พฤษภาเลือด เกาะติด บาทก้าว เสธ.แดง เพาะศัตรู บ่มสร้าง เงื่อนไข
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
เกาะติด บาทก้าว เสธ.แดง
เพาะศัตรู บ่มสร้าง เงื่อนไข
ในความเห็นของ วาสนา นาน่วม การเสียชีวิตของเสธ.แดงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ใครๆ หรือแม้แต่ตัวเขาเองก็รู้ตัวว่ากำลังถูกตามล่าเด็ดหัวอยู่ เพราะแม้จะมีศัตรูหลายคนมีคดีความกันหลายฝ่าย
แต่เขาก็รอดมาได้
นอกจากเป็นเป้าหมายของฝ่ายทหารแล้ว เสธ.แดงก็มีเรื่องกับตำรวจอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะในช่วงม็อบแดง เสธ.แดงก็เที่ยวเดินไปบอกตำรวจว่า
“เราพวกเดียวกัน”
“มีอะไรอย่ายิงเสื้อแดงนะ” “ถอยไว้ก่อน” “เสื้อแดงไม่ทำร้ายตำรวจ” เพราะคิดว่าตำรวจทุกคนเป็น “มะเขือเทศ”
แม้ต่อหน้าจะมีตำรวจมาขอถ่ายรูปคู่ หรือขอลายเซ็นตามประสาเสธ.คนดัง
แต่ลับหลังตำรวจหลายคนก็ทำหน้าเหยเก บ่นอุบอิบ หรือแอบด่า
อีกทั้งก่อนเสธ.แดงถูกยิงหัวไม่กี่วันเขาก็เพิ่งวิวาทะกับ “พล.ต.ต. ว.” คนหนึ่งแห่ง “หน่วยอรินทราช” ที่มาตรวจแนวตำรวจหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อันเป็นจังหวะที่เสธ.แดงพาการ์ด นปช.ชุดดำที่เป็นยังเติร์กวัยรุ่นราว 30 คน
ออกเดินลาดตระเวนนอกแนวรั้ว “ไปแสดงอาณาเขตและกวนตีนตำรวจมันเล่น” เสธ.แดงบอกก่อนเดิน
แต่พลตำรวจตรีคนนี้เดินเข้ามาหาเสธ.แดง
พร้อมกับเตือนว่า “อย่าทำอย่างนี้เลยพี่ สถานการณ์มันอ่อนไหว เดี๋ยวจะมีเรื่อง”
“กูจะพาออกมา มึงมีอะไรไหม” เสธ.แดงสวนกลับทันควัน
พร้อมกับถมึงตาโตใส่ หน้าตาเอาเรื่อง นายพลตำรวจคนนั้นก็ไม่ลดราวาศอก ไม่สนใจว่าคนที่ยืนข้างหน้าคือเสธ.แดง แม้จะเป็นรุ่นพี่แต่ก็พลตรีเท่ากัน
“ผมว่า อย่าดีกว่า” สีกากีย้ำ
“กูจะเดิน” เสธ.แดงสาวเท้าเข้าประชิด หน้าแทบชนกัน ทั้งคู่จ้องตาเขมํง
“ผมว่าอย่า” สีกากีย้ำ เสียงเข้ม
ยิ่งทำให้เสธ.แดงเสียงดัง “อ๋อ มึงเหลืองหรือ”
ก่อนที่นายตำรวจผู้นั้นจะเป็นฝ่ายเดินเลี่ยงออกไปเพื่อขึ้นรถ เพราะเห็นว่ามีนักข่าวอยู่ แต่สายตามองเขม็งที่เสธ.แดงอย่างไม่ลดละ
ก่อนจะมุดหัวเข้าเบาะหลัง
อีกครั้งหนึ่ง เมื่อคืนวันที่ 11 พฤษภาคม ก่อนเสธ.แดงถูกยิงไม่กี่วันเขาก็เพิ่งมีเรื่องกับ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเรื่องการเปิด-ปิดเส้นทางเข้า-ออกโรงพยาบาล
“พี่ตวาดไล่ สัณฐาน มันรีบหนีกลับไปเลย” เสธ.แดงเล่า อันเป็นการสะท้อนว่าเสธ.แดงก็ไปเหยียบตาปลาใครๆ ไว้เยอะ
หรือแม้แต่ “ผู้กองทรงกลด” ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล อดีตทหารทัพ 3 เตรียมทหาร 26 ที่ลาออกจากราชการทหาร ผู้ที่เคยฝึกการ์ดให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ก็ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ อาสา “จะดับซ่าส์เสธ.แดง”
“ผมว่าปล่อยเสธ.แดงปลุกระดมคนไปเรื่อยๆ เหตุการณ์จะรุนแรงกว่านี้ ผมว่าวิธีที่จะตัดไฟแต่ต้นลม คือ จัดการเสธ.แดงไปซะ”
อีกทั้ง ร.อ.ทรงกลด ยอมรับว่า
ได้ขอนัดพบเสธ.แดงที่ร้านโคคาสุกี้ก่อนหน้าที่เสธ.แดงจะถูกยิง 10 วัน ซึ่งเสธ.แดงเคยเป็นอาจารย์วิชาทหารม้าของเขาที่โรงเรียนนายร้อย จปร. เขาจึงไปนั่งฟังอาจารย์แดงเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังก่อนจะชวนให้เขามาช่วยงาน
แต่เสธ.แดงไม่เคยเล่าเรื่องผู้กองทรงกลดมาขอพบหรือมาดูลาดเลาให้นักข่าวฟังเลยตามประสา
อีกทั้งการให้มาพบที่ร้านสุกี้ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหนึ่งก็ย่อมเป็นการแสดงว่าเสธ.แดงไม่ได้หวาดระแวงลูกศิษย์คนนี้เลย เพราะครั้งหนึ่งเสธ.แดงเคยเล่าเรื่องผู้กองทรงกลดที่ไปฝึกการ์ดเสื้อเหลืองว่า
“ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง”
แต่วงในของกองทัพไม่เชื่อว่า ร.อ.ทรงกลดจะมือถึง เพราะตัว ร.อ.ทรงกลดเองยังทึ่งว่า
“มืออาชีพจริงๆ ยิงแหวกวงล้อมมาได้”
กระนั้น เมื่อเสธ.แดงมาเป็นแม่ทัพให้กองทัพแดงกลับไม่รอด ที่สำคัญ กลับถูกลอบยิงด้วยปืนซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ที่กลายมาเป็นอาวุธร้อนแรง และชื่อดังที่สุดในการปฏิบัติการดับแดงเดือดครั้งนี้
แทนเอ็ม 79 ที่ต้องชิดซ้าย
เสธ.แดงซึ่งอยู่อย่างระวังตัวในม็อบแดงออกตัวเสมอว่า “พวกแม่ง มันจ้องจะฆ่าพี่” โดยไม่ต้องอธิบายมากว่า “พวกแม่ง” ของเสธ.แดงหมายถึงใครบ้าง เพราะเคยกระซิบให้บรรดานักข่าวที่ใกล้ชิดรับทราบไว้แล้ว
หนทางปลิดชีพเสธ.แดงนั้นตัวเขาเองก็รู้ว่าเป้าเล็งและปากกระบอกปืนสไนเปอร์จากตึกสูงที่ชุกชุมรอบพื้นที่ของคนเสื้อแดงพุ่งมาที่กบาลเขา
แต่เขาก็ระวังตัวที่จะไม่ไปเดินหรือปรากฏกายเป็นเป้านิ่ง
เสธ.แดงมีความเชื่อว่า หาก “พวกแม่ง” จะเล่นงานเขาก็จะแฝงตัวเข้ามาในหมู่คนเสื้อแดงแล้วยิง ซึ่งเขาเองมั่นใจว่า
“พวกแม่งมันไม่มีทางได้แดกเสธ.แดง พี่ยิงแม่งมันตาหลุดก่อนแน่”
เช่นเดียวกับพลสไนเปอร์ที่เสธ.แดงก็กล่าวอย่างชะล่าใจเช่นกันว่า “พวกแม่งมันก็ไม่ได้แดกพี่หรอก มันอยู่ตึกไหนจะไปล่อมันให้หมด”
ทว่า พลซุ่มยิงต่างอยู่บนตึกสูงนอกพื้นที่ชุมนุมซึ่งเสธ.แดงไม่อาจออกไปปรากฏกายให้เป็นเป้ากระสุนได้ทั้งสิ้น แต่เสธ.แดงก็อยู่ในสายตาและในเป้าของกล้องที่ติดอยู่กับปืนสไนเปอร์ตลอด
แต่แล้ว นาทีชีวิตของเสธ.แดงก็มาถึง
เมื่อออกตรวจแนวรบที่แยกศาลาแดงซึ่งเป็นด่านใหญ่ที่เสธ.แดงรับผิดชอบในการดูแล เป็นด่านที่เขาภูมิใจในความสวยงามของการสร้างแนวรั้วไม้รวกแหลมและยางรถยนต์อันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน
เอาไว้ป้องกันตัวเองจากการบุกของทหารที่มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร
ปกติเสธ.แดงจะออกตรวจแนวรบในตอนรุ่งสาง ตอนเย็นและตอนดึก จะมีเวลาหลับพักผ่อนก็ตอนเช้าถึงเที่ยงวัน
แต่มาระยะหลังๆ ที่เสธ.แดงจำต้องปรากฏกายในที่ชุมนุมบ่อยขึ้นเมื่อมีนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศผลัดเปลี่ยนกันมาหน้าไม่ซ้ำขอสัมภาษณ์ แล้วให้พาเดินตรวจแนวรบและการฝึกของการ์ด นปช.บริเวณลานหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี
ที่ที่เขาไม่รู้เลยว่าตรงนั้น คือ สุสานของเขา
วันเกิดเหตุ เสธ.แดงมีนัดกับนักข่าวหลายสำนักตั้งแต่เช้ามืด มีนักข่าวจากประเทศชื่อไม่คุ้นในแถบอเมริกาใต้ขอตามทำข่าว ถ่ายภาพเวลาตรวจแนบรบ และจะตามดูเสธ.แดงทั้งวัน
จากนั้น ในตอนบ่ายมีนัดสัมภาษณ์พิเศษกับหนังสือพิมพ์ “โพสต์ ทูเดย์”
ก่อนที่ตอนเย็นในเวลาราว 5 โมงเย็นที่จะเริ่มปรากฏตัวไปพบคนเสื้อแดงและตรวจแนว โดยมีนักข่าวดักรอถ่ายภาพทุกวัน
เพราะเริ่มเป็น “รูทีน” แล้วที่เสธ.แดงจะออกมาเดินในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนถูกยิง
จึงไม่ใช่เรื่องยากที่หน่วยข่าวหรือพลซุ่มยิงซึ่งส่องกล้องตรวจการณ์จากตึกสูงโดยรอบทั้งกลางวัน กลางคืน จะเห็นความเคลื่อนไหวที่ชายแดนหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
และหน้าลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6
เพราะเวลาเสธ.แดงเดินออกมานอกจากจะมีการ์ดและคนเสื้อแดงห้อมล้อมแล้ว นักข่าวทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ก็มารอรุมถ่ายภาพและสัมภาษณ์เสมอๆ
จุดนี้เองที่อาจจุดประกายความคิดให้มือลอบสังหารใช้เป็นจังหวะและโอกาส
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด เกาะติด บาทก้าว เสธ.แดง เพาะศัตรู บ่มสร้าง เงื่อนไข
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly