โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทูตอิสราเอล ชี้ คนไทยควรโกรธ “อิหร่าน” เหตุโจมตีแหล่งน้ำมัน ดันราคาพลังงานโลกปั่นป่วน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 00.16 น.

ทูตอิสราเอล ชี้ คนไทยควรโกรธ “อิหร่าน” เหตุโจมตีแหล่งน้ำมัน ดันราคาพลังงานโลกปั่นป่วน

วันที่ 11 มี.ค. 2569 ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน–อิสราเอล

ประเด็นหนึ่งที่ถูกจับตาคือ ทูตอิสราเอลระบุถึงผลกระทบด้านพลังงาน โดยกล่าวว่า ชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ควรตำหนิอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านเป็นฝ่ายจงใจสร้างความปั่นป่วนต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก

“คนไทยควรจะไม่พอใจอิหร่าน เพราะอิหร่านได้โจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียโดยไม่มีการยั่วยุใด ๆ”

ฟิชเชอร์-คัมม์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อิหร่านกำลังใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่ และไม่ได้ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของโลก

“พวกเขาไม่ได้สนใจเสถียรภาพของโลกจริง ๆ ไม่สนใจแม้แต่ประชาชนของตนเอง แล้วจะมาสนใจประเทศไทยทำไม”

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจว่า หากพูดอย่างตรงไปตรงมา คนไทยควรรู้สึกไม่พอใจอิหร่านเป็นอันดับแรก เพราะอิหร่านเป็นฝ่ายตัดสินใจโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย

เธอย้ำว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ใช่การตอบโต้ฐานทัพของสหรัฐฯ หรือประเทศตะวันตกในอิสราเอล แต่เป็นการโจมตีเป้าหมายในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียโดยไม่มีการยั่วยุ โดยเฉพาะเป้าหมายทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก

เมื่อถูกถามว่าสงครามกับอิหร่านจะดำเนินต่อไปอีกนานเพียงใด ฟิชเชอร์-คัมม์ ระบุว่า สงครามจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น

“มันจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่และเป็นภัยคุกคามถาวรจากอิหร่าน”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...