โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อึ้ง! ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติในกทม.กว่า 90% ไร้ใบอนุญาต แจงมีระบบสุ่มตรวจปีละ 3 ครั้ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากที่มูลนิธิและเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนให้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญมีคุณภาพที่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2559 และได้ทำการสำรวจคุณภาพของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มาแล้วถึง 3 ครั้งคือในปี 2559, 2565 และ 2566 และพบว่าตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญกว่าร้อยละ 90 ไม่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การทำงานศึกษาวิจัยของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ในปี 2567 เรื่องกฎหมายการควบคุมตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในพื้นที่กทม. พบปัญหาที่ซับซ้อนอย่างมาก เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาก แต่ยังไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ยังไม่มีการบูรณาการกัน การติดตั้งตู้น้ำดื่มยังมีความซับซ้อน หลากหลาย ทั้งนี้ที่ผ่านมา มูลนิธิได้เสนอร่างข้อบัญญัติ กทม.เรื่องการควบคุมกิจการผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายน้ำดื่มอัตโนมัติและได้ยื่นต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว แต่สถานการณ์วันนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีแนวทางไปข้างหน้าอย่างไร

“ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากที่ติดไว้ด้านหน้าตู้ โดยระบุรายละเอียดต่างๆ และสามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำได้ โดยหากไม่มีการดำเนินการดังกล่าวมีโทษปรับถึง 200,000 บาท” นางนฤมล กล่าว

ด้าน น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คือ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561 กฎกระทรวงควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 362 พ.ศ.2556 ที่กำหนดให้น้ำบริโภคจากตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ ต้องมีคุณภาพเทียบเท่าน้ำบริโภคในขวดปิดสนิท ส่วนของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ไม่มีการกำหนดโทษเพราะโทษต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สาธารณสุข พ.ศ.2535 ทั้งนี้ กทม. มีการสุ่มตรวจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นประจำทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ปัจจุบันมีมากถึง 2,735 แห่ง ทั้งยังมีข้อจำกัดด้านห้องแล็บ ถ้าลงตรวจแล้วตู้น้ำที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สำนักงานเขตจะแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการทำความสะอาดและลงตรวจอีกครั้ง ส่วนตู้ที่ไม่มีใบอนุญาตก็จะติดตามให้มีการมาขอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง นอกจากนั้น การร้องเรียนเรื่องตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญไม่ปลอดภัย ประชาชนเสนอเข้ามาได้ แต่อยากให้มีหลักฐานระบุพิกัด ตำแหน่งที่ชัดเจนมาที่สำนักงานเขตในพื้นที่

นายสุรเชษฐ์ บัวผัน นักวิชาการสาธารณสุข กรมอนามัย กล่าวว่า คุณภาพน้ำที่ออกจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการตรวจจากสภาพตู้ภายนอกเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้รายงานว่าปัจจุบัน กรมอนามัยกำลังอยู่ระหว่างการกลั่นกรอง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ มาตรการควบคุมการประกอบกิจการผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ พ.ศ… โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยเชื่อว่าจะประกาศใช้ในระยะไม่นานนี้ และเป็นความหวังที่จะช่วยยกระดับน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญให้ปลอดภัยมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อึ้ง! ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติในกทม.กว่า 90% ไร้ใบอนุญาต แจงมีระบบสุ่มตรวจปีละ 3 ครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...