โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NIA ปั้น Thai Kitchen 2026 ดัน FoodTech ไทยชิงเค้กตลาดโลก 222 ล้านล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 10.26 น.

ยกระดับจาก "ครัวของโลก" สู่ "ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหาร" ด้วยกลไก Groom-Grant-Growth-Global ชู 3 เซกเมนต์หลัก อาหารพื้นถิ่น-ผลไม้มูลค่าสูง-Future Food รับเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืนส่องตัวเลขส่งออกไทยอันดับ 12 ของโลก ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ด้าน Climate Change และ Digital Transformation

10 มีนาคม 256 - ในภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกปี 2026 อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นเครื่องยนต์หลักที่กำลังถูกจับตามองในฐานะ "Safe Haven" ของการลงทุนและการเติบโตที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยซึ่งครองตำแหน่ง "ครัวของโลก" มาอย่างยาวนาน กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการเป็นเพียงฐานการผลิตแบบดั้งเดิม (Commodity-based) อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอีกต่อไป สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงเร่งขับเคลื่อนโครงการ “Thai Kitchen 2026: Crafted FoodTech Accelerator Program” เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่นวัตกรรมมูลค่าสูง

ขุมทรัพย์ 222 ล้านล้าน โอกาสที่มาพร้อมการเปลี่ยนผ่าน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ฉายภาพจิ๊กซอว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจว่า แนวโน้มของตลาดอาหารและเครื่องดื่มโลกในปี 2025 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 7,400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 222 ล้านล้านบาท และยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 6.2% ต่อปี

ตัวเลขมหาศาลนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมอาหารคือภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงสุด (High Potential Sector) โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากปัจจัยบวก ทั้งความต้องการบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นตามจำนวนประชากร การพัฒนาเทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ "สุขภาพ ความยั่งยืน และอาหารแห่งอนาคต" มากยิ่งขึ้น

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยมีสัดส่วนสูงถึง ร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปัจจุบันไทยผงาดอยู่ในตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิมที่มีอยู่

“ปัจจุบันระบบอาหารโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารในทุกมิติ

ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ดังนั้นประเทศไทยในฐานะ ‘ครัวของโลก’ จึงไม่สามารถหยุดอยู่เพียงการเป็นฐานการผลิต แต่จำเป็นต้องก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างความยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก” - ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA

Focal Conductor เชื่อม Ecosystem สู่ความมั่งคั่งใหม่

เพื่อให้สอดรับกับความท้าทายข้างต้น NIA จึงสวมบทบาทเป็น Focal Conductor หรือผู้เชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ โดยดึงความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และนักลงทุน มาขับเคลื่อนผ่านกลไก “Groom – Grant – Growth – Global” เพื่อเร่งสร้างธุรกิจนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก (Product-Market Fit)

โครงการ Thai Kitchen 2026 จึงมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการใน 3 กลุ่มยุทธศาสตร์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added) ได้แก่ :

  • Modern Heirloom : การนำอัตลักษณ์อาหารไทยดั้งเดิมมาปัดฝุ่นใหม่ด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดพรีเมียม
  • High-Value Thai Food & Fruits : การยกระดับวัตถุดิบและความหลากหลายทางชีวภาพของไทย สู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันนัลฟู้ด
  • Future Food : การพัฒนาเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการที่เน้นความแม่นยำและความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหา

Scale Up สู่ตลาดสากล จากนวัตกรรมสู่เม็ดเงินจริง

จุดแข็งของโครงการนี้ คือ การไม่หยุดเพียงแค่การ "สอน" แต่คือ การ "เร่งการเติบโต" (Accelerator) อย่างเข้มข้น ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำปรึกษาแบบ Mentoring เฉพาะรายบริษัท (Deep Dive) จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรม เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดเชิงลึกและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่ Pilot Test เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาดและผลิตภัณฑ์จริง (Market Validation) ก่อนที่จะทำการผลิตเชิงพาณิชย์ในสเกลใหญ่ พร้อมโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนงบประมาณพัฒนานวัตกรรมสูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งถือเป็น "ทุนตั้งตัว" ที่สำคัญในการลดความเสี่ยงสำหรับการทำ R&D

ก้าวต่อไปของ FoodTech ไทยภายใต้การสนับสนุนของ NIA จึงไม่ใช่แค่การผลิตอาหารเพื่อส่งออก แต่คือการส่งออก "นวัตกรรมและโซลูชัน" ที่จะเข้าไปครองส่วนแบ่งในเค้กก้อนใหญ่ 222 ล้านล้านบาทของโลก เพื่อให้มั่นใจว่า "ครัวของโลก" แห่งนี้ จะยังคงเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...