อึ้ง! ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติในกทม.กว่า 90% ไร้ใบอนุญาต แจงมีระบบสุ่มตรวจปีละ 3 ครั้ง
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากที่มูลนิธิและเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนให้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญมีคุณภาพที่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2559 และได้ทำการสำรวจคุณภาพของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มาแล้วถึง 3 ครั้งคือในปี 2559, 2565 และ 2566 และพบว่าตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญกว่าร้อยละ 90 ไม่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การทำงานศึกษาวิจัยของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ในปี 2567 เรื่องกฎหมายการควบคุมตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในพื้นที่กทม. พบปัญหาที่ซับซ้อนอย่างมาก เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาก แต่ยังไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ยังไม่มีการบูรณาการกัน การติดตั้งตู้น้ำดื่มยังมีความซับซ้อน หลากหลาย ทั้งนี้ที่ผ่านมา มูลนิธิได้เสนอร่างข้อบัญญัติ กทม.เรื่องการควบคุมกิจการผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายน้ำดื่มอัตโนมัติและได้ยื่นต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว แต่สถานการณ์วันนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีแนวทางไปข้างหน้าอย่างไร
“ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากที่ติดไว้ด้านหน้าตู้ โดยระบุรายละเอียดต่างๆ และสามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำได้ โดยหากไม่มีการดำเนินการดังกล่าวมีโทษปรับถึง 200,000 บาท” นางนฤมล กล่าว
ด้าน น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คือ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561 กฎกระทรวงควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 362 พ.ศ.2556 ที่กำหนดให้น้ำบริโภคจากตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ ต้องมีคุณภาพเทียบเท่าน้ำบริโภคในขวดปิดสนิท ส่วนของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ไม่มีการกำหนดโทษเพราะโทษต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สาธารณสุข พ.ศ.2535 ทั้งนี้ กทม. มีการสุ่มตรวจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นประจำทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ปัจจุบันมีมากถึง 2,735 แห่ง ทั้งยังมีข้อจำกัดด้านห้องแล็บ ถ้าลงตรวจแล้วตู้น้ำที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สำนักงานเขตจะแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการทำความสะอาดและลงตรวจอีกครั้ง ส่วนตู้ที่ไม่มีใบอนุญาตก็จะติดตามให้มีการมาขอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง นอกจากนั้น การร้องเรียนเรื่องตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญไม่ปลอดภัย ประชาชนเสนอเข้ามาได้ แต่อยากให้มีหลักฐานระบุพิกัด ตำแหน่งที่ชัดเจนมาที่สำนักงานเขตในพื้นที่
นายสุรเชษฐ์ บัวผัน นักวิชาการสาธารณสุข กรมอนามัย กล่าวว่า คุณภาพน้ำที่ออกจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการตรวจจากสภาพตู้ภายนอกเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้รายงานว่าปัจจุบัน กรมอนามัยกำลังอยู่ระหว่างการกลั่นกรอง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ มาตรการควบคุมการประกอบกิจการผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ พ.ศ… โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยเชื่อว่าจะประกาศใช้ในระยะไม่นานนี้ และเป็นความหวังที่จะช่วยยกระดับน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญให้ปลอดภัยมากขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อึ้ง! ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติในกทม.กว่า 90% ไร้ใบอนุญาต แจงมีระบบสุ่มตรวจปีละ 3 ครั้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th