โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ธรรมนัส” เผย เป็นนักการเมือง ต้องทำได้ทุกบทบาท แม้ไม่ได้ร่วม รบ.

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 04.33 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 04.33 น.

“ธรรมนัส” เผย เป็นนักการเมือง ต้องทำได้ทุกบทบาท แม้ไม่ได้ร่วม รบ. บอก เป็นฝ่ายค้านมีหลักการ ไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง ชี้ ถ้าไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ก็ควบคุมอะไรไม่ได้ เชื่อ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน โยน ‘นฤมล’ คุย ’เท้ง‘ ลั่น จะไปยุ่งทุกเรื่องออกหน้าทุกเรื่องก็ไม่ใช่ ยัน ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่ฝ่ายแค้น มีคุณธรรมพอ - ชี้ เป็นเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้ ปม DSI เรียก “ชนนพัฒฐ์” พบพรุ่งนี้ ปัดตอบ เกมการเมือง - ชู กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็น “มันสมอง” กระทรวงเกษตรฯ เร่งยกระดับมาตรฐานตรวจบัญชีสหกรณ์ ป้องกันทุจริต–บริหารรายรับรายจ่ายเกษตรกร พร้อมฝากรัฐบาลหน้าช่วยสานต่อนโยบาย - ห่วงสงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนเกษตรพุ่ง เผย คุยปลัดเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาค้างคา ก่อนส่งไม้ต่อรัฐบาลใหม่ ยัน ยังไม่เก็บของกลับบ้าน ขอเดินหน้าแก้ปัญหาจนวาระสุดท้าย -บอก ตำแหน่งการเมืองไม่จีรัง ฝากข้าราชการเกษตรฯ ยึดหลักข้าของแผ่นดิน ทำงานเพื่อประชาชนแม้ผู้นำเปลี่ยน พูดเป็นนัย แม้อยู่ในสถานะไหน ‘ไปแล้วอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้ดูแลเกษตรกรก็จะทำให้ดี’

วันที่ 11 มี.ค. 69 ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางเรื่องทิศทางการโหวตประธานสภา ว่า ยังไม่ได้คุยกันในพรรค ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันภายใน และมีมติพรรคออกมา ซึ่งจะมีการประชุมกันในเช้าวันที่ 15 มี.ค. 69 ซึ่งเป็นวันโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคภูมิใจไทยได้ปิดดีลร่วมรัฐบาลแล้วได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบ้างหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้คุย ส่วนจะพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่นั้น ยืนยันว่าการเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ทำได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งตนได้เน้นย้ำกับ สส. ภายในพรรคทั้ง 58 คน ในการประชุมคราวที่แล้ว ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง ในฐานะที่เป็น สส. แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ในแต่ละพื้นที่ให้ดี เครือข่ายที่สร้างไว้ 7-8 ปี ทำอะไรต่อ เพื่อตอบสนองความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชนเราก็ทำเต็มที่และทำทันที

เมื่อถามว่าจะร่วมงานกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เราเป็นนักการเมือง ต้องอยู่ได้ทุกสถานะมิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน คนที่เคยร่วมอุดมการเดียวกันวันหนึ่งแยกทางกันก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นศัตรูคนที่ไม่ถูกกันหรือทัศนคติไม่ตรงกัน ไม่ได้มาทำงานร่วมกันก็ต้องยึดถือผลประโยชน์และประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง เราไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามา

ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดพรรคกล้าธรรมแม้ว่าเราเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายตรวจสอบ เราต้องมีหลักการของเราไม่ใช่จะโวยวายหรือค้านทุกเรื่อง เรื่องใดที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ฝ่ายบริหารเขาทำเราก็ไม่ควรไปค้าน เราต้องมีหลักของตัวเอง ซึ่งส่วนตัวไม่ได้คุยกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชน เพราะตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นกรรมการบริหารพรรค และตนไม่ใช่หัวหน้าพรรค บทบาทการหาเสียงกับบทบาทการบริหารพรรคไม่เหมือนกัน เราเป็นที่ปรึกษาเราก็ต้องให้คำปรึกษาการตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ว่าจะดีลอะไรยังไงกัน ซึ่งขณะนี้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคบ้างแล้ว เราก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน จะไปยุ่งทุกเรื่องออกหน้าทุกเรื่องก็ไม่ใช่

เมื่อถามว่ามีการวางแนวทางการตรวจสอบรัฐบาลอย่างไรบ้าง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ยังไม่ได้เป็น อย่าพึ่งสิ”

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะไม่ได้สานต่อนโยบาย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า กฎหมายที่เสนอแก้มาตรา 39 ได้เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับประชาชน จึงมั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าใครก็ตามที่จะมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องสานต่อแต่ถ้าไม่สานต่อตนก็จะใช้ สส.ทั้ง 58 คน ของตนขับเคลื่อนผ่านสภา

เมื่อถามว่ามีนักวิชาการออกมาบอกว่าที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลเพราะมีผู้ใหญ่ฝากให้ฝัง ร้อยเอกธรรมนัสนั้นตนว่านักวิชาการคนนั้นไม่รู้จริง

เมื่อถามว่าในฐานะที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมจะมีการถอดบทเรียนหรือไม่ว่าทำไมครั้งนี้ถึงไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ทั้งที่มีเสียง สส.58 เสียง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า การเป็นนักการเมืองบางครั้งได้มาซึ่งชัยชนะการเลือกตั้งไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเราจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อใดก็ตามที่เราไม่ใช่พรรคอันดับ 1 เราก็ไม่สามารถควบคุมได้

เมื่อถามว่าเลขาฯพรรคได้ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี ว่าการไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นการสกัดพรรคกล้าธรรม ไม่ให้เติบโตหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นของเลขาฯพรรค ต้องไปถามเลขาฯ

เมื่อถามว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยขาดลงเพราะลงแข่งขันในพื้นที่เดียวกันใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ”ถ้าไม่แข่ง ก็โดนเรื่องฮั้วเลือกตั้งสิครับ “

ส่วนที่ตนพูดบนเวทีว่าไปไม่นานก็กลับมานั้น หมายถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง ตนเห็นอะไรมาเยอะบางครั้งพรรคที่ได้อันดับ 1 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเสมอไป หรือพรรคที่ได้อันดับ 1 จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างยั่งยืนเสมอไป อยู่ที่การบริหารบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไร เป็นไปตามธรรมชาติ

เมื่อถามว่าจากโผ ครม. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.
บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยจะมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่จำเป็นต้องส่งไม้ต่อระดับนายสุริยะ ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องมอบ ท่านเป็นนักการเมืองมานาน

ทั้งนี้ภายหลังการให้สัมภาษณ์ร้อยเอกธรรมนัสได้แซวผู้สื่อข่าวว่า คงไม่ต้องไปเฝ้ารอที่กระทรวงเกษตรแล้ว ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า งั้นก็ไปรอที่สภา
ด้านร้อยเอกธรรมนัส จึงตอบมาว่า เราไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้าน เราไม่ใช่แนวร่วมอะไร ก็ต้องกลับมาดูแลตัวเองสุขภาพตัวเอง และดูแลลูกพรรคให้ดี

ส่วนที่พรรคประชาชนบอกว่าพรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ร้อยเอกธรรมนัสบอกว่า “ไม่มีหรอกครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น ไม่ต้องห่วงผมมีคุณธรรมพอ”

“ธรรมนัส” ชี้ เป็นเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้ ปม DSI เรียก “ชนนพัฒฐ์” พบพรุ่งนี้ ปัดตอบ เกมการเมือง

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงกรณีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 หลังวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) เป็นวันสุดท้ายที่ DSI เรียกไปพบ ว่า ต้องไปถามเขา มันเป็นเรื่องส่วนตัว ยุ่งมากไม่ได้ อย่างมากให้กำลังใจ เราอยู่พรรคเดียวกัน เชื่อว่าสมาชิกพรรคถามไถ่ มันเป็นเรื่องปกติ ให้กำลังใจกัน

ส่วนมองกรณีนี้เป็นการเล่นงานทางการเมืองหรือไม่ ร.อ. ธรรมนัส ตอบชัดว่า ไม่ทราบ ถ้าตนเองทำ จะตอบได้

ทั้งนี้ มั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของนายชนนพัฒฐ์ หรือไม่ ร.อ. ธรรมนัส ย้ำว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้

“ธรรมนัส” ชู กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็น “มันสมอง” กระทรวงเกษตรฯ เร่งยกระดับมาตรฐานตรวจบัญชีสหกรณ์ ป้องกันทุจริต–บริหารรายรับรายจ่ายเกษตรกร พร้อมฝากรัฐบาลหน้าช่วยสานต่อนโยบาย

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความมั่นคงถึงแนวทางการจัดงานสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์อาจถูกมองว่าเป็นหน่วยงานขนาดเล็ก มีงบประมาณไม่มาก และอาจไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริหารมากนัก แต่เมื่อตนเองเข้ามากำกับดูแล ได้ให้ความสำคัญกับกรมดังกล่าวในฐานะหน่วยงานสำคัญที่เปรียบเสมือนมันสมองของกระทรวง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการทำงานของกรมอื่น ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะการบริหารจัดการด้านรายรับรายจ่ายของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในระดับเกษตรกรรายบุคคล รายครอบครัว รวมถึงกลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรแปลงใหญ่

ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาอธิบดีหลายคนได้ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงินแก่เกษตรกร รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันในรูปแบบสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม แม้ว่าที่ผ่านมา นโยบายบางส่วนอาจยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมมากนัก เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงค่อนข้างบ่อย จึงได้ฝากถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปถึงรัฐบาลให้สานต่อนโยบายที่ได้วางแนวทางไว้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่าได้มีการเน้นย้ำข้าราชการในการแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างไรบ้าง ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า การยกระดับคุณภาพการตรวจสอบบัญชีถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตในระบบสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พัฒนามาตรฐานการตรวจสอบรูปแบบใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการให้คำแนะนำแก่สหกรณ์ทั่วประเทศ ให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดปัญหาล้มเหลว และดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์อย่างแท้จริง

“ธรรมนัส” ห่วงสงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนเกษตรพุ่ง เผย คุยปลัดเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาค้างคา ก่อนส่งไม้ต่อรัฐบาลใหม่ ยัน ยังไม่เก็บของกลับบ้าน ขอเดินหน้าแก้ปัญหาจนวาระสุดท้าย

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดจากตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดีเซลที่เกษตรกรใช้ รวมถึงต้นทุนการผลิตของภาคเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งยังมีกลุ่มชาวประมงส่งสัญญาณเตรียมเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่ารัฐบาลจะมีแนวทางสั่งการหรือดำเนินการอย่างไร เนื่องจากขณะนี้คณะรัฐมนตรียังมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า หากเป็นนักการเมืองคนอื่น อาจเตรียมเก็บข้าวของกลับบ้านไปแล้ว แต่สำหรับตนเองยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนถึงวาระสุดท้าย จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนโยบายและการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยตนเองได้ประสานงานกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอธิบดีของแต่ละกรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ

ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาด้านการตลาดของสินค้าเกษตรยังไม่รุนแรงมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ยหรือราคาน้ำมัน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง และเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่า ได้หารือร่วมกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงผู้บริหารของกระทรวงว่า จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนต่อไปในการดำเนินนโยบายต่อไป

“ธรรมนัส” บอก ตำแหน่งการเมืองไม่จีรัง ฝากข้าราชการเกษตรฯ ยึดหลักข้าของแผ่นดิน ทำงานเพื่อประชาชนแม้ผู้นำเปลี่ยน พูดเป็นนัย แม้อยู่ในสถานะไหน ‘ไปแล้วอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้ดูแลเกษตรกรก็จะทำให้ดี’

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความมั่นคง โดยช่วงหนึ่งของการกล่าวเปิดงานได้กล่าวถึงความสำคัญของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญเนื่องในวาระครบรอบ 74 ปีของการก่อตั้งหน่วยงาน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของหน่วยงาน เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีประวัติยาวนาน และมีอายุการดำเนินงานยาวนานกว่าหลายหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและพัฒนาระบบบัญชีของสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน แม้บางช่วงจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก็ยังมีผู้ที่เข้ามากำกับดูแลกระทรวงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านระบบบัญชีและการนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการสหกรณ์

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวข้อของการสัมมนาในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ถึงปี 2569 แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งอธิบดีและปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่แนวทางการพัฒนาหน่วยงานยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่าบางครั้งหลายคนอาจมองว่ากรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ โดยเฉพาะกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่มีหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้กับเกษตรกรและองค์กรสหกรณ์

ร้อยเอกธรรมนัส สะท้อนถึงสถานการณ์ของเกษตรกรไทยในปัจจุบันว่า ประเทศไทยมีประชาชนที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรมากกว่า 30 ล้านคน และยังมีจำนวนไม่น้อยที่เผชิญกับปัญหาหนี้สิน ทั้งหนี้ในภาคการเกษตรและหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดวินัยทางการเงิน และการไม่ประเมินสมดุลระหว่างรายรับกับรายจ่ายอย่างเหมาะสม

ร้อยเอกธรรมนัส เล่าถึงประสบการณ์การลงพื้นที่ตรวจราชการในหลายจังหวัด ซึ่งพบว่าหน่วยงานของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มักใช้สัญลักษณ์โอ่งบัญชีเพื่อสื่อถึงการบริหารจัดการรายรับรายจ่าย โดยเปรียบเทียบว่า รายรับเปรียบเสมือนทางเข้าทางเดียวของโอ่ง แต่รายจ่ายมีหลายช่องทาง หากขาดการบริหารจัดการที่ดี ก็จะนำไปสู่ปัญหาหนี้สินได้ง่าย

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวว่า ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง เคยประกอบธุรกิจซึ่งมีรายได้เพียงบางช่องทาง แต่รายจ่ายกลับมีจำนวนมาก จึงตระหนักว่าการไม่มีวินัยทางการเงินสามารถนำไปสู่ปัญหาหนี้สินและส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวได้ ดังนั้น หากครอบครัวมีภาระหนี้สินจำนวนมาก ก็ยากที่จะมีความสุขได้ เนื่องจากรายรับและรายจ่ายไม่สมดุลกัน

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวอีกว่า หลังจากกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2566 ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นการสร้างวินัยทางการเงินให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้สินในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวอีกว่า ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในสถานะใด ไม่ว่าจะมีโอกาสกลับมาทำหน้าที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ หากยังมีโอกาสก็จะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่หากถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนผ่าน ก็อยากฝากถึงข้าราชการทุกคนให้ยึดมั่นในสิ่งสำคัญอยู่เสมอ นั่นคือการตระหนักว่าทุกคนเป็นข้าของแผ่นดิน โดยข้าราชการต้องสำนึกว่าหากไม่มีแผ่นดิน ไม่มีประชาชน และไม่มีพี่น้องเกษตรกร หน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องตระหนักว่าหน้าที่ของตนคือการทำงานเพื่อประชาชน และต้องทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้สมกับการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า ตำแหน่งผู้บริหารทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วย ล้วนไม่จีรังยั่งยืน มีการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นถือเป็นครอบครัวเดียวกัน สถานที่ทำงานแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านของทุกคน จึงควรร่วมกันดูแลและรักษาองค์กรให้เข้มแข็ง

นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ยังระบุว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อมีรัฐบาลใหม่หรือผู้นำคนใหม่ นโยบายอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ต่อเนื่องบ้าง แต่ข้าราชการต้องมีหลักยึดในการทำงานของตนเอง และต้องรักษามาตรฐานการทำงานให้มีคุณภาพอยู่เสมอ

ร้อยเอกธรรมนัส ฝากถึงข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกหน่วยงานว่า ทุกวันนี้ที่ทุกคนสามารถมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้ ก็เพราะการทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ตั้งใจทำงานให้สมกับความรับผิดชอบ โดยใช้เวลาราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เวลาเริ่มงานจนถึงเวลาเลิกงาน รวมถึงช่วงเวลาพักกลางวัน เพื่อให้การทำงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกรและประเทศชาติ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...