ได้ใช้แน่! “กระเช้าภูกระดึง” วางเสาต้นแรกปลายปี 69 คนตีนภูรอวันลืมตาอ้าปาก
(วันนี้ 8 ต.ค. 68) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. นำคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ผู้บริหาร และสื่อมวลชน ลงพื้นที่สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จังหวัดเลย พร้อมจัดประชุมรับฟังความเห็นโครงการสร้าง “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง” ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และองค์กรท้องถิ่น เช่น สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เลย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ
“โอกาสของภูกระดึง”
นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนา ได้รับความสำคัญจากผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างยิ่ง ถือเป็นก้าวใหญ่ในการพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืนของจังหวัด สร้างงาน สร้างอาชีพ และเปิดโอกาสให้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้พิการ เข้าถึงภูกระดึงได้อย่างเท่าเทียม
“ภูกระดึงเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวจังหวัดเลย มีศักยภาพสูงและเป็นธรรมชาติที่งดงาม ทุกขั้นตอนของโครงการนี้จะดำเนินบนพื้นฐานของความรอบคอบ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่” นายประยูร กล่าว
“คนแก่ไม่มีแรงขึ้น ลูกหาบไม่มีแรงแบก”
นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย กล่าวว่า อำเภอมองเห็น “โอกาส” จากโครงการนี้อย่างชัดเจน เพราะสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ “มีกำลังจ่ายแต่ไม่มีแรงเดินขึ้นภู” การมีกระเช้าไฟฟ้าจะเปิดโอกาสให้คนทุกวัยเข้าถึงธรรมชาติ
“ภูกระดึงเหมือนเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ยังต่อยอดได้อีกมาก คนในพื้นที่อยากเห็นกระเช้า เพราะเชื่อว่าถ้ามีกระเช้าไฟฟ้า คนภูกระดึงจะลืมตาอ้าปากได้อีกเยอะ เราอยากให้ชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะสินค้าชุมชนที่ต้องพัฒนา เพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น”
นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน 83% ของนักท่องเที่ยวที่ขึ้นภูกระดึงเป็นคนอายุต่ำกว่า 40 ปี ส่วนกลุ่มสูงวัยมีน้อยลงเรื่อยๆ และ “แรงลูกหาบ” ก็ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง
“วันนี้ลูกหาบหลายคนเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก หนอกขึ้น ขาโก่ง บางคนส่งลูกเรียนจนจบปริญญา ไม่อยากให้ลูกหาบต่อ ลูกๆ ที่มาช่วยพ่อแม่ก็แบกได้แค่ 20 กิโล ไม่ได้ 50-60 กิโลอย่างรุ่นก่อน ปัจจุบันมีลูกหาบลงทะเบียน 200 คน แต่มาจริงไม่ถึง 100 คน ถ้านักท่องเที่ยวมาหลัง 9 โมงเช้า บางวันลูกหาบหมด ต้องแบกสัมภาระขึ้นเอง”
“ตราบใดยังมีลมหายใจ จะสู้เพื่อกระเช้า”
นายคุณาวุฒิ บุดดาดวง ประธานคณะกรรมการรณรงค์กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง กล่าวอย่างหนักแน่นว่า คณะทำงานผลักดันเรื่องนี้มาต่อเนื่องหลายปี เคยยื่นหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขอสนับสนุน แต่สุดท้ายยังไม่คืบหน้า
“เราพาคณะไปศึกษาดูงานที่เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และเสนอต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 1–2 ให้เชิญรองนายกฯ ภูมิธรรม เวชชัย มาดูพื้นที่ แต่ครั้งนั้นได้รับข้อมูลผิดพลาดว่าชาวภูกระดึงไม่เอากระเช้าไฟฟ้า รวมถึงช่วงที่ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร ยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ก็มีแผนลงพื้นที่ แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก่อน”
“เราจะยังเดินหน้าสนับสนุนกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงต่อไป ตราบใดยังมีลมหายใจ เราก็ยังมีความหวัง”
“เสียงจากคนเลย กระเช้า คือ ทางรอดเศรษฐกิจ”
นางสาวจุฑามาศ จิเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ภูกระดึงจะมีกระเช้า เพราะจะช่วย “ดึงเม็ดเงิน” เข้าสู่พื้นที่มากขึ้น แม้ภูกระดึงจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังระดับประเทศและโลก แต่เศรษฐกิจท้องถิ่นยังอ่อนแรง “นักท่องเที่ยวมาแล้วใช้จ่ายน้อย” เธอย้ำว่าจังหวัดต้องวางแผนดูแลทรัพยากรธรรมชาติและขยะควบคู่ หากบริหารจัดการดี จะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมแน่นอน
ด้าน หอการค้าจังหวัดเลย ระบุว่า พยายามผลักดันกระเช้ามานานกว่า 10 ปี และมองไปไกลถึง “หลังสร้างเสร็จ” ว่าการบริหารจัดการจะเป็นอย่างไร หอการค้าฯ เห็นว่าควรมี “บริษัทมืออาชีพ” มาบริหารระบบ พร้อมวางแผนเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น รถรับส่งนักท่องเที่ยวและท่ารถโดยสาร รวมถึงควรเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และงบประมาณดูแลตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น
“เสียงร้องของผู้ประกอบการ”
ผู้ประกอบการที่พักและรีสอร์ตในพื้นที่ภูกระดึงเผยว่า “ดีใจที่ อพท. จะสร้างกระเช้า เพราะจะทำให้คนทุกวัยเข้าถึงภูได้เท่าเทียม” และตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา “เศรษฐกิจภูกระดึงไม่ขยับ” ที่พักราคา 450 บาท ยังถูกต่อเหลือ 350-400 บาท “ถ้ามีกระเช้า รายได้จะดีขึ้นแน่ ไม่ใช่แค่ภูกระดึง แต่อำเภอรอบๆ และจังหวัดใกล้เคียงก็จะได้อานิสงส์ด้วย”
“อพท. เคลื่อนต่อ – เสาแรกปลายปี 69”
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เผยว่า อพท. ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐ เอกชน และชาวบ้านในพื้นที่ “มากกว่า 20 ครั้ง” เพื่อขับเคลื่อนโครงการ และล่าสุดมี MOU กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
1. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว
2. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือบูรณาการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อุทยานภูกระดึง โดยจะลงนามอย่างเป็นทางการในเดือน ตุลาคม 2568
เส้นทางกระเช้าที่เลือกมีระยะทาง 4.4 กิโลเมตร ต้นทางอยู่ในเขตอุทยานภูกระดึง ห่างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานราว 3.5 กิโลเมตร ใกล้บ้านห้วยเดื่อ ไปยังสถานีปลายทางระหว่าง ผาหมากดูก กับ หลังแป ห่างราว 600 เมตร
“เส้นทางนี้ผ่านการคัดเลือกจาก 4 เส้นทางที่ศึกษาแล้วว่าทำได้จริง ไม่บดบังทัศนียภาพ และไม่กระทบสิ่งแวดล้อมหรือวิถีสัตว์ป่า” นายศิริปกรณ์ กล่าว
“งบออกแบบ 25 ล้าน ใช้เวลา 12 เดือนก่อสร้าง”
อพท. ได้รับงบออกแบบก่อสร้าง 25 ล้านบาท และลงนามสัญญาจ้างเมื่อ 30 ก.ย. 2568 เริ่มสัญญา 1 ต.ค. 68 – สิ้นสุด 27 มิ.ย. 69 (270 วัน) คู่สัญญาคือ บริษัท เทสโก้ จำกัด ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งผ่านการคัดเลือกจาก 5 บริษัท โดยมีประสบการณ์งานกระเช้าระดับโลกและงานเสาพาดสายของรัฐ-เอกชนจำนวนมาก
ปัจจุบันอยู่ระหว่าง ศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ, ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และ ขออนุญาตใช้พื้นที่ในอุทยานฯ ก่อนเสนอเข้า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อจัดสรรงบก่อสร้าง โดยคาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 12 เดือน (ธันวาคม 2569 – พฤศจิกายน 2570) หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะวาง “เสาต้นแรก” ได้ใน ธันวาคม 2569 และแล้วเสร็จภายใน ปี 2570 เพื่อเปิดใช้ทันฤดูกาลท่องเที่ยว หรืออย่างช้าที่ ต้นปี 2571
วงเงินก่อสร้างเบื้องต้น ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และจะมีการศึกษาเชิงลึก 3 ประเด็นควบคู่ ได้แก่
- การบริหารจัดการบนยอดภู ร่วมกับอุทยานฯ
- จุดเปลี่ยนถ่ายจราจรด้านล่าง
- การเชื่อมโยงพื้นที่ใกล้เคียง
ทั้งหมดจะถูกรวมเป็น มาสเตอร์แพลนฉบับเดียว เสนอต่อ ครม. ในไตรมาส 4 ปีหน้า
นายศิริปกรณ์กล่าวปิดท้ายว่า “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้าง แต่คือโอกาสใหม่ของชุมชน เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”
เสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ-เอกชน ชาวบ้าน ต่างพูดตรงกันว่า “ถึงเวลาที่ภูกระดึงจะมีกระเช้าไฟฟ้าเสียที” เพื่อเปิดโอกาสใหม่ให้คนทุกวัยเข้าถึงธรรมชาติ พร้อมปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หากทุกอย่างเดินตามแผน…ปลายปี 69 วางเสาต้นแรก – ปลายปี 70 ได้ใช้แน่ และ “เสียงความหวังของคนภูกระดึง” จะไม่ใช่แค่เสียงสะท้อนในลมภูอีกต่อไป