‘พิพัฒน์’ สั่งสรุปเหตุเครนถล่มภายใน7วันจับตาบ่ายนี้เรียกถกผู้รับเหมา
‘พิพัฒน์’สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ให้ได้ข้อสรุปยกเลิก 2 สัญญา กับอิตาเลี่ยนไทย ใน 7 วัน พร้อมสั่งยุติการก่อสร้างทุกสัญญาที่อิตาเลี่ยนประมูลงานคมนาคม ย้ำความปลอดภัยบริการสาธารณะต้องมาก่อน หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงซ้ำจนกระทบความเชื่อมั่นประชาชน จับตาบ่ายนี้เรียกประชุมผู้รับเหมา
16 ม.ค.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมเพื่อหาข้อสรุปยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบในโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ระยะที่1 ช่วงแรกกรุงเทพ-โคราช กรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และ กรณีเครนก่อสร้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ สายเอกชัย-บ้านแพ้ว M82ตกใส่รถบนถนนพระราม 2 ว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี จากทั้ง2 เหตุการณ์ จึงได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้ง2เหตุการณ์ และให้คณะกรรมการฯไปหาข้อสรุปในการยกเลิกสัญญากับ บ.อิตาเลี่ยนไทย ทั้ง2สัญญา ภายใน 7 วัน ขณะเดียวกันให้กระทรวงคมนาคมแจ้งไปยังโครงการต่างๆที่ อิตาเลี่ยนภทยมีสัญญาให้ยุติการก่อสวร้างทุกสัญญาไปก่อน
ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวจะต้องไปดูรายละเอียดทางกฎหมายสากล และสัญญาทางปกครองด้วยว่าเป็นเหตุผลเพียงพอให้ยกเลิกสัญญาด้วย เนื่องจากปกติการยกเลิกสัญญากับเอกชนที่เป็นผู้รับจ้างนั้นการก่อสร้างทั่วไปจะเน้นสัญญาจ้างเป็นหลักแต่กรณีที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 สัญญา ใน 2โครงการนั้น เอกชน เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงเหตุการณ์เกิดถี่จนทำให้ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งในเรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่า รู้สึกหนักใจ แต่จำเป็นจะต้องยกเลิกสัญญาเนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นหลัก และทั้งสองโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเกิดเหตุติดๆกัน
สำหรับตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมรมราชูปถัมภ์ , ตัวแทนจากสภาวิศวกร , กระทรวงคมนาคม ,อธิบดีกรมการขนส่งทางราง , อธิบดีกรมทางหลวง , อธิบกรมบัญชีกลาง , ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร,ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด , ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย