อิสรภาพในเรือนร่างของผู้หญิงที่ CHANEL ปลูกฝังมาตั้งแต่ยุค 1920s ถูกถ่ายทอดอีกครั้ง ผ่านเส้นเอวแบบดรอปต่ำในคอลเลกชั่น Fall–Winter 2026 ที่พาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่แฟชั่นกลายเป็นภาษาของเสรีภาพ
การเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของเมซงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง “สนทนากับวิญญาณแห่งอดีต” ยิ่งหากเป็นการสานต่อบทสนทนากับผู้ก่อตั้ง บางครั้งก็อาจไม่ใช่สิ่งที่นักออกแบบทุกคนเลือกทำ แต่ Matthieu Blazy เลือกที่จะเปิดบทสนทนากับ Gabrielle Chanel ผู้ก่อตั้งเมซงและสตรีผู้ปฏิวัติแฟชั่นสตรีในศตวรรษที่ 20 ด้วยการปลดปล่อยผู้หญิงจากโครงสร้างเครื่องแต่งกายที่แข็งทื่อ สู่เสื้อผ้าที่เรียบง่าย คล่องตัว และเปี่ยมด้วยอิสระ อย่างเต็มภาคภูมิ
กับเรดี้ทูแวร์สำหรับสุภาพสตรีคอลฯ ที่สองของเขา ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบทสัมภาษณ์ของมาดามกาเบรียล ชาเนล กับหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส Le Figaro ในช่วงทศวรรษ 1950 และหลังจบโชว์ เขาก็อ่านส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์นั้นหลังเวที
“แฟชั่นคือทั้งหนอนผีเสื้อและผีเสื้อ” เขากล่าว “จงเป็นหนอนผีเสื้อในตอนกลางวัน และเป็นผีเสื้อในตอนกลางคืน ไม่มีอะไรสบายไปกว่าหนอนผีเสื้อ และไม่มีอะไรถูกสร้างมาเพื่อความรักเท่าผีเสื้อ เราต้องมีทั้งชุดที่คลาน และชุดที่โบยบิน ผีเสื้อไม่ไปตลาด และหนอนผีเสื้อก็ไม่ไปงานราตรี”
โดยนอกจากความสวยงามตระการตาบนรันเวย์แล้ว ในชีวิตของผู้หญิงในวันธรรมดา การใส่เสื้อผ้าที่สบายตัวก็ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสระที่ Gabrielle Chanel ให้ความสำคัญมาตั้งแต่แรกเริ่ม ตั้งแต่การหยิบแรงบันดาลใจจากตู้เสื้อผ้าของผู้ชายมาทำเป็นชุดสูทสำหรับผู้หญิง ไปจนถึงการปลดปล่อยเรือนร่างของผู้หญิงออกจากกรอบคอร์เซ็ตแข็งทื่อในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อแฟชั่นเริ่มสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผู้หญิงต้องการเคลื่อนไหว ใช้ชีวิต และทำงานได้อย่างเสรีมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเส้นเอวที่โหลดต่ำเกือบถึงสะโพกซึ่งคงดีเอ็นเอของชาเนลในยุค 1920s เอาไว้ ยุคที่ซิลูเอตแบบดรอปเอวกลายเป็นสัญลักษณ์ของหญิงสาวสมัยใหม่ หรือชุดเดรสสีดำพลิ้วไหวที่ชวนให้นึกถึงแนวคิดของ Little Black Dress อันเหนือกาลเวลา รายละเอียดที่ดูเหมือนผีเสื้อโบยบินบนผืนผ้ายิ่งทำให้เงาของหญิงสาวแบบ Flapper ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงผู้หญิงรุ่นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่ตัดผมสั้น เต้นแจ๊ซ และสวมเสื้อผ้าที่เปิดโอกาสให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
เดรสพองฟูและทรงดรอปเอวที่ถูกขยายสัดส่วนสะท้อนรูปทรงของรังดักแด้ ราวกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ขณะที่สีสันของดอกไม้และผีเสื้อเผยให้เห็นงานคราฟต์อันละเอียดงดงามของเมซง
ความน่าสนใจของ Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่นี้ คือวิธีปรับผ้าทวีดซิกเนเจอร์ของชาเนลให้มีความสดใหม่และน่าสนใจ ซึ่งครั้งนี้ผ้าทวีดถูกทำให้นุ่มนวลขึ้นด้วยซิลูเอตที่ผ่อนคลาย และสีสันชวนฝันตั้งแต่พาสเทลเย็นตาไปจนถึงแดงทองที่เปล่งประกาย แมตช์กับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์เรียบง่ายที่เขาหยิบยื่นให้กับเมซง ก็เหมือนการพยักหน้าเบาๆ ให้กับความเป็นสากลและความร่วมสมัยอันยั่งยืนของชุดสูทแบบชาเนล
อ้างอิง
https://harpersbazaar.com.au/chanel-fall-winter-2026/
https://wwd.com/runway/fall-2026/paris/chanel/review
บทความต้นฉบับได้ที่ : อิสรภาพในเรือนร่างของผู้หญิงที่ CHANEL ปลูกฝังมาตั้งแต่ยุค 1920s ถูกถ่ายทอดอีกครั้ง ผ่านเส้นเอวแบบดรอปต่ำในคอลเลกชั่น Fall–Winter 2026 ที่พาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่แฟชั่นกลายเป็นภาษาของเสรีภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- VHERNIER เมซงจิวเวลรีชั้นสูงจากอิตาลีปักหมุดครั้งแรกในไทย ณ Scintilla Gioielli สยามพารากอน กับนิยาม ‘ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง’ ชูไอคอนิกคอลเลกชัน Abbraccio สะท้อนถึงอ้อมกอดอันอบอุ่น และ Calla ที่ชูความอ่อนช้อยของดอกลิลลี่
- Fatou Baldeh นักกิจกรรมผู้ต่อสู้เพื่อยุติ ‘การขริบอวัยวะเพศหญิง’ ในแกมเบีย ที่ซึ่งผู้หญิงกว่า 75% ต่างเคยผ่านพิธีกรรมนี้
- UN WOMEN พบว่า ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกว่า 64% ทั่วโลก ยังมีชีวิตอยู่โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่เคยได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com