โค้ชท็อป อดีตขนไก่ทีมชาติไทย ร่ายยาวปัญหาเบี้ยเลี้ยง-ค่าอุปกรณ์ ชี้สมาคมควรสนับสนุนไม่ใช่เพียงคำพูด
"โค้ชท็อป" ภควัฒน์ วิไลลักษณ์ อดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนให้กับ "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวมือ 6 ของโลกชาวไทย โพสต์ข้อความร่ายยาวตั้งคำถามถึงฝ่ายพัฒนาของสมาคม รวมถึงกล่าวถึงปัญหาเบี้ยเลี้ยงที่นักกีฬาบางรายไม่ได้รับเต็มจำนวน และปัญหาเรื่องสนับสนุนค่าอุปกรณ์ที่กลายมาเป็นภาระของนักกีฬา
จากโพสต์ของ โค้ชท็อป ภควัฒน์ ร่ายยาวระบุว่า "EP.6.2 ฝ่ายพัฒนาของสมาคม ตั้งเป้า…แต่ไม่ตั้งใจ
ปลายปีนี้ “ซีเกมส์” กำลังจะกลับมาจัดในประเทศไทยอีกครั้ง ทุกคนต่างตื่นเต้น เฝ้ารอวันที่จะได้เห็นธงไตรรงค์โบกสะบัดกลางสนาม และได้เชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยในบ้านของเราเอง
ขณะเดียวกัน สมาคม โดยฝ่ายพัฒนา ก็ได้ตั้งเป้าหมายใหญ่—“ล่า 2 เหรียญทอง!” ฟังดูดีมากครับ…แต่คำถามคือ เราตั้งเป้าไว้สูง แต่เรา “ตั้งใจ” จริงหรือยัง?
เรื่องที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ นักกีฬาทีมชาติไทยจะได้รับเบี้ยเลี้ยงจาก กกท. แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก 1. ค่าฝึกซ้อม 2. ค่าที่พัก 3. ค่าอุปกรณ์ ทุกโครงการมีงบประมาณแบบนี้ครบถ้วน — ย้ำนะครับ มีทุกโครงการนะครับ แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้…
เบี้ยเลี้ยงที่ “หายไป” รู้ไหมครับว่า นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติบางคน โดนหักเบี้ยเลี้ยงจาก 60,300 บาท เหลือแค่ 6,000 บาท! บางคนเหลือแค่ 20,000 บาท เท่านั้น เหตุผลที่ได้รับคือ — “ไม่ได้ไปทดสอบร่างกายตามกำหนด” ฟังดูเหมือนง่าย…แต่ความจริงมันไม่ง่ายแบบนั้นครับ
ปัญหาจริงคืออะไร 1. สมาคม โดยฝ่ายพัฒนา ไม่เคยแจ้งให้นักกีฬาทราบ ว่ามีกฎแบบนี้ตั้งแต่ต้น 2. สมาคม โดยฝ่ายพัฒนา ควรเป็นฝ่ายชี้แจงต่อ กกท. ว่ากีฬาแบดมินตันนั้นมีการแข่งขันถี่แทบทุกเดือน นักกีฬาไม่ได้ละเลย แต่ติดภารกิจแข่งขันเพื่อชาติ! เพราะในความเป็นจริง…นักกีฬาไม่ได้หนีการทดสอบ ไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ได้ละเลยหน้าที่ แต่กลับถูก “ตัดสิทธิ์” ทั้งที่เขากำลัง “ทำหน้าที่แทนประเทศอยู่ในสนามแข่ง”
ค่าอุปกรณ์ “ค่าอุปกรณ์” คือการสนับสนุนจาก กกท. ที่จัดสรรให้แต่ละสมาคมกีฬา เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการต่างๆ ซึ่งสำหรับวงการแบดมินตันแล้ว ค่าอุปกรณ์ที่ใช้จริงที่สุด ก็คือ “ลูกขนไก่แบดมินตัน”
แต่ความจริงกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง…ย้อนกลับไป สโมสรของผมที่ดูแล “หมิว – พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์” ได้รับลูกขนไก่ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2024 และที่น่าตกใจก็คือ งบนี้มาจากโครงการ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ใช่ครับ… ท่านอ่านไม่ผิด งบปี 2020 เพิ่งมาถึงในปี 2024 ระยะเวลาผ่านไปถึง 4 ปีเต็ม กว่าจะได้ค่าอุปกรณ์ที่ควรได้ตั้งแต่ตอนนั้น
และถ้าย้อนกลับไปดู ตั้งแต่ปี 2021 (ซีเกมส์เวียดนาม), 2022 (เอเชียนเกมส์ที่จีน), 2023 (ซีเกมส์กัมพูชา) จนถึง 2024 (โอลิมปิกเกมส์ปารีส) “ยังไม่เคยได้รับค่าอุปกรณ์เหล่านี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว” ทั้งที่งบประมาณส่วนนี้ กกท.จัดไว้แน่นอน และจ่ายให้สมาคมแน่นอน แต่ปัญหาคือ… “งบไปไม่ถึงนักกีฬา” “ถึงก็ถึงช้ามาก”
จุดประสงค์ของงบประมาณตรงนี้คือ เพื่อนำมาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรายการนั้นๆ นักกีฬาแข่งเสร็จมา 4 ปีแล้ว ของเพิ่งมาถึง จะช่วยได้ไม๊ครับ ถ้าสโมสรไม่จ่ายไปก่อน นักกีฬาไม่จ่ายไปก่อน ก็คงไม่ได้ฝึกซ้อมกัน ต้องดูแลตัวเองกันทั้งนั้น
และมาถึง ซีเกมส์ปลายปีนี้ ไม่ต้องถามครับ — “ไม่มีแน่นอน” ในขณะที่ เงินเบี้ยเลี้ยงก็ถูกตัด แทนที่นักกีฬาจะได้ใช้เงินส่วนนี้ซื้อ “ลูกขนไก่” สำหรับฝึกซ้อม กลับต้อง “ดูแลตัวเองทุกอย่าง” เหมือนเดิม แต่สมาคมกลับ “ประกาศพร้อมคว้า 2 เหรียญทอง” อย่างมั่นใจ
คำถามคือ…พร้อมด้วยอะไรครับ? พร้อมด้วยงบที่ล่าช้า 4 ปี? พร้อมด้วยนักกีฬาที่ต้องซื้อ “ลูกขนไก่” ฝึกเอง? หรือพร้อมด้วย “คำพูดสวยๆ” ที่ใช้ปลุกใจตอนแถลงข่าว? ในขณะที่ความจริงบนสนามซ้อม นักกีฬายังต้องหาทางรอดกันเองทุกวัน ทั้งอุปกรณ์ ทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งหมดคือ “ภาระ” ที่ถูกผลักกลับมาที่นักกีฬาและสโมสร
เพราะสุดท้าย…สิ่งที่ “สมาคมเรียกว่าการสนับสนุน” อาจเป็นเพียงคำพูด ไม่ใช่ “การช่วยเหลือจริงๆ” อย่างที่ควรจะเป็น"
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โค้ชท็อป อดีตขนไก่ทีมชาติไทย ร่ายยาวปัญหาเบี้ยเลี้ยง-ค่าอุปกรณ์ ชี้สมาคมควรสนับสนุนไม่ใช่เพียงคำพูด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th