โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งอพยพคนไทย สงครามตะวันออกกลางบานปลาย

INN News

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 10.00 น. • INN News

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงน่าจับตาอย่างใกล้ชิด หลังการโจมตีตอบโต้ระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มยืดเยื้อท่ามกลางความกังวลของนานาประเทศว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างมากขึ้น

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) มีการแถลงสถานการณ์ประจำวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมของสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีรายงานการโจมตีตอบโต้กันด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่

ล่าสุด มีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศบาห์เรน ขณะเดียวกัน ยังเกิดการโจมตีในประเทศเลบานอนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดในภูมิภาคยังไม่คลี่คลายและยังไม่มีสัญญาณว่าประเทศคู่ขัดแย้งสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน จะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาในเร็ววัน โดยผู้นำของแต่ละฝ่ายยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อกัน

แม้ผู้นำของหลายประเทศในอ่าวอาหรับ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ จะพยายามผลักดันให้มีการยุติความขัดแย้งผ่านแนวทางทางการทูต แต่จนถึงขณะนี้สถานการณ์ ยังคงมีความเปราะบาง โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเศรษฐกิจในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าว แม้จะยังไม่มีคนไทยได้รับอันตรายแต่ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอความร่วมมือให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และขอให้คนไทยที่ยังพำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมทั้งลงทะเบียนและแจ้งข้อมูลการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน ในด้านการเดินทางระหว่างประเทศ สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ได้เริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินบางส่วนแล้ว โดยมีรายงานว่าจะมีเที่ยวบินเดินทางมายังกรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการอพยพและช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

สำหรับความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ความขัดแย้ง ล่าสุดในประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกที่อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวันที่ 7 มีนาคม และเดินทางไปพักรอที่เมืองวาน ประเทศตุรกีได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วจำนวน 23 คน

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่สองอีก 69 คน ที่กำลังเดินทางออกจากอิหร่านไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกีในวันนี้ และบางส่วนมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 11 มีนาคม โดยกรมการกงสุลสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ในประเทศอิรัก ยังมีคนไทยอีก 64 คนที่อยู่ระหว่างเตรียมอพยพออกจากพื้นที่ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ได้ประสานงานเพื่อนำคนไทยกลุ่มดังกล่าวไปยังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ซึ่งศูนย์แห่งนี้พร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลคนไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้คำแนะนำ ประสานงานกับสายการบิน รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพให้กับคนไทยที่ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการประสานกับหน่วยงานของประเทศต่าง ๆ ที่ยังคงปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตให้คนไทยสามารถเดินทางผ่านแดนไปยังประเทศข้างเคียง ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยหรือเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามทางอากาศ

ล่าสุดมีรายงานว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งจนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยสามารถช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างในภูมิภาคตะวันออกกลางให้เดินทางกลับประเทศไทยได้แล้วรวมทั้งสิ้น 351 คน

ขณะถึงกรณีที่นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศ ว่าสงครามสู้รบในตะวันออกกลาง จะจบลงในเร็ววันนี้ ทางนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า หากจบได้เป็นเรื่องดีเพราะทุกคนได้รับผลกระทบหมด ควรจะจบแบบยั่งยืน จบด้วยการเจรจาและแนวทางสันติภาพ ไม่ใช่จบแบบทหาร ที่ไม่รู้ว่าจะยั่งยืนจริงหรือไม่ ย้ำว่าปัญหาดังกล่าว ต้องพูดคุยเจรจากันด้วยสันติวิธี

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...