โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

How to เก็บเงินให้อยู่ 12 เทคนิคที่คนอยากรวยต้องรู้ ฉบับมนุษย์เงินเดือน เอาตัวรอดยุค “เงินหด”

Thairath Money

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 05.11 น.
ภาพไฮไลต์

ทุกวันนี้เงินไม่ได้มีค่าแค่เอามาใช้จ่าย แต่เป็น “เครื่องมือ” ที่กำหนดคุณภาพชีวิตเราเลยก็ว่าได้ ใครที่เคยตั้งใจจะเก็บเงินแต่ทำไม่ได้สักที หรือเก็บได้แป๊บเดียวแล้วหมดไปกับเรื่องจุกจิก

บทความนี้ Thairath Money ชวนคุณเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง ไม่ว่า “เงินเดือน”จะมากหรือน้อย เพราะการออมไม่ใช่เรื่องของ “จำนวนเงิน” แต่เป็นเรื่องของ “วินัยและวิธี” ต่างหาก

12 วิธีเก็บเงิน ที่ทำตามแล้วเห็นผลจริง

1. เก็บแบงก์ที่ชอบ – ออมสนุกแบบเล่นเกม

  • วิธีทำ: เลือกแบงก์ใดแบงก์หนึ่ง เช่น แบงก์ 50 บาท ทุกครั้งที่ได้มาให้เก็บทันที ห้ามใช้
  • ตัวอย่าง: ถ้าเจอแบงก์ 50 เฉลี่ยสัปดาห์ละ 5 ใบ จะเท่ากับเดือนละ 1,000 บาท
  • จุดแข็ง: ทำให้การออมไม่น่าเบื่อ เหมือนเล่นเกมลุ้นว่าจะได้แบงก์กี่ใบ
  • คำแนะนำ: วิธีนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือคนที่อยากสร้างกำลังใจให้ตัวเอง

2. เก็บเงินตามวันที่ – ปฏิทินช่วยบังคับอัตโนมัติ

  • วิธีทำ: วันที่ 1 เก็บ 1 บาท วันที่ 30 เก็บ 30 บาท รวมทั้งเดือนเก็บได้ 465 บาท
  • ถ้าอยากเร่งออม: คูณ 10 เช่น วันที่ 15 เก็บ 150 บาท
  • จุดแข็ง: ไม่ต้องคิดเยอะ แค่ทำตามวันที่
  • ข้อควรระวัง: ถ้าเงินเดือนน้อย ควรเลือกสูตรที่เบากว่า เช่น คูณ 5 แทน

3. หักเงินออมก่อนใช้ – Pay Yourself First

  • วิธีทำ: ตั้งระบบหักบัญชีอัตโนมัติ 10–20% ของเงินเดือนเข้าบัญชีออม
  • ตัวอย่าง: เงินเดือน 20,000 → หักออมทันที 2,000 เหลือใช้ 18,000
  • จุดแข็ง: ป้องกันการใช้เงินหมดก่อนออม
  • เคล็ดลับ: แนะนำเปิดบัญชีที่กดไม่ได้/ไม่มีบัตร ATM

4. หยอดกระปุกจากเงินทอน – Small Change, Big Money

  • วิธีทำ: เก็บเหรียญหรือแบงก์ย่อยทุกครั้งที่ซื้อของ
  • ตัวอย่าง: ถ้าเฉลี่ยวันละ 20 บาท → ปีหนึ่งได้เกือบ 7,300 บาท
  • จุดแข็ง: เงินน้อยแต่สะสมกลายเป็นก้อนใหญ่
  • ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงกระปุกที่เปิดง่าย จะเผลอหยิบมาใช้

5. อยากได้ของต้องออมก่อน – No Debt, No Regret

  • วิธีทำ: ตั้งเป้าเงินเก็บเท่าราคาของที่อยากได้ แล้วค่อยซื้อ
  • ตัวอย่าง: อยากได้มือถือราคา 15,000 → แบ่งเก็บเดือนละ 3,000 → 5 เดือนซื้อได้ทันทีโดยไม่ติดหนี้
  • จุดแข็ง: ลดพฤติกรรมผ่อนจ่ายที่ดอกเบี้ยบาน
  • ผลลัพธ์: ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ซื้อ เพราะใช้ “เงินที่มี” ไม่ใช่ “เงินที่ยืม”

6. ใช้แอปฯ ช่วยออม – Digital Coach

ฟีเจอร์ที่ควรใช้:

  • ตั้งเป้าออมรายเดือน
  • โอนอัตโนมัติ
  • แยกหมวดรายจ่าย

ตัวอย่างแอป: แอปธนาคาร (K PLUS, SCB EASY, ttb touch) หรือแอปการเงินอย่าง Finnomena, Jitta

จุดแข็ง : ทำให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงินจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

7. ฝากประจำปลอดภาษี – ปลอดภัย ได้ดอกจริง

  • วิธีทำ: เปิดบัญชีฝากประจำ 24–48 เดือน ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์
  • ตัวอย่าง: ฝากเดือนละ 3,000 บาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.8–2.5% ต่อปี
  • จุดแข็ง: ดอกเบี้ยไม่เสียภาษี (ตามเงื่อนไขธนาคาร)
  • เหมาะสำหรับ: คนที่ไม่รีบใช้เงิน และมีวินัยฝากต่อเนื่อง

8. แยกบัญชีชัดเจน – กันเงินรั่วไหล

  • แบ่งเป็น 3 บัญชีหลัก:

  • บัญชีใช้จ่าย (ค่าใช้จ่ายรายเดือน)

    • บัญชีออม (เงินสำรองฉุกเฉิน)
    • บัญชีลงทุน (สร้างความมั่งคั่ง)
  • จุดแข็ง: มองเห็นเงินกองไหนเป็นของจริง ใช้ผิดที่ผิดทางยาก

  • เคล็ดลับ: ใช้ธนาคารต่างกัน เพื่อกันความสับสน

9. ลงทุนพันธบัตร – เสี่ยงต่ำ ได้ดอกแน่นอน

  • วิธีทำ: ซื้อพันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาล ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2–3% ต่อปี
  • ข้อดี: ได้ดอกแน่นอน 100% มีความมั่นคงสูง
  • เหมาะสำหรับ: มือใหม่ที่ยังไม่อยากเสี่ยงกับหุ้น/กองทุน
  • ตัวอย่าง: พันธบัตรอายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 2.3% → ลงทุน 100,000 จะได้ดอกเบี้ย 11,500 ตลอดอายุ

10. ใช้สิทธิกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ – ฟรีเงินสมทบ + ลดภาษี

  • วิธีทำ: หากบริษัทมี PVD ให้เลือกออมสูงสุดที่ไหว เพราะบริษัทจะสมทบเพิ่ม
  • ตัวอย่าง: พนักงานออม 5% → บริษัทสมทบอีก 5% รวมเป็น 10% โดยที่เราจ่ายจริงแค่ครึ่งเดียว
  • จุดแข็ง: เงินโตเร็ว และยังลดหย่อนภาษีได้

11. ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ – ออม + คุ้มครอง

  • วิธีทำ: เลือกกรมธรรม์ที่ให้เงินคืนทุกปี + เงินก้อนตอนครบกำหนด
  • ตัวอย่าง: จ่ายปีละ 20,000 → ได้คืนปีละ 2,000 + ความคุ้มครองทันที
  • จุดแข็ง: ได้ทั้งการออมและความคุ้มครองชีวิต
  • ข้อควรระวัง: ต้องดูค่าใช้จ่ายที่แท้จริง (IRR) เพราะผลตอบแทนมักต่ำกว่าเงินฝากประจำ

12. ประกันบำนาญ – สร้างเงินใช้หลังเกษียณ

  • วิธีทำ: จ่ายเบี้ยช่วงทำงาน พอถึงอายุ 55–60 จะได้เงินบำนาญทุกปี
  • จุดแข็ง: ช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องหลังเกษียณ + ลดหย่อนภาษี
  • ตัวอย่าง: จ่ายเบี้ย 50,000 บาท/ปี 20 ปี → หลังเกษียณได้เงินคืนปีละ 30,000–40,000 บาทจนถึงอายุ 85–90

สรุปแล้ว “การออม” ไม่ใช่เรื่องของจำนวนเงิน แต่เป็นเรื่องของ “ระบบ” ที่เราวางไว้ในชีวิตจริง เลือกวิธีที่เข้ากับนิสัยและรายได้ แล้วทำต่อเนื่อง รับรองว่าแม้เงินเดือนจะไม่มาก แต่คุณก็มีภูมิคุ้มกันการเงินที่มั่นคง

ที่มา : ttbbank

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : How to เก็บเงินให้อยู่ 12 เทคนิคที่คนอยากรวยต้องรู้ ฉบับมนุษย์เงินเดือน เอาตัวรอดยุค “เงินหด”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...