โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อาทิตย์ ซีอีโอ SCBX ชี้ เศรษฐกิจไทยซึมลึก หนี้สูงโตต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 18.29 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 11.24 น.

อาทิตย์ ซีอีโอ SCBX ชี้ เศรษฐกิจไทยซึมลึก หนี้สูงโตต่ำ แนะ 3 กุญแจปลดล็อกเศรษฐกิจ

วันที่ 9 ต.ค.2568 - นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX เผยในงานสัมนา Thailand Economic Outlook 2026 Out of the Trap หัวข้อ ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยโตยั่งยืน จัดโดยกรุเทพธุรกิจ

.

นายอาทิตย์กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่น่ากังวล หรืออยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นวิกฤตที่ค่อยๆ ซึม และค่อยๆ เกิดขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องกัน ที่โดนซ้ำด้วยเรื่องโควิด-19 ที่สร้างแผลเป็นขนาดใหญ่ ที่มีผลกระทบกับภาคประชาชน ธุรกิจ และเศรษฐกิจ

อีกทั้งเรื่องหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัญหาเรื้อรัง และหนี้สาธารณะเกิดจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้นโยบายระยะสั้นที่ต้องเยียวยาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผลลัพธ์อาจยังไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

นายอาทิตย์กล่าวว่า ด้วยเหตุผลต่างๆ ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่จะมีการเจริญเติบโตต่ำมาก เทียบกับเพื่อนบ้านในภูมิภาค ไทยอยู่ระดับแค่ 2% และเป็นประเทศที่มีหนี้สูงทั้งในภาคครัวเรือน และรัฐบาลที่มีเพดานหนี้สาธารณะเกือบสูงติดเพดาน ถ้ายังทำแบบนี้ภายในปี 2570 ตัวเลขเพดานหนี้จะถึง 70% ต่อจีดีพี

รวมถึงประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งขณะนี้ลำดับลดต่ำมาอยู่ที่อันดับ 30 ในปี 2568 โดยผลมาจากประสิทธิภาพภาครัฐเป็นตัวฉุดหลัก ซึ่งไทยอยู่ในสภาพที่มีการลงทุนต่ำมาก ทั้งจากการลงทุนภาครัฐบาล เอกชน และการลงทุนจากต่างประเทศ

”เราอยู่ในสภาวะที่ทั้งประเทศขาดความเชื่อมั่น ว่าเราจะไปต่อและกลับมาแข็งแรง การขาดความเชื่อมั่นมีที่มาหลายอย่าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ“

นายอาทิตย์กล่าวว่า สำหรับแนวทาง “หลุดจากกับดักเศรษฐกิจไทย” ด้วย 3 กุญแจสำคัญ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดการเติบโตของประเทศในระยะยาว ได้แก่

1.ปฏิรูปโครงสร้างภาคการผลิต มุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ เน้นเพิ่มมูลค่าด้วย R&D และนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ (Innovation for commercialization) พร้อมส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เทคโนโลยีสีเขียว ดิจิทัล เฮลท์แคร์ และการเป็น Regional Hub ของภูมิภาค

2.ปฏิรูปผลิตภาพแรงงานและทุนมนุษย์ เร่งปรับระบบแรงงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ผ่านการยกระดับทักษะใหม่ (Reskill/Up-skill) การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้แรงงานเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

3. ปฏิรูประบบราชการและสถาบันรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ลดขั้นตอนกฎระเบียบ และส่งเสริมการทำงานเชิงดิจิทัล โดยเน้นระบบราชการที่สนับสนุนภาคธุรกิจได้จริง พร้อมผลักดันให้ภาครัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความซ้ำซ้อนในการบริหาร

นอกจากนี้ ได้เสนอ 3 นโยบายต่อภาครัฐบาลในระยะสั้นและระยะกลางทำงานสอดคล้องกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพประเทศ

โดยนโยบายระยะสั้น เช่น 1.สร้างความเชื่อมันให้กับผู้บริโภค นักธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยว 2.เร่งกลไกเบิกจ่าย ทั้งงบลงทุน และการเยี่ยวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3.กระตุ้นอุปสงค์เศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย (Targeted/Timely/Temporary) และ 4.ลดความตึงตัวของภาวะการเงินลดดอกเบี้ย และดูแลค่าเงินบาทให้เหมาะสม เช่น ค้ำประกันเงินกู้/ปรับโครงสร้างหนี้

“ประเทศไทยไม่เคยขาดความคิดที่ดี แต่เราขาดความเชื่อมั่นว่า เราจะกลับมาแข็งแรงได้อีกหรือไม่ หากประเทศไทยยังปล่อยให้ความแตกแยกยังอยู่ การปฏิรูปก็ยากที่จะเกิด ซึ่งการจะติดเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้กลับมา ต้องทำให้สังคมเชื่อมั่นไปในทิศทางเดียวกันว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจะต่อเนื่องเป็นรูปธรรม และไม่สะดุด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...