‘ทะเลสาบไร้พระเจ้า’ ของญี่ปุ่นส่งสัญญาณเตือนการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
นักบวชชาวญี่ปุ่นและสมาชิกศาลเจ้า รวมตัวกันก่อนรุ่งสาง โดยหวังว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะไม่พรากโอกาสที่จะสัมผัสการเชื่อมโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก
ชายหลายสิบคน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 60 ปี มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบสุวะ ในจังหวัดนากาโนะ เพื่อค้นหาปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “มิวาตาริ” ในภาษาญี่ปุ่น หรือ God’s Crossing ที่แปลว่า “ทางข้ามของพระเจ้า” ซึ่งเคยเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่กลายเป็นเหตุการณ์หายากในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์มิวาตาริ เกิดขึ้นเมื่อรอยแตกเปิดบนพื้นผิวทะเลสาบที่เป็นน้ำแข็ง ทำให้เศษน้ำแข็งที่บางกว่าดันทะลุขึ้นมาเป็นทางยาว ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า เทพเจ้าท้องถิ่นเดินข้ามผ่านที่นี่
ตลอดหลายศตวรรษ นักบวชของศาลเจ้ายัตสึรุกิ นำการเฝ้าสังเกตการณ์ปรากฏการณ์มิวาตาริ ประจำปี ซึ่งในปีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยนายคิโยชิ มิยาซากะ นักบวชศาสนาชินโต เป็นผู้นำกลุ่ม และพวกเขาออกเดินทางด้วยความหวัง แม้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ไม่เกิดปรากฏการณ์มิวาตาริเลยแม้แต่ครั้งเดียวก็ตาม
อนึ่ง นักบวชรุ่นก่อนหน้าของมิยาซากะ บันทึกช่วงเวลาที่พื้นผิวทะเลสาบทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็ง และช่วงเวลาเกิดปรากฏการณ์มิวาตาริ โดยเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาเพิ่มการวัดอุณหภูมิและความหนาของน้ำแข็งด้วย
“บันทึกดังกล่าวแสดงข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากสถานที่แห่งเดียวเป็นเวลาหลายร้อยปี ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถเห็นได้ว่า สภาพอากาศเป็นอย่างไรเมื่อหลายศตวรรษก่อน” นางนาโอโกะ ฮาเซงาวะ นักภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอชาโนมิซุ ในกรุงโตเกียว กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์มิวาตาริไม่เกิดขึ้นอีกเลย นับตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งทั้งนักวิทยาศาสตร์และผู้ศรัทธาต่างเชื่อว่าเป็นผลจาก “การเปลี่ยน แปลงสภาพอากาศ”
“เรากำลังเห็นสัญญาณของการเปลี่ยน แปลงสภาพอากาศในสถานที่หลายแห่งทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ทะเลสาบสุวะ และธรรมชาติไม่เคยโกหก” มิยาซากะ กล่าวเพิ่มเติม
ด้าน นายทาเคฮิโกะ มิคามิ ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยโตเกียว เมโทรโพลิแทน และผู้ศึกษาปรากฏการณ์มิวาตาริร่วมกับฮาเซงาวะ กล่าวว่า เขาเคยเห็นปรากฏการณ์นี้ในปี 2541 โดยพื้นผิวทะเลสาบเป็นน้ำแข็งหนาประมาณ 15 เซนติเมตร และพวกเขาสามารถเดินข้ามทะเลสาบไปยังอีกฝั่งได้
งานวิจัยของมิคามิ แสดงให้เห็นว่า ปรากฏการณ์มิวาตาริเกิดขึ้นในฤดูหนาวเกือบทุกปี จนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา อุณหภูมิในตอนเช้ามักไม่ลดลงมากพอที่จะทำให้ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งได้
สำหรับมิคามิ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น “สัญญาณเตือนจากธรรมชาติ” และบ่งบอกถึงภาวะโลกร้อนที่เร่งตัว ซึ่งหากแนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป เขาเกรงว่าปรากฏการณ์มิวาตาริจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว.