วิกฤตศรัทธา ยาดมหงส์ไทย จากแบรนด์ที่ทั่วโลกรู้จัก สู่วันที่ผู้บริโภคไม่เชื่อมั่น
วิกฤตศรัทธา ยาดมหงส์ไทย จากแบรนด์ที่ทั่วโลกรู้จัก สู่วันที่ผู้บริโภคไม่เชื่อมั่น
กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ สั่นสะท้านไปทั้งวงการยาดม หลังบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย“ยาดมหงส์ไทย” ถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัดถึงสองครั้งสองครา
กรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศว่าพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ใน“ยาดมหงส์ไทย สูตร 2 ล็อตที่ 332” จนต้องเรียกคืนกว่า 2 แสนกระปุกจากผู้ค้า
ผ่านไปเพียงชั่วข้ามคืน ถูกตีตราว่าเป็น“โรงงานเถื่อน” หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ร่วมกับ อย. ลงพื้นที่ตรวจค้นสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรหงษ์ไทยในโรงงานที่สมุทรสาคร หลัง อย.ออกประกาศว่าพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์
จนเจ้าของ เก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม ตัดพ้อว่า เริ่มท้อ หลังสถานการณ์บานปลายไม่หยุด พร้อมโอดธุรกิจที่ทำมา 20 ปี ถูกทำลายใน 2 วัน
“ตอนนี้เรื่องบานปลาย จนเกิดความเสียหายเยอะ น่าจะประเมินค่าไม่ได้แล้ว จากที่เรากำลังแก้เรื่องนี้ มาเจอเรื่องนี้ เราก็พยายามแก้ปัญหา ไม่ได้นิ่งเฉย ต้องแก้ทีละเรื่อง เราก็ต้องทำงาน หาเงินเลี้ยงองค์กรด้วยเช่นกัน จากธุรกิจที่เราทำมา 20 ปี ถูกทำลายไปใน 2 วันนี้ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงเราที่เสีย ยังมีชื่อเสียงของประเทศไทยที่เสียไปด้วย คาดว่ายังมีลูกค้าที่ยังเชื่อมั่นเราแค่ 10% อีก 90% น่าจะหายไป” เป็นความในใจของธีระพงศ์ในวันต้องเผชิญวิกฤต
ปฏิเสธไม่ได้ว่าจากเอฟเฟ็กต์ดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อ“ความเชื่อมั่นและศรัทธา” ในแบรนด์หงส์ไทยในสายตาของผู้บริโภคและคู่ค้าที่อาจจะลดน้อยถอยลงไปไม่มากก็น้อย และคงต้องใช้เวลาพักใหญ่ๆ กว่า “หงส์ไทย” ยาดมสมุนไพรแบรนด์คนไทยจะกู้ศรัทธากลับคืนมายืนบนจุดเดิมได้
ย้อนดูเส้นทางยาดม “หงส์ไทย” กว่าจะขึ้นแท่นเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกได้อย่างในวันนี้ เรียกว่าทำเอา “ธีรพงศ์” ผู้ปลุกปั้นถอดใจอยู่หลายครั้ง
แต่ด้วยลูกฮึดจึงทำให้ “หงส์ไทย” ฝ่าวิกฤต จนสามารถยืนหยัดมาได้ถึง 20 ปี จากทุนตั้งต้น 200 บาท สู่ยอดขาย 366 ล้านบาทในปี 2567 และเป้าหมายถัดไป 500 ล้านบาท ในปี 2568
ธีระพงศ์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า จุดเริ่มต้น ”หงส์ไทย” อยู่ช่วงปี 2541-2542 ตอนนั้นอายุ 31 ปี ต้องการหาอาชีพเสริมทำ เลยไปเรียนทำพิมเสนน้ำ ค่าเรียน 200 บาท ยังไม่ค่อยรู้อะไรมาก ผลิตออกมาแล้วขาย แต่ก็ขายได้น้อย เลยหยุดไปปีกว่าๆ กลับมาวางแผนใหม่และจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จึงคิดใหม่ว่าทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว เอาไปส่งตามปั๊ม มินิมาร์ท และงานศพ ขายราคากระปุกละ 15 บาท รอบนี้สำเร็จผลิตส่งได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นช่วงที่เริ่มมีคนเข้ามาทำตลาด ทำให้เกิดภาวะแข่งขันตีราคา
ช่วงนี้หยุดทำรอบที่สอง เพราะไม่เข้าใจกลไกราคา เลยกลับไปทำงานบริษัท ทำได้ 2 ปีกว่า ออกจากงานไปตระเวนหาลูกค้าตามปั๊ม จนพบข้อความสำคัญ ที่เด็กปั๊มบอกว่า “พี่หายไปไหนมา มีลูกค้าของพี่มาตระเวนหาอยู่เลยนะ ” เราก็ใจฟูและดีใจ
เลยกลับมาผลิตอีกครั้งในช่วงปลายปี 2548 เข้าปี 2549 หลังจากรู้แล้ว “ถ้าทำอะไรออกมาดีๆ แล้ว ไม่มีวันตาย ที่มันไม่ตาย เพราะมีคนมาหา” จึงกลับไปเดินขายในตลาด เพื่อเก็บข้อมูล วางแผนการผลิตสินค้า พัฒนาสินค้าที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ที่เราต้องการ ทำให้โจทย์เราเริ่มชัดเจน เมื่อกลับไปบ้านก็ไปเอาเงินมีอยู่ 200 บาทมาเป็นทุน ทำแล้วเดินขายจากที่ไม่เคยได้ ก็ขายได้วันละ 26,000 บาท
จากนั้นลูกค้าเริ่มให้ทำส่ง เกิดกลไกสินค้าไปสู่โรงงาน รูปแบบการขายก็เปลี่ยนจากรากหญ้าไปสู่โรงงาน จึงตัดสินใจทำส่งอย่างเดียว เส้นทางจากที่ไม่เคยเป็นนายตัวเอง เริ่มมีพนักงาน มีการพัฒนาสูตรมาโดยตลอด จนมาเป็นสูตรหงส์ไทยทุกวันนี้และมีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ นี่คือสิ่งทำให้ชีวิตเปลี่ยน ไม่มีใครรู้หรอกว่าอีก 19 ปี จะมียาดมหงส์ไทย
“สูตรที่ได้มาจากการถูกตำหนิ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ถ้าแก้ได้ 1 คน จะได้โบนัสไป 1 แสนคน เป็นสูตรคิดง่ายๆ เลยทำให้เราถนัดในเรื่องของการพัฒนาสูตร แก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ทำให้หงส์ไทยจากเมื่อก่อนอยู่รอบนอก แต่ขณะนี้เราถูกล้อมกว่า 70 แบรนด์ในช่วง 10 ปี ทำให้ยาใช้ภายนอกเป็นยุคพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ด้วยมูลค่าตลาดเฉียด 5,000 ล้านบาท
การมีคู่แข่งมาก ทำให้วงการธุรกิจเจริญเติบโต ซึ่งหงส์ไทยวิ่งไม่หยุดตั้งแต่วันแรก ทำทุกอย่างเหมือนปีแรก และการที่ลูกค้าให้การตอบรับ เพราะมีการบอกต่อ มีการแนะนำ เป็นไวรัลสะสมมาไม่ใช่การตกแต่ง ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วมาดัง และผมก็ไม่คิดจะมาถึงจุดนี้ คิดอย่างเดียวคือเลี้ยงพ่อแม่มีเท่านี้ แต่การรู้ที่ถูกวิธีและนำมาใช้ทำให้ค้นพบแก่นแท้ของการทำงาน คือคุณภาพและการเสียสละ”
สำหรับวิกฤตครั้งนี้ ธีระพงศ์แจกแจงเกิดจาก “ผลิตไม่ทัน” ออเดอร์ทะลัก ซึ่งโรงงานที่พุทธมณฑลสาย 2 ที่ได้รับใบอนุญาต มีพื้นที่และคนไม่เพียงพอ จึงต้องซื้อเครื่องติดสติ๊กเกอร์ และหาพื้นที่ใหม่ใกล้เคียงใช้เป็นสถานที่ติดสติ๊กเกอร์และแพคของลงโหล พร้อมกับก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ปัจจุบันสร้างเสร็จถูกต้องตามแปลนที่ขอ อย.แต่รอนำเข้าเครื่องจักรเพิ่ม ตามที่ สสจ.สมุทรสาคร ระบุว่าต้องนำเข้าให้ครบก่อนถึงจะเข้าไปตรวจสอบและออกใบอนุญาตได้
“เรายังไม่มีสถานที่หรือโรงงานที่ขออนุญาตถูกต้อง เลยต้องไปหาพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นสถานที่ติดสติ๊กเกอร์ และแพคสินค้า แต่การผลิตเรายังผลิตที่โรงงานเดิม และสถานที่ของเราก็สะอาด ไม่ได้ทำชุ่ยๆ แต่ว่าคำว่าผิดมันก็ผิด เพราะไม่ได้ผลิตที่โรงงานพุทธมณฑลสาย 2 คำว่าไม่ได้รับใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าผมสร้างโรงงานเถื่อน แค่ยังเอาเครื่องจักรเข้ามาไม่ครบ“ เจ้าของยาดมหงส์ไทยระบาย
พร้อมอธิบายว่า จากธุรกิจที่เติบโตมาก ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ทั้งออเดอร์และการตอบรับ เราก็หาวิธีแก้ไขช่วงนั้น เพราะเรามีพนักงาน ต้องแข่งกับค่าใช้จ่ายด้วย จริงๆ คนเคยทำธุรกิจ ถ้ามองดีๆ แล้วจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่การซื้อมาขายไป จริงๆ มีรายละเอียดอีกมาก ที่เป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือน
“ถามว่าตรงนี้เราผิดไหม เรายอมรับว่าเราผิด เราพยายามทำให้มันดี ไม่ใช่ว่ามันแย่ ที่เขาไปเจอ ทุกที่ดีหมด เรามีแผนจะสร้างโรงงานที่อ้อมน้อยเพิ่มอีก กำลังเทียบราคาค่าก่อสร้างอยู่ เป็นอาคาร 6 ชั้น พื้นที่ 8,000 ตารางเมตร อยู่ในแผนที่เราจะลงทุน 150 ล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 2 ปี”
ส่วนทิศทางในการฝ่าวิกฤตศรัทธานั้น ธีระพงศ์บอกว่า รอดูทิศทางที่แน่ชัดจาก อย. เพราะตอนไปตรวจโรงงานที่อ้อมน้อย ผมก็ไม่ได้รับแจ้ง ตอนนั้นผมอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เพื่อทำการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาจุลินทรีย์ใน “ยาดมสมุนไพรสูตร 2 ล็อตที่ 332” ซึ่งจะมีการฉายแสงฆ่าเชื้อ
อย่างไรก็ตาม เจ้าของยาดมหงส์ไทย ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีหนังสือจาก อย. แจ้งมายังสำนักงานว่าจะมีการนำเชื้อไปเพาะเชื้อ ต่อมาได้รับแจ้งเพียงว่าเจอเชื้อจุลินทรียปนเปื้อน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม แต่ผมอยู่ต่างจังหวัดเลยไม่ได้เข้าไป และเราก็ถามกลับไปว่า มีผลต่อผู้บริโภคอย่างไร ทาง อย.ก็ยังไม่ได้อธิบาย แจ้งแค่ผล และต้นเหตุที่ต้องตรวจว่าเพราะมีคนไปร้อง เราได้รับแจ้งแค่นั้นจริงๆ เลยจากการสุ่มตรวจครั้งนี้ คาดว่าอาทิตย์หน้าน่าจะะมีผลชัดเจนออกมา
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขั้น ตอนนี้ทำให้คนไม่เชื่อมั่นหงส์ไทย แต่อีกมุมหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่า เราอยู่มา 20 ปี เรามีการดำเนินการต่างๆ มา ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำอะไรเลย มีคนบอกว่าทำไมเราไม่ทำให้สำเร็จ ถ้าใครไม่มาเจอสถานการณ์อย่างนี้ ทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งการขยายการผลิต ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะเราไม่ได้กู้เงินมาลงทุน”
ถามว่าได้บทเรียนอะไรจากวิกฤตครั้งนี้
ธีระพงศ์บอกว่า น่าจะเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในทุกๆ ด้าน ส่วนการที่แบรนด์ยาดมหงส์ไทยจะกลับมาได้เหมือนเดิมเมื่อไหร่ ถ้าถามใจผม ความตั้งใจผมยังเหมือนเดิม ความคิดที่จะทำสินค้าออกมาดีๆ ก็ยังเหมือนเดิม และต้องการทำให้สินค้าของประเทศไทย ให้ทุกคนยอมรับระดับโลกก็ยังเหมือนเดิม ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยก็ยังเหมือนเดิมหมด แม้จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ตาม
“ในแง่ผู้บริโภค ก็ต้องพิสูจน์เรื่องที่ผมจะแก้ไขว่าผมจะแก้ไขอย่างไร และพิสูจน์เรื่องคุณภาพที่ลูกค้าได้รับ เพราะการที่หงส์ไทยมาถึงในวันนี้ได้ เป็นเพราะคุณภาพอยู่แล้ว เราจะทำให้ดีต่อไป เพราะผมเชื่อว่า ความจริงก็คือความจริง สินค้าดียังไงก็ดี แต่ถ้าเกิดสินค้าอาจจะขาดความน่าเชื่อถือ แต่ผมเชื่อว่าเดี๋ยววันหนึ่ง ผมพัฒนาไป แก้ไขไป เดี๋ยวก็น่าจะทยอยกลับมาได้” เจ้าของยาดมหงส์ไทยกล่าวอย่างมั่นใจ
พร้อมเผยถึงความคืบหน้าสินค้าล็อตที่ปัญหาว่า เราให้ลูกค้าคืนได้ และมีทยอยคืนมาแล้ว แต่ยังไม่มีการขอชดเชยหรือปรับเปลี่ยนสินค้าแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ลูกค้าจะให้กำลังใจมากฝกว่าถึง 90% อีก 10% ที่ช่วงนี้ขาดความน่าเชื่อถือ จะขอคืนก่อน และมีบางส่วนบอกว่ารอให้เราเคลียร์ให้จบแล้วมาค้าขายกันต่อ ถ้าเป็นคนที่ค้าขายกับหงส์ไทยมา ตอนนี้ส่วนใหญ่จะยังให้โอกาสอยู่ เพราะที่ผ่านมาเขาก็ชื่นชมว่าผลิตสินค้าออกมาเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ส่วนการพบเชื้อจุลินทรีย์ก็ว่ากันไปตามที่ อย.แจ้ง แต่เราก็หาวิธีแก้ไขในทุกด้าน
“ครั้งนี้ถือว่าเป็นวิกฤตที่หนักหนาที่สุด เป็นความผิดพลาด ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เป็นเพราะเราโตเร็วเกินคาด และการพัฒนาไม่ใช่แค่การพัฒนาให้ได้ยอดขาย แต่ต้องพัฒนาคน และพัฒนาหลายด้าน ต้องทำควบคู่กันไปหมด ไม่ใช่แค่ผลิตออกมาแล้วขาย แล้วประสบความสำเร็จ ซึ่งการทำธุรกิจไม่ใช่มีแค่สองนิยาม คือผลิตแล้วขาย ยังมีนิยามอื่นๆ ที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย แต่เชื่อว่าความตั้งใจของผมที่ทำมาตั้งแต่วันแรก จนสามารถมาถึงวันนี้ได้ มันก็ต้องมีดี คือมีคุณภาพเป็นตัวรับรอง และสามารถทำให้เราฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ผมเจอวิกฤตมา 8 รอบ ไม่ใช่อยู่ดีๆ เรามาเป็นแบบนี้เลย ไม่ใช่ว่า 20 ปี เราไม่ทำอะไรเลย” ธีระพงศ์ว่า
พร้อมทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันเรายังเดินหน้าการผลิตสำหรับโรงงานพุทธมณฑลสาย 2 แต่ที่ราชการไปตรวจ ต้องเบรกไว้ก่อน แต่ขอยืนยันว่าการผลิตเราทำเองหมดทั้งระบบ ไม่ได้มีการจ้างหรือซับให้ใครมาช่วยผลิตให้ ในฐานะผู้ผลิต ขอยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเร่งดำเนินการยกระดับมาตรฐานโรงงาน และสำนักงานทั้งระบบ รวมถึงการแก้ปัญหาการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ ของยาดมสมุนไพรหงส์ไทยร่วมกับ สทน. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ว่าบริษัทมีความตั้งใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตศรัทธา ยาดมหงส์ไทย จากแบรนด์ที่ทั่วโลกรู้จัก สู่วันที่ผู้บริโภคไม่เชื่อมั่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th