ตลาดเทขาย “เงินเยน-พันธบัตร” หลัง “ทาคาอิจิ” ชนะเลือกตั้งหัวหน้า LDP
"เงินเยน" อ่อนค่ามากสุดรอบ 5 เดือน แตะ 149.81 เยนต่อดอลลาร์ ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นถูกเทขาย หลัง “ทาคาอิจิ” ชนะเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ปูทางสู่นายกฯหญิงคนแรกญี่ปุ่น
วันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 09.28 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ค่าเงินเยนร่วงลงแรงที่สุดในรอบ 5 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายช่วงต้นวันจันทร์ (6 ต.ค. 2568) หลังจากซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดทางสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น และส่งสัญญาณถึงนโยบายการคลังเชิงขยาย (Expansionary Fiscal Policy) ที่อาจซับซ้อนขึ้นต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
*ค่าเงินเยนร่วงลง 1.6% แตะระดับ 149.81 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการร่วงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม และลบผลกำไรที่สะสมไว้ในสัปดาห์ก่อนหน้าเมื่อการซื้อขายในตลาดเอเชียเริ่มกลับมาเปิดทำการ ขณะที่เมื่อเทียบกับยูโร ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง 1.4% แตะระดับ 175.63 เยนต่อยูโร ใกล้ระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่สกุลเงินยูโรถูกจัดตั้งขึ้น*
Paul Mackel หัวหน้าฝ่ายวิจัยอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกของ HSBC ระบุในรายงานว่า “ช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นช่วงสำคัญในการประเมินทิศทางนโยบายของทาคาอิจิ รวมถึงทีมคณะรัฐมนตรีที่จะตั้งขึ้น แม้ค่าเงินเยนอาจมีโอกาสฟื้นตัว แต่ขอบเขตยังจำกัดเนื่องจากความไม่แน่นอนทางนโยบายในประเทศ”
ทาคาอิจิ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกิจการภายในประเทศ มีแนวนโยบายด้านการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก การชนะการเลือกตั้งของเธอช่วยลดแรงเก็งกำไรที่ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนนี้
Mahjabeen Zaman หัวหน้าฝ่ายวิจัยอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคาร ANZ ในซิดนีย์ กล่าวในพอดแคสต์ว่า “ชัยชนะของทาคาอิจิอาจนำไปสู่การอ่อนค่าของเยนในระยะสั้น …ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคลังสูง ซึ่งอาจทำให้ BOJ ระมัดระวังมากขึ้น แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจะเริ่มสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดขึ้นเล็กน้อย”
*พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 40 ปีร่วงลง ขณะที่อัตราผลตอบแทน (yield) ปรับขึ้น 0.012% สู่ระดับ 3.529% ด้านตลาดสัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ย (yen swaps) บ่งชี้ว่าความเป็นไปได้ที่ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคมลดลงเหลือ 41% จาก 68% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา*
Chris Weston หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group ในนครเมลเบิร์น กล่าวว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในใจกลางพายุ ตลาดกำลังรอดูว่าทาคาอิจิจะใช้นโยบายการคลังแบบผ่อนคลายมากเพียงใด” พร้อมเตือนว่า “หากตลาดรับรู้ว่าเธอกำลังจะดำเนินแนวทางคล้าย Abenomics-lite นักลงทุนในตลาดพันธบัตรอาจหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อ ซึ่งเธอต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง โดยคำนึงถึงบทเรียนจากกรณีของสหราชอาณาจักร”
ในฝั่งตลาดเงินเอเชีย ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ล่าสุดปรับลดลง 0.1% สู่ระดับ 98.029 โดยดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่องในปีนี้เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ เนื่องจากนักลงทุนจับตาผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการแทรกแซงต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ตลาดฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่า มีโอกาส 94.6% ที่gafจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ขณะที่สัญญาเก็งกำไรบนเว็บไซต์ Polymarket ยังสะท้อนโอกาส 70% ที่รัฐบาลสหรัฐจะปิดทำการ (shutdown) ต่อเนื่องเกินวันที่ 15 ตุลาคม
ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ยูโรอ่อนค่าลง 0.2% อยู่ที่ 1.1723 ดอลลาร์ หลังนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เซบาสเตียง เลอคอร์นู แต่งตั้ง โรลองด์ เลสเคอร์ พันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านที่ขู่ว่าจะโค่นรัฐบาลหากไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายจากยุคมาครงเดิม
ค่าเงินนิวซีแลนด์ (NZD) กลับตัวจากการอ่อนค่าก่อนหน้า เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% สู่ระดับ 0.5834 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนการประชุมธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในวันพุธ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% ขณะที่ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) อยู่ที่ 0.6607 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.1% และ เงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ซื้อขายที่ 1.3449 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.2% ในวันเดียวกัน ส่วน หยวนจีน (CNY) นอกประเทศอ่อนค่าลง 0.1% มาอยู่ที่ 7.14 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ
อ้างอิง : www.reuters.com