โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปรากฏการณ์ "ตื่นเงิน" ราคา Silver "ซิ่งกว่า" ทองคำ ส่องโอกาสลงทุนยุคใหม่ผ่าน TFEX

Thairath Money

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 06.46 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 06.46 น.
ภาพไฮไลต์

โลหะเงิน หรือ Silver กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา ด้วยราคาที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนน่าจับตาซึ่ง Silver ถูกมองว่าเป็นน้องเล็กที่ “ซิ่งกว่า” พี่ใหญ่อย่างทองคำ ซึ่งในปีนี้ราคาปรับตัวขึ้นไปสูงสุดกว่า 80%

ขณะที่หากมองภาพรวมผลตอบแทนในระยะยาว ก็นับว่า Silver ก็น่าสนใจไม่น้อย โดย 1 ปีย้อนหลัง ให้ผลตอบแทน 42.74% และ 5 ปีย้อนหลัง ให้ผลตอบแทนกว่า 96.31% (ราคา ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2568)

ในรายการ Thairath Money Night Stand EP.20 ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่ ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล จำกัด (MTS Capital) และจักรพันธ์ ติระศิริชัย ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มาร่วมวิเคราะห์ปรากฏการณ์ “ตื่นซิลเวอร์” และโอกาสในการลงทุนในตลาดอนุพันธ์

ราคาโลหะเงินพุ่ง “ซิ่งกว่า” ราคาทองคำ

ปรากฏการณ์ "ตื่นซิลเวอร์" ที่เกิดขึ้นนี้ มีที่มาจากความโดดเด่นของโลหะเงินที่ทำผลงานได้ "ซิ่งกว่า" ทองคำอย่างชัดเจน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ราคาพุ่งทะยาน ทั้งจากมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาที่ยังมีโอกาสไปต่อ และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจากภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่

ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กล่าวว่า ราคาโลหะเงิน (Silver) มักจะปรับตัวตามพี่ใหญ่คือทองคำ ซึ่งในปีนี้ราคาทองคำทำราคาทะลุขึ้นมาอย่างรุนแรง โดย Silver ถูกเรียกว่าเป็นน้องเล็กที่ “ซิ่งกว่า” พี่ใหญ่ เพราะราคาขึ้นมาเกือบ 80% ในขณะที่ทองคำขึ้นมา 50%

ปัจจุบันจึงเกิดสภาวะที่เรียกว่า "ตื่นซิลเวอร์" ขึ้นมา นักลงทุนเริ่มหันมามองหาสินทรัพย์ที่ยังไม่ทำ All Time High ซึ่งเมื่อพิจารณาในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) พบว่าโลหะเงินเพิ่งจะมาทำ All Time High ในปีนี้เอง

ช่วงที่ผ่านมาทองคำนั้นทำระดับสูงสุดแทบทุกวัน ในขณะที่โลหะเงินเพิ่งจะขึ้นมาแตะระดับสูงสุดเดิมเท่านั้น จึงมีโอกาสที่โลหะเงินจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอีกมาก

ด้านจักรพันธ์ ติระศิริชัย กล่าวเสริมว่า สาเหตุหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันราคาโลหะเงิน คือภาคอุตสาหกรรมมีการใช้โลหะเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น แผงโซลาร์เซลล์, รถยนต์ EV และแบตเตอรี่, รวมถึงชิปที่ใช้ใน AI

นอกจากความต้องการทางอุตสาหกรรมแล้ว ยังพบสัญญาณจากกองทุนขนาดใหญ่ โดยกองทุน ETF ที่ใหญ่ที่สุดของ Blackrock ชื่อ SLV (iShares Silver Trust) มีเงินไหลเข้าเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกนี้ถึง 96 ล้านออนซ์ ซึ่งมากกว่าเงินที่ไหลเข้าทั้งปีของปีที่แล้วเสียอีก

การที่เงินไหลเข้ากองทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ ทำให้กองทุนต้องไปซื้อโลหะเงินจริงมาเก็บไว้ ส่งผลให้ซัพพลายเริ่มไม่ค่อยพอและราคายิ่งปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาเห็นสัญญาณชัดเจนจากการที่คนไทยหันมาลงทุนในโลหะเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ TikTok ที่เริ่มมีคนพูดคุยเกี่ยวกับการซื้อเงินแท่งเก็บ

ไม่ใช่ Safe Haven แต่ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ-เก็งกำไรได้

แม้โลหะเงินมักจะถูกเปรียบเทียบกับทองคำ แต่ในเชิงโครงสร้างความต้องการแล้วกลับมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โลหะเงินอาจไม่ได้รับบทบาทเป็น "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) หลักเช่นเดียวกับทอง แต่ก็มีคุณสมบัติเด่นในด้านอื่นที่ตอบโจทย์นักลงทุน และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเก็งกำไรทำกำไรในระยะสั้น

สำหรับโครงสร้างความต้องการของโลหะเงินนั้นแตกต่างจากทองคำอย่างมาก โดย ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ชี้ให้เห็นว่า ทองคำ มีเรื่องของการสะสมโดยธนาคารกลาง ทำให้ถือว่าเป็น "Safe Haven" แต่โลหะเงินนั้น อาจจะไม่ได้เป็น Safe Haven ขนาดนั้น และถือว่าเป็นหมวด Industrial Use หรือโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมยุคใหม่

สาเหตุที่ทำให้ธนาคารกลางหรือธนาคารกลางทั่วโลกไม่ได้ซื้อเก็บโลหะเงิน เนื่องจาก Silver ยังมีราคาถูก และการจัดเก็บทำได้ลำบากกว่าทองคำมาก เพราะ Silver มีขนาดชิ้นที่ใหญ่กว่าและต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมาก

ด้าน จักรพันธ์ ติระศิริชัย ให้มุมมองว่า โลหะเงินและทองคำมีคาแรคเตอร์ที่ใกล้เคียงกันคือสามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ (Hedge) และเป็นของที่สามารถรักษามูลค่าได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ทองคำจะเก็บง่ายกว่าเพราะชิ้นเล็กกว่ามาก แต่นักลงทุนสามารถใช้ โลหะเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในพอร์ตได้ นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับการเก็งกำไร (Trading) ในช่วงที่ราคาขึ้นมากๆ เพราะใช้เงินน้อยกว่า

และด้วยความที่โลหะเงินมีความผันผวนสูงกว่าทองคำมาก จึงเปิดโอกาสให้คนที่เป็นสายเทรดดิ้งสามารถเข้าออกและทำกำไรในช่วงสั้น ๆ ได้ดีกว่าทองคำ

ลงทุนผ่านตลาด TFEX ไม่เสียภาษี VAT กูรูชี้ราคาไปต่อ!

เมื่อเห็นโอกาสที่น่าสนใจนี้ นักลงทุนมีทางเลือกในการเข้าถึงโลหะเงินหลายช่องทาง ท่ามกลางมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญว่าราคายังมีโอกาสไปต่อได้อีกไกล ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ เล่าว่าการลงทุนในโลหะเงิน ปัจจุบันสามารถทำได้ 2 ช่องทางหลัก ได้แก่

1. การซื้อโลหะเงินแท่ง - ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมากจนของขาดตลาด แต่ต้องพึงระวังว่าการซื้อเม็ดเงินหรือโลหะเงินแท่ง จะต้องมีการจ่ายภาษี VAT 7% เหมือนกับการซื้อสินค้าทั่วไป นั่นหมายความว่า นักลงทุนจะต้องรอให้ราคา Silver ขึ้นไปเกิน 7% ถึงจะเริ่มทำกำไรได้

2. Silver Futures ใน TFEX - เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมา 3 ปีแล้ว และเหมาะกับการลงทุนหรือเก็งกำไร ข้อดีที่สำคัญ คือ การซื้อขายใน TFEX ไม่มี VAT และกำไรจากการซื้อขายก็ไม่ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ใช้ Leverage หรือ Gearing สูง และ Silver เป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนกว่าทองคำถึง 2 เท่า (หากทองขึ้น 1, Silver จะขึ้น 2 และหากทองลง 1, Silver ก็จะลง 2) ตลาดเปิดยาวนานตั้งแต่เช้าจนถึงตี 3 จึงเทรดได้ทั้งคืน

*Leverage/Gearing คือ อัตราทดช่วยเพิ่มอำนาจซื้อให้สูงขึ้น โดยไม่ต้องวางเงินเต็มจำนวน

จักรพันธ์ ติระศิริชัย ชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ Silver Futures ใน TFEX มีการเติบโตของปริมาณการซื้อขายสูงมาก จากปีที่แล้วที่ซื้อขายกันเฉลี่ยวันละ 650 สัญญา (มูลค่า 100 ล้านบาท) ล่าสุดในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ ได้เพิ่มขึ้นมาเฉลี่ยถึง 7,000 สัญญาต่อวัน (มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อวัน) สิ่งนี้ทำให้การลงทุนมีสภาพคล่องสูง ซื้อง่ายขายคล่องมากขึ้น

ซึ่งมองว่ามีความน่าสนใจเนื่องจาก

  • ใช้เงินน้อย - สัญญา Silver Futures มีมูลค่าประมาณ 150,000 บาทต่อสัญญา แต่ใช้เงินวางมัดจำ (Margin) เพียงแค่ประมาณ 10,000 บาทเท่านั้น ทำให้เกิด Leverage 10-20 เท่า
  • ประโยชน์ทางภาษี - ไม่ต้องจ่าย VAT และได้รับยกเว้นภาษี Capital Gain (กำไรส่วนต่างจากการซื้อขาย)
  • อ้างอิงราคาตลาดโลก - ราคาที่ซื้อขายใน TFEX เป็นราคาในตลาดโลก (ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์) ไม่ต้องกังวลเรื่องการแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาท

อย่างไรก็ดี ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ชี้ว่า ในปีนี้ทองคำทำ All-Time High ไปประมาณ 50 รอบ แต่โลหะเงินเพิ่งทำ All-Time High ไปเพียง 5 ครั้ง นั่นหมายความว่า ศักยภาพในการขึ้นต่อมีเยอะกว่าทองคำมาก

โดยมีโอกาสสูงมากที่จะขึ้นไปถึงระดับ 64−70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหมายถึงการปรับตัวขึ้นอีก 20-40% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาขึ้นมาเยอะมากในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม) จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปรับฐานได้

นักลงทุนที่สนใจจึงอาจรอจังหวะการปรับฐานเพื่อทยอยซื้อได้ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ การลงทุนในโลหะเงินนั้น "ซิ่งกว่า" ทองคำ ดังนั้นต้องมีการวางเงินเผื่อไว้เพื่อบริหารความเสี่ยง

ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อน “ซิ่ง” ในตลาด TFEX

การลงทุนใน TFEX ถูกเปรียบเปรยว่าเป็น "สายซิ่ง" เนื่องจากมีอัตราทด (Leverage) ที่สูง ซึ่งหมายถึงโอกาสในการทำกำไรที่สูงขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวนและความเสี่ยงที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน

ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ชี้ว่าตลาด TFEX เป็นตลาดที่ใช้ Gearing หรือ Leverage สูง จึง ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความผันผวน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาใช้ Leverage เพื่อทำกำไรที่สูงขึ้น จำเป็นต้องศึกษาและบริหารจัดการ 3 เรื่องหลัก

  • ต้องเข้าใจรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ลักษณะสินค้า และแพลตฟอร์มที่ให้บริการ รวมถึงความเข้าใจเรื่อง Leverage ด้วย
  • ต้องบริหารจัดการเงินให้ดี ซึ่งการลงทุนไม่ใช่การใส่เงินหมดหน้าตัก (All in) แต่ต้องรู้วิธีกำหนดจุดตัดขาดทุน หรือ Cut Loss เมื่อผิดทาง
  • ต้องเข้าใจกลไกราคา การวิเคราะห์ และรู้วิธีบริหารจัดการ Position

จักรพันธ์ ติระศิริชัย กล่าวเสริมว่า สินทรัพย์ใน TFEX ถือเป็น "สายซิ่ง" นักลงทุนมือใหม่ต้องเข้าใจว่าเงินที่วางไว้เป็นเพียง "เงินมัดจำ" (Margin) ไม่ใช่เงินลงทุนทั้งหมด การบริหารจัดการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยแนะนำนักลงทุนว่าควรวางเงินหลักประกันให้สูงกว่าขั้นต่ำที่กำหนดท เพื่อที่ว่าหากเทรดผิดทาง จะยังมีโอกาสแก้ตัวได้ และผู้ลงทุนไม่ควร All in ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นอกจาก Silver Futures แล้ว ตลาด TFEX ยังมีผลิตภัณฑ์อนุพันธ์สกุลเงิน (Forex Futures) ที่ได้รับความนิยม โดยมีสกุลเงินหลัก 5 คู่ ได้แก่ USD/THB, EUR/THB, JPY/THB, EUR/USD และ USD/JPY

นอกจากนี้ TFEX ยังมี Market Maker (ผู้ดูแลสภาพคล่อง) ที่น่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจได้ว่าราคาที่ซื้อขายมีความถูกต้อง ไม่มีการลากราคาขึ้นลงแปลก ๆ เหมือนที่อาจเกิดขึ้นในแพลตฟอร์มอื่น

ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใน TFEX ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับนักลงทุน เงินที่โอนเข้า-ออก เป็นเงินบาททั้งหมด ไม่ต้องไปแลกเป็นดอลลาร์หรือคริปโตให้วุ่นวาย

นักลงทุนสามารถเข้าซื้อขายและทำกำไรขาดทุนเป็นเงินบาท โดยไม่เสียภาษีใด ๆ ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของตลาดหลักทรัพย์ในการมอบทางเลือกที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ให้กับนักลงทุน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูก “โบรกเกอร์เถื่อน” หลอกลวงด้วย

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปรากฏการณ์ "ตื่นเงิน" ราคา Silver "ซิ่งกว่า" ทองคำ ส่องโอกาสลงทุนยุคใหม่ผ่าน TFEX

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...