ความมั่งคั่ง “มหาเศรษฐีทั่วโลก” ปี 68 เพิ่ม 2.5 ล้านล้านดอลล์ เท่าทรัพย์สินคนจน 4.1 พันล้านคน
Oxfam ชี้ความมั่งคั่ง "มหาเศรษฐีทั่วโลก" ปี 68 เพิ่ม 2.5 ล้านล้านดอลล์ เท่าทรัพย์สินคนจน 4.1 พันล้านคน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปภาษีและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำอย่างจริงจัง
วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 07.14 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รายงานของกลุ่มต่อต้านความยากจน Oxfam รายงานว่า ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลกพุ่งขึ้นด้วยอัตราเร็วมากกว่าช่วงก่อนหน้าถึง 3 เท่า ในปีที่ผ่านมา จนแตะระดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการเมืองรุนแรงยิ่งขึ้น และเริ่มคุกคามเสถียรภาพของระบอบประชาธิปไตย
รายงานซึ่งจัดทำขึ้นรับกับการเปิดประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ระบุว่า ความมั่งคั่งรวมของมหาเศรษฐีโลกเพิ่มขึ้น 16% ในปี 2568 สู่ระดับ 18.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวรวมแล้วกว่า 81% นับตั้งแต่ปี 2563
การเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ ประชากรโลก 1 ใน 4 ยังประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างสม่ำเสมอ และเกือบ ครึ่งหนึ่งของประชากรโลกยังคงอยู่ในภาวะยากจน
Oxfam ระบุว่าการศึกษานี้อ้างอิงงานวิจัยเชิงวิชาการและฐานข้อมูลหลายแห่ง ตั้งแต่ World Inequality Database ไปจนถึงรายชื่อมหาเศรษฐีของ Forbes โดยชี้ว่า การสะสมความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้น มาพร้อมกับการกระจุกตัวของอำนาจทางการเมืองอย่างน่ากังวล โดยมหาเศรษฐีมีโอกาสดำรงตำแหน่งทางการเมือง มากกว่าประชาชนทั่วไปถึง 4,000 เท่า
รายงานยังเชื่อมโยงการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งรอบล่าสุดเข้ากับนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยบริหารชุดที่สอง ซึ่งมีการลดภาษี ปกป้องบรรษัทข้ามชาติจากแรงกดดันระหว่างประเทศ และผ่อนคลายการกำกับดูแลธุรกิจผูกขาด ขณะที่มูลค่าบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งแรง ยังสร้างผลกำไรเพิ่มเติมให้กับนักลงทุนรายใหญ่ที่มั่งคั่งอยู่แล้ว
อามิตาภ เบฮาร์ ผู้อำนวยการบริหารของ Oxfam เตือนว่า “ช่องว่างที่ถ่างกว้างระหว่างคนรวยกับคนส่วนใหญ่ของโลก กำลังสร้างภาวะขาดดุลทางการเมืองที่อันตรายและไม่ยั่งยืนอย่างยิ่ง” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ดำเนิน แผนลดความเหลื่อมล้ำระดับชาติ จัดเก็บภาษีจากความมั่งคั่งสูงเป็นพิเศษ และเสริมแนวป้องกันระหว่างเงินกับการเมือง เช่น การจำกัดการล็อบบี้และการสนับสนุนทางการเงินในการหาเสียง
ปัจจุบันภาษีความมั่งคั่งถูกบังคับใช้เพียงไม่กี่ประเทศ เช่น Norway ขณะที่ประเทศอย่าง Britain, France และ Italy ยังอยู่ในขั้นถกเถียงถึงความเป็นไปได้ของมาตรการดังกล่าว Oxfam คำนวณว่ามูลค่าความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของมหาเศรษฐีในปีที่แล้ว 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ มีขนาดใกล้เคียงกับความมั่งคั่งทั้งหมดที่ประชากรที่ยากจนที่สุด 4.1 พันล้านคน ถือครองรวมกัน
นอกจากนี้จำนวนมหาเศรษฐีทั่วโลกยังทะลุ 3,000 คนเป็นครั้งแรก โดย Elon Musk ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX กลายเป็นบุคคลแรกในโลกที่มีทรัพย์สินสุทธิ เกิน 5 แสนล้านดอลลาร์
รายงานยังชี้ให้เห็นอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มทุนขนาดใหญ่เหนือสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล โดยระบุว่ามหาเศรษฐีถือครองกิจการสื่อรายใหญ่ของโลกมากกว่าครึ่งหนึ่ง อาทิ Jeff Bezos, Elon Musk, Patrick Soon-Shiong และมหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส Vincent Bolloré
Oxfam เตือนว่าหากรัฐบาลยังคงเลือกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อชนชั้นนำ ผ่านการตัดงบช่วยเหลือและการถอยหลังด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชน โลกอาจต้องเผชิญความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองที่รุนแรงยิ่งขึ้นในระยะยาว
อ้างอิง : reuters.com