก 2 จุด และแม่น้ำโขงอีก 3 จุด ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำเดือนละ 2 ครั้ง และเก็บตะกอนดินเดือนละ 1 ครั้ง ระหว่างเดือนมีนาคมถึงกันยายน 2568

ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินล่าสุด (ครั้งที่ 9 ของปีงบประมาณ 2568) ต้นเดือนสิงหาคม 2568 พบว่า จากที่หลายเดือนที่ผ่านมา แม่น้ำกก สาย รวก และโขง มีปัญหาการปนเปื้อนโดยสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุดตรวจ แต่ครั้งล่าสุดนี้ มีแนวโน้มลดลง

อานิสงส์ 'พายุวิภา' เจือจางสารหนู

โดยความขุ่นและการปนเปื้อนของโลหะหนักในแม่น้ำกกมีค่าลดลง การปนเปื้อนของสารหนูไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งคาดว่าจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ของประเทศไทย และที่ติดต่อกับประเทศเมียนมาเนื่องจากพายุวิภา ซึ่งมีน้ำล้นตลิ่งในฝั่งประเทศไทยหลายครั้ง อาจเป็นสาเหตุทำให้แหล่งกำเนิดจากต้นทาง (เมียนมา) หยุดดำเนินการชั่วคราว จึงไม่พบการปนเปื้อน ของโลหะหนักในบริเวณแม่น้ำกก

อย่างไรก็ตาม สารหนูยังเกินมาตรฐานเล็กน้อยเฉพาะบริเวณ ‘ฝายเชียงราย’ อ.เมือง จ.เชียงราย ที่มีการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย จึงอาจมีการกวนตะกอนทำให้สารหนูที่สะสมเดิมฟุ้งกระจาย และสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อย (0.011-0.012 มก./ล.)

ในขณะที่ แม่น้ำสายยังคงเป็นพื้นที่น่ากังวล เนื่องจากพบสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยจากน้ำล้นตลิ่งและพนังกั้นน้ำเสียหายหลายจุด ส่งผลให้คุณภาพน้ำต่ำกว่ามาตรฐานและอาจกระทบต่อประชาชนที่ใช้น้ำในพื้นที่

ผลการตรวจวัดครั้งที่ 9 (4–8 สิงหาคม 2568)

แม่น้ำกก

ค่าการปนเปื้อนสารหนู (As) ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) แต่ตรวจพบเกินค่ามาตรฐานเล็กน้อยในบางจุด โดยเฉพาะช่วง อ.เมือง จ.เชียงราย ได้แก่

  • KK01 ชายแดนไทย-พม่า ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK02 สะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK03 สะพานสองดินแดนบ้านแม่สลัก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK04 บ้านจะเด้อ หมู่ 6 ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.011 มก./ล.
  • KK05 สะพานมิตรภาพแม่ยาว-ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK06 บ้านโป่งนาคำ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK07 สะพานข้ามแม่น้ำกก ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.010 มก./ล.
  • KK08 สะพานแม่ฟ้าหลวง ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK09 สะพานเฉลิมพระเกียรติ1 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.011 มก./ล.
  • KK10 ฝายเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.011 มก./ล.
  • KK11 สะพานริมกก-เวียงเหนือรวมใจ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.012 มก./ล.
  • KK12 สะพานโยนกนาคนคร ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK013 ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน มีค่าสารหนู 0.010 มก./ล.
  • KK014 ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • KK015 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล

ทั้งนี้ แม่น้ำสาขาของแม่น้ำกก ได้แก่ แม่น้ำฝาง (FA01) แม่น้ำกรณ์ (KO01) แม่น้ำสรวย (SU01) และแม่น้ำลาว (LA01) ยังมีคุณภาพน้ำเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน

แม่น้ำสาย

พบค่าการปนเปื้อนสารหนูสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่องทุกจุดตรวจ ได้แก่

  • SA01 บ้านหัวฝาย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.029 มก./ล.
  • SA02 สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.034 มก./ล.
  • SA03 บ้านป่าซางงาม ม.6 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.019 มก./ล.

แม่น้ำรวก

ค่าการปนเปื้อนสารหนูยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่

  • RU01 สถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.
  • RU02 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จุดปลายน้ำรวกก่อนลงแม่น้ำโขง มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล.

แม่น้ำโขง

มีค่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้ง 3 จุด ดังนี้

  • NK01 จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.010 มก./ล.
  • NK02 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีค่าสารหนู 0.010 มก./ล.
  • NK03 บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีค่าสารหนู น้อยกว่า 0.010 มก./ล

เส้นทางแม่น้ำ4 สาย สัมพันธ์ชายแดนไทย–เมียนมา

แม่น้ำกก

  • ต้นน้ำ: เกิดจาก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ไหลเข้าสู่ไทยที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
  • เส้นทางในไทย: ไหลผ่าน อ.แม่อาย (เชียงใหม่) → อ.เมืองเชียงราย → อ.เชียงแสน ก่อนจะไหลลงแม่น้ำโขง
  • จุดเด่น: เป็นแม่น้ำสายหลักของเชียงราย เชื่อมโยงเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว และเป็นแหล่งใช้น้ำสำคัญของชุมชน

แม่น้ำสาย

  • ต้นน้ำ: ไหลมาจาก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เช่นกัน
  • เส้นทาง: เป็นแม่น้ำเส้นเล็กแต่สำคัญ ไหลคั่นพรมแดนไทย–เมียนมา บริเวณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
  • จุดเด่น: แม่น้ำสายทำหน้าที่เป็น “เส้นแบ่งเขตแดนธรรมชาติ” ระหว่างไทย–เมียนมา

แม่น้ำรวก

  • ต้นน้ำ: มาจากเทือกเขาในเขตชายแดนไทย–เมียนมา
  • เส้นทาง: ไหลผ่าน อ.แม่สาย → อ.เชียงแสน → ไหลบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ สามเหลี่ยมทองคำ
  • จุดเด่น: จุดบรรจบของแม่น้ำรวกกับแม่น้ำโขงที่ ต.เวียง อ.เชียงแสน คือพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลก “สามเหลี่ยมทองคำ” (ไทย–ลาว–เมียนมา)

แม่น้ำโขง

  • ต้นน้ำ: ที่ทิเบต ไหลผ่านจีน ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม
  • เส้นทางในไทย: ช่วง จ.เชียงราย แม่น้ำโขงทำหน้าที่เป็น เส้นแบ่งเขตแดนไทย–ลาว (ไม่ใช่ไทย–เมียนมา)
  • จุดเด่น: เป็นแม่น้ำสายหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบทบาททั้งเศรษฐกิจ ประมง เกษตร และการขนส่ง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...