โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวเปิดใจ ตามหาแม่ ก่อนรู้แม่เสียไปแล้ว ดีใจได้น้องเพิ่ม เพิ่งรู้น้องก็ออกตามหาพี่เหมือนกัน

Khaosod

อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 09.15 น.

สาวเปิดใจ ตามหาแม่ ก่อนรู้ความจริงแม่เสียไปแล้ว ดีใจได้น้องเพิ่มมาอีกคน เพิ่งรู้แม่สั่งไว้ น้องก็ออกตามหาพี่เหมือนกัน

จากกรณี น.ส.นาราภัทร แม่ค้าขายพระเครื่องของออนไลน์ แจ้งเรื่องให้ชุดสืบสวนนครบาล ช่วยออกตามหาแม่ ซึ่งแยกทางกับพ่อและไม่ได้กันมากว่า 10 ปี สุดท้ายรู้ความจริง แม่เสียชีวิตไปแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว สืบนครบาลช่วยสาวตามหาแม่ ไม่เจอกว่า 20 ปี ใจสลายรู้ความจริง ทุกคำถามได้คำตอบหมดแล้ว

ล่าสุดวันที่ 22 ก.ย.68 น.ส.นาราภัทร หรือ ไฟท์ เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากขอความช่วยเหลือจาก ชุดสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เพื่อตามหาแม่แท้ๆ ของตัวเอง หลังจากพลัดพรากกันนานกว่า 10 ปี

น.ส.นาราภัทร กล่าวว่า ความรู้สึกที่อยากตามหาแม่เป็นความรู้สึกที่มีมาตั้งแต่เด็ก ว่าแม่อยู่ยังไง สุขสบายหรือไม่ และตนจะคอยถามย่า และพ่อตลอดว่าแม่อยู่ที่ไหน พ่อกับย่าจะคอยบอกตลอดว่าแม่ไปอยู่ที่ไหน แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ไม่ได้รู้สถานที่ ที่ผู้ใหญ่บอก

จนเมื่อตนโตมา ได้ขอให้พ่อพาไปหาแม่ ซึ่งพ่อพาไปหาแม่ที่บ้านโคกมะม่วง จ.บุรีรัมย์ แต่ไปก็ไม่เคยเจอแม่เลย ถามคนระแวกนั้นก็ไม่มีใครรู้จักแม่ นอกจากนี้ตนจะไหว้พระขอพรตลอด ขอให้เจอแม่ เพราะอยากเห็นใบหน้าคนที่อุ้มท้องตน ทุกครั้งที่ขับรถผ่านบ้านแม่ ตนก็จะแวะไปตลอด ไม่ว่าจะไปคนเดียวหรือไปกับพ่อ เพราะคิดว่าสักวันก็จะเจอแม่บ้าง แต่ก็ไม่เคยเจอ จนเวลาผ่านไปมีคนแนะนำว่าให้ตนนำเลขบัตรประชาชนแม่ในใบสูติบัตรไปคัดลอกทะเบียนราษฎร์ดู แต่ตอนเด็กตนทำไม่เป็นจึงไม่ได้ทำตามที่มีคนแนะนำ

จนเมื่อตนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อยากตอบแทนบุญคุณ จึงตัดสินใจทักไปหาเพจดังๆ หลายเพจเพื่อขอให้ช่วยตามหาแม่ แต่ก็ยังเงียบ ตอนนั้นตนคิดว่ายังไงก็ไม่เจอ จึงได้ไปขอร้องตำรวจและได้พี่ๆ สืบนครบาลมาช่วยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแม่ โดยตนได้นำเลขบัตรประชาชนแม่ให้เจ้าหน้าที่ ก็พบว่า เป็นชื่อแม่แต่ใช้นามสกุลเดียวกับตน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำรูปมาให้ตนดูก็กลับพบว่าไม่ใช่แม่ จึงมั่นใจว่าแม่ถูกสวมบัตร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบค้นจนเจอลุงซึ่งเป็นพี่ชายของแม่ ที่ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ที่อยู่ของลุงมา อยู่ใน จ.นครราชสีมา และได้แนะนำให้ไปหาผู้ใหญ่บ้านก่อน เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านพาไปหาลุง จึงทำตามที่ตำรวจแนะนำ และผู้ใหญ่บ้านได้พาตนไปเจอกับลุง เมื่อเห็นหน้าลุงครั้งแรก ตนมีความคิดว่านี่คือลุงในสายเลือดหรอ เพราะตั้งแต่เด็กตนไม่เคยรู้จักญาติฝั่งแม่มาก่อน นอกจากเจอลุงแล้วยังได้เจอกับยาย และได้รู้ว่า ป้าหรือญาติหลายๆ คนเสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงแม่ของตน ที่เสียชีวิตแล้วเช่นกัน เนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็ง

ต่อมาตนได้ขอให้ลุงพาไปกราบกระดูกแม่ จนเมื่อวาน (21 ก.ย.) ลุงได้พาตนไปหาสามีใหม่ของแม่ที่อยู่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันสามีใหม่แม่นั้นบวชพระอยู่ พอญาติติดต่อหลวงพ่อไป เมื่อหลวงพ่อรู้ว่าตนมา ก็ได้รีบมาหา และบอกว่า แม่ตามหาตนเหมือนกัน และตนก็มีน้องอีก 2 คน โดยแม่ได้สั่งเสียและบอกกับน้องว่า ถ้าแม่เป็นอะไรไปให้ไปหาพี่ชื่อ ณริสา ปุ่มทอง กับ ณริต ปุ่มทอง พร้อมกับนำรูปตนและน้องอีก คนให้กับน้องคนเล็กดู ว่านี้คือตน ซึ่งน้องคนเล็กได้พยายามตามหาตนแล้วแต่ไม่เจอ เนื่องจากชื่อที่แม่ให้น้องไปนั้นเป็นชื่อเก่าของตน จากที่ตนเพิ่งได้คุยกับน้องเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ตนก็ได้รู้อีกว่าแม่เสียไปตั้งแต่ปี 59 ซึ่งยังไม่ทันได้ตอบแทนหรือทำอะไรให้แม่เลย

หลังจากนี้ตนจะดูแลน้องแทนแม่ แม้จะไม่ได้เจอแม่แต่ก็ดีใจที่ได้เจอน้องที่เป็นสายเลือดแท้ๆ ยอมรับว่าเสียใจเพราะตนไม่ทันได้เตรียมใจว่าจะได้ยินแบบนี้ เสียใจที่ไม่ได้ดูแล ไม่ได้ร่ำลา ไม่ได้กอดแม่ จากนี้จะนำรูปแม่ไปทำบุญแล้วนำรูปแม่กลับกรุงเทพไปด้วย

สุดท้ายนี้คำถามที่ตนเคยสงสัยมาตลอดว่าแม่อยู่ที่ไหน ทำอะไรกับใคร เป็นอะไร ตอนนี้ไม่สงสัยแล้ว ถ้าไม่ได้ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล ตนก็คงไม่มีโอกาสได้รู้ความจริง และคงไปรอแม่และยังออกตามหาแม่เหมือนเดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวเปิดใจ ตามหาแม่ ก่อนรู้แม่เสียไปแล้ว ดีใจได้น้องเพิ่ม เพิ่งรู้น้องก็ออกตามหาพี่เหมือนกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...