ททท. กางโรดแมป “Tourism Product Highlight 2026” มุ่งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว 11 ธีมสินค้าท่องเที่ยวใหม่ เน้น "คุณค่าเหนือปริมาณ" มุ่งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569 ชู 3 หัวใจหลัก: ประสบการณ์ทรงคุณค่า การสร้างความหมาย (Meaningful Travel) และการยกระดับด้วย TAT Certified ปักหมุด Neilson Hays Library เป็นแลนด์มาร์กแถลงข่าว สะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการปรับโฉมสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เสาะหาประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Travel) และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
โดยระบุว่าหัวใจสำคัญของแผนการดำเนินงานในปี 2569 คือการสร้างมูลค่าส่วนเพิ่ม (Value Added) ให้กับอุตสาหกรรมผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ โดยมุ่งปรับโฉมเส้นทางและประสบการณ์การเดินทางให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ
“ททท. มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ เดินหน้าผลักดันให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบและเล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้น่าสนใจและพร้อมขาย”
กางพอร์ตโฟลิโอ 11 สินค้าไฮไลต์: กลยุทธ์เจาะเซกเมนต์กำลังซื้อสูงและเศรษฐกิจใหม่
ททท. ได้นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวที่สะท้อนศักยภาพความหลากหลายของประเทศไทยผ่าน 11 กลุ่มผลิตภัณฑ์หัวหอกที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดังนี้:
- Luxury Voyage Thailand เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหรูหรา มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน อาทิ Classic car tour, Private Jet Charter, Helicopter tour, Yacht Charter, Diving Live เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มหรูหรามีระดับ (Luxury Tourist)
- Romance in Thailand เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รักและนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยผสานความงดงามของธรรมชาติ บริการระดับ World-class อาทิ ล่องเรือสุริยันจันทรา นุ่งโจง ห่มสไบ ชิมรสไทย…เพลินใจกลางนาวาแห่งรัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- From Dusk till Dawn 60 จุดหมายปลายทาง แห่งมนต์เสน่ห์ยามค่ำคืน ประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนรุ่งสาง ที่เข้มข้นด้วยกิจกรรมและบรรยากาศธรรมชาติในยามค่ำคืน อาทิ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก, ณ สัทธา อุทยานไทย จังหวัดราชบุรี
- Thai Craft Destination สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน "เครื่องดื่มคราฟต์" (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่น และความพิถีพิถันจากผู้ผลิต อาทิ CAFFEINE ROUTE จังหวัดเชียงใหม่ หรือ FRESH FRUITY ROUTE จังหวัดจันทบุรี
- Local Experience เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม อาทิ TOUCH EXPERIENCE จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุดรธานี
- Worth-Life Balance ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ เพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง อาทิ THE BARAI หัวหิน ,KLAI Spa กทม.
- 5 Must Do in Thailand เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกที่สะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience อาทิ Must Taste หมูย่างเมืองตรัง , MUST TRY กิจกรรมต้องลองลุย กิจกรรมเรียนมวยไทย
- Travel with Care เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้จะมาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care , Nature Care และ Culture Care
- UNESCO Thailand 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ UNESCO Creative City of Craft and Folk Art
- Krabi Prototype โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดกระบี่ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่
- Rail Rover Thailand 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของประเทศไทย โดยเน้นการเดินทางอย่างช้า ๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต และชุมชนตลอดทาง อาทิ เส้นทางรถไฟสายชิม (Taste Track) กรุงเทพมหานคร - หัวหิน - สงขลา
โดยจำแนกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงเพื่อใช้เป็นหัวหอกในการทำตลาด ดังนี้:
- Luxury Voyage Thailand: เน้นความหรูหราที่มีเอกลักษณ์ เช่น ทัวร์รถคลาสสิก, เครื่องบินส่วนตัว และการเช่าเหมาลำยอร์ช เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
- Romance in Thailand: เส้นทางสำหรับคู่รักและงานแต่งงานระดับโลก ผสานวัฒนธรรมไทย เช่น การแต่งชุดไทยชมเมืองเก่าในพระนครศรีอยุธยา
- From Dusk till Dawn: เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยยามค่ำคืนใน 60 จุดหมายปลายทาง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลางคืน (Night Economy)
- Thai Craft Destination: สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านเครื่องดื่มและงานคราฟต์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน
- Healing & Wellness: ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะ ผ่านเส้นทางสมาธิและการพักผ่อนเชิงลึก
นโยบายในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านตราสัญลักษณ์ "Trusted Thailand" และมาตรฐาน TAT Certified (เช่น STGs STAR และ Thailand Tourism Awards) เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยวไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกท่ามกลางสงครามแย่งชิงนักท่องเที่ยว (Tourism War) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
กางโครงสร้างรายได้เชิงภูมิศาสตร์: กลยุทธ์รักษาสมดุลพอร์ตนักท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก
ททท. วางแผนขับเคลื่อนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมที่ 36.7 ล้านคน โดยมีการวิเคราะห์เป้าหมายแยกตามภูมิภาคดังนี้:
ตลาดระยะใกล้ (Short-haul)
ครองสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดที่ 70% และสร้างรายได้คิดเป็น 55% ของเป้าหมายรวม โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ "ตลาดจีน" ที่ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน ผ่านการกระชับความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมและแคมเปญกระตุ้นตลาดเชิงรุก
ตลาดระยะไกล (Long-haul)
แม้จะมีสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 30% แต่คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 45% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีระยะเวลาพำนักยาวและมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับแรงส่งจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณที่นิยมการพำนักระยะยาว
สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ ททท. คาดการณ์จำนวนการเดินทางที่ 210 ล้านคน-ครั้ง โดยตั้งเป้ารายได้หมุนเวียนไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นฐานรากสำคัญในการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและเมืองรองทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ศักยภาพของสินค้าท่องเที่ยวไทยในการแข่งขันระดับสากล ผ่านการนำเสนอคุณค่าที่มากกว่าเพียงแค่ราคา แต่คือประสบการณ์ที่มีความหมายและมาตรฐานที่ทั่วโลกให้ความเชื่อมั่น”
สำหรับรายละเอียดแผนงานยุทธศาสตร์สำคัญที่ ททท. ใช้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2569 ทั้งในส่วนของโครงสร้างเศรษฐกิจ 5 รูปแบบ และนโยบายด้านมาตรฐานเพื่อดึงดูดกลุ่มกำลังซื้อสูง มีรายละเอียดเชิงลึกดังนี้ครับ:
ยุทธศาสตร์ "Amazing 5 Economy" กลไกขับเคลื่อนมูลค่าการท่องเที่ยวปี 2569
ททท. ได้กำหนดโมเดลเศรษฐกิจ 5 ด้านเพื่อเป็นโครงสร้างในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ครอบคลุมทุกมิติของการเติบโต โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
- Life Economy (เศรษฐกิจเพื่อชีวิตและสุขภาพ): มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สุขภาวะ (Well-being) โดยเฉพาะกลุ่มการแพทย์และการฟื้นฟูร่างกาย (Medical & Wellness) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงและเป็นเทรนด์หลักของโลก
- Sub-Culture Economy (เศรษฐกิจกลุ่มความสนใจเฉพาะ): เจาะลึกไปยังกลุ่มที่มีพฤติกรรมและความชอบเฉพาะตัว เช่น กลุ่มแฟนคลับศิลปิน (Fandom), กลุ่มความเชื่อและศรัทธา (Spiritual), หรือกลุ่มงานอดิเรกเฉพาะทาง เพื่อสร้างความผูกพันและกระตุ้นการเดินทางซ้ำ
- Night Economy (เศรษฐกิจยามค่ำคืน): ยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวหลังพระอาทิตย์ตกดินใน 60 จุดหมายปลายทาง เพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร ความบันเทิง และการขนส่ง ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อวันให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้น
- Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน): เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นที่กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปและอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ
- Platform Economy (เศรษฐกิจบนแพลตฟอร์ม): การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและดาต้าในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับนักท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อลดช่องว่างทางการตลาดและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสินค้าท่องเที่ยวทั่วประเทศ
TAT Certified: กุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นตลาดพรีเมียม
ในการก้าวสู่เป้าหมายรายได้ 3 ล้านล้านบาท มาตรฐานการรับรองถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ ททท. นำมาใช้เพื่อ "รับประกันคุณภาพ" (Quality Assurance) โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมที่ความเชื่อมั่นมีผลต่อการตัดสินใจมากกว่าเรื่องราคา
ททท. ผลักดันตราสัญลักษณ์ TAT Certified ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานสำคัญอย่าง STGs STAR (Sustainable Tourism Goals) และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่าสถานประกอบการนั้นๆ มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ มีความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์ "Trust Economy": ปลดล็อกกำลังซื้อตลาดบนด้วยมาตรฐานความเชื่อมั่นเหนือราคา
สำหรับตลาดระดับบน (Luxury Market) มาตรฐานเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือคัดกรอง (Filter) ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการรับบริการ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมมองว่าตราสัญลักษณ์ TAT Certified คือการยืนยันถึง "คุณค่าที่แท้จริง" (Real Value) ของสินค้าและบริการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในฐานะ Trusted Destination
“มาตรฐาน TAT Certified ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้รางวัล แต่คือการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ (Quality Ecosystem) ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงยอมรับในราคาและเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับแรก”