โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มิติใหม่ “ธุรกิจแห่งการบอกลา” ออกแบบชีวิตหลังความตายให้สร้างสรรค์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 12.00 น.

"ธุรกิจการดูแลหลังความตาย" กำลังเปลี่ยนโฉม โดยได้รับแรงผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความคาดหวังของผู้บริโภคที่พัฒนาไปตามยุคสมัย

จากเดิมที่เป็นเรื่องเต็มไปด้วยพิธีกรรมและข้อห้าม อุตสาหกรรมนี้ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ในขณะเดียวกันศักยภาพทางเศรษฐกิจก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้อุตสาหกรรมการดูแลหลังความตายเป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดคือ "การนำความคิดสร้างสรรค์เข้าสู่พิธีกรรมและการรำลึกถึง"

การปฏิบัติพิธีศพแบบดั้งเดิมถูกปรับเปลี่ยนเพื่อสะท้อนเรื่องราวส่วนตัวและความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น ในประเทศ"ญี่ปุ่น" มีการจัดพิธีศพของคนที่ยังมีชีวิต (seizensō) ช่วยให้บุคคลสามารถออกแบบและเข้าร่วมพิธีของตนเองก่อนเสียชีวิตจริง ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยเตรียมความพร้อมเพื่อลดภาระให้กับครอบครัว

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ใช้การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ เช่น สุสานที่ระลึกที่เน้นศิลปะและการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งช่วย "เปลี่ยนทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับความตาย ให้กลายเป็นเรื่องที่มีความหมายและสง่างาม"

"เทคโนโลยีดิจิทัล" ยังกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการปรับเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนให้เกียรติและระลึกถึงคนที่รัก นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น “Rememory” ของ Deep Brain AI ช่วยให้ครอบครัวสามารถโต้ตอบกับภาพจำลองดิจิทัลของผู้ล่วงลับได้

กระแสความสนใจ #DeathTok บน TikTok ส่งเสริมการสนทนาเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับความโศกเศร้า โดยใช้ความตลกและแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ช่วยทำให้การพูดคุยเกี่ยวกับความตายเป็นเรื่องปกติ ความเปิดกว้างทางดิจิทัลนี้ช่วยให้ผู้คนสำรวจความตายในวิธีที่ทั้งเป็นการบำบัดและสร้างชุมชน

นอกจากนี้ยังมีบริการเก็บรักษามรดกดิจิทัล เช่น แพลตฟอร์ม Chptr และGoodTrust ซึ่งช่วยให้ครอบครัวสามารถรวบรวมและแบ่งปันความทรงจำของผู้ล่วงลับได้ในรูปแบบที่ยั่งยืนและสร้างความอบอุ่นทางจิตใจ

"ความยั่งยืน" เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ความคิดสร้างสรรค์เปล่งประกาย Megatrend สำหรับแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมการดูแลหลังความตาย นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของงานศพรักษ์โลก (Green Funerals) เช่น การทำปุ๋ยหมักมนุษย์ (Terramation) และการเผาศพด้วยน้ำ (Aquamation) ซึ่งใช้น้ำแทนไฟ

แนวปฏิบัติเหล่านี้ไม่เพียงลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม เช่น โถเถ้ากระดูกย่อยสลายได้ และเพชรที่ระลึกของ Eterneva ซึ่งสร้างจากเถ้ากระดูก

การผสานความยั่งยืนเข้ากับศิลปะทำให้อุตสาหกรรมนี้ดึงดูดใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับความสำคัญทางอารมณ์

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ Death Cafés ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงสังคมที่เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปพูดคุยเกี่ยวกับความตายอย่างเปิดเผยและไม่เป็นทางการ Death Cafés เหล่านี้ช่วยลดความกลัวและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความตาย และสร้างความเข้มแข็งในชุมชนที่เน้นความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์กำลังปรับเปลี่ยนมิติทางอารมณ์และวัฒนธรรมของการดูแลหลังความตาย "โอกาสทางเศรษฐกิจ" ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน

ด้วยประชากรโลกที่มีอายุเกิน 60 ปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2050 ความต้องการบริการดูแลหลังความตายจึงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดงานศพรักษ์โลกในปี 2021 มีมูลค่าถึง 570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตที่ 8.7% ต่อปี ไปจนถึงปี 2030 โดยเฉพาะตลาดพรีเมี่ยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโต

บริษัทอย่าง Nirvana Asia เป็นผู้นำตลาดด้วยบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ จัดหาแปลงฝังศพตามหลักฮวงจุ้ยไปจนถึงสวนอนุสรณ์ระดับราชวงศ์ ตอกย้ำว่าการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับบุคคลและความพิเศษ สามารถกระตุ้นราคาพรีเมียมได้ นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างของ Solace ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพในสหรัฐฯ นำเสนอบริการเผาศพที่ส่งตรงถึงผู้บริโภค ทำให้กระบวนการง่ายขึ้นสำหรับครอบครัว และยังคงรักษาความโปร่งใสและความสามารถในการจ่ายได้

การเติบโตของอุตสาหกรรมยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เช่น การลดทรัพยากรสิ้นเปลือง การกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นผ่านงานศพที่ใช้วัสดุจากชุมชน และการสร้างงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการปกป้องโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...