โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สื่อต่างชาติ เผย ธปท.-ก.คลัง เล็งเก็บ “ภาษีซื้อขายทองคำออนไลน์” สกัดบาทแข็ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 08.05 น.

สื่อต่างชาติ เผย ธปท.-ก.คลัง เล็งเก็บ "ภาษีซื้อขายทองคำออนไลน์" ที่ชำระด้วยเงินบาท หวังลดแรงหนุนค่าเงินจากรายได้ส่งออกทองที่พุ่ง 69% แตะ 254,000 ล้านบาทใน 7 เดือนแรกปีนี้ ส่งผลให้บาทแข็งค่ากว่า 7%

วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 13.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง กำลังหารือถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ที่ชำระและชำระบัญชีด้วยเงินบาท โดยมาตรการดังกล่าวอาจยกเว้นทองคำที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์สหรัฐ การซื้อขายในตลาดล่วงหน้า รวมถึงการซื้อจากร้านทองทั่วไป

เป้าหมายของภาษีนี้คือ ลดการส่งออกทองคำ และทำให้การถือครองทองคำสำหรับคนไทยมีต้นทุนสูงขึ้น แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่าเงินดอลลาร์ที่ไหลเข้ามาจากการส่งออกทองคำ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า

หลังจากมีรายงานเรื่องภาษี ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากถึง 0.6% มาอยู่ที่ 31.92 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568

ข้อมูลการค้าระบุว่า การส่งออกทองคำของไทยพุ่งขึ้น 69% แตะ 254,000 ล้านบาท หรือประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะการส่งออกไปกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบ ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในปี 2568

โดยรายได้จากการส่งออกทองคำถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2564 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยค่าเงินแข็งขึ้น 7% นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้มีเสียงเรียกร้องให้ ธปท.แทรกแซงเพื่อปกป้องผู้ส่งออกและการท่องเที่ยวมากขึ้น

ทั้งนี้ ธปท.มีกำหนดหารือกับผู้ประกอบการค้าทองคำในวันนี้ (15 ก.ย.2568) เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบของทองคำต่อค่าเงินบาท รวมถึงแนวทางการเข้มงวดการรายงานธุรกรรม ขณะที่กระทรวงการคลังจะจัดการประชุมหารือเพิ่มเติมกับ ธปท. และคาดว่าจะมีการตัดสินใจได้ก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง โดยแหล่งข่าวกล่าวว่าภาษีดังกล่าวอาจถูกจัดเก็บในรูปแบบภาษีธุรกิจเฉพาะ

หากผู้ขายทองคำแปลงรายได้ดอลลาร์เป็นเงินบาท ธุรกรรมนั้นอาจถูกจัดเก็บภาษีด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีอัตราภาษียังไม่ได้ข้อสรุป

ธปท.ระบุว่าการแข็งค่าของเงินบาทส่วนใหญ่เกิดจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และปัจจัยภายนอก พร้อมย้ำว่าจะเข้ามาแทรกแซงตลาดหากมีความผันผวนเกินควร โดยตามปกติแล้วค่าเงินบาทมักได้แรงหนุนเมื่อคนไทยขายทองคำ เพราะรายได้ดอลลาร์จะถูกแปลงกลับเป็นเงินบาท

การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลลบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย ผู้ส่งออกกำลังเผชิญความยากลำบาก หลังจากสินค้าไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าโดยสหรัฐในอัตรา 19% เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีนก็ลดลง จากทั้งผลกระทบของค่าเงินแข็งและความกังวลเรื่องความปลอดภัย

ทั้งนี้ทองคำมีความหมายเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ลึกซึ้งในสังคมไทย มักถูกถวายตามวัดพุทธ และถือเป็นวิธีการออมและส่งต่อความมั่งคั่งตามธรรมเนียม ความต้องการทองคำในไทยเพิ่มขึ้น 13% เมื่อปี 2567 ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีการเติบโตต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน แม้ในช่วงโควิด ตามข้อมูลจากบริษัท YLG Bullion International อ้างอิง World Gold Council

โดยคนไทยซื้อทองคำเกือบ 70% ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ตามข้อมูลจาก MTS Gold Group หนึ่งในผู้ค้าทองรายใหญ่ของประเทศ โดยไทยนำเข้าทองคำส่วนใหญ่เพื่อบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ความต้องการทองคำในไทยคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน แตะ 53.7 ตันในปี 2568

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...