โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ททท. กางโรดแมป “Tourism Product Highlight 2026” มุ่งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 05.53 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว 11 ธีมสินค้าท่องเที่ยวใหม่ เน้น "คุณค่าเหนือปริมาณ" มุ่งเป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569 ชู 3 หัวใจหลัก: ประสบการณ์ทรงคุณค่า การสร้างความหมาย (Meaningful Travel) และการยกระดับด้วย TAT Certified ปักหมุด Neilson Hays Library เป็นแลนด์มาร์กแถลงข่าว สะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการปรับโฉมสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เสาะหาประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Travel) และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

โดยระบุว่าหัวใจสำคัญของแผนการดำเนินงานในปี 2569 คือการสร้างมูลค่าส่วนเพิ่ม (Value Added) ให้กับอุตสาหกรรมผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ โดยมุ่งปรับโฉมเส้นทางและประสบการณ์การเดินทางให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะและความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ

“ททท. มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ เดินหน้าผลักดันให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบและเล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้น่าสนใจและพร้อมขาย”

กางพอร์ตโฟลิโอ 11 สินค้าไฮไลต์: กลยุทธ์เจาะเซกเมนต์กำลังซื้อสูงและเศรษฐกิจใหม่

ททท. ได้นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวที่สะท้อนศักยภาพความหลากหลายของประเทศไทยผ่าน 11 กลุ่มผลิตภัณฑ์หัวหอกที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดังนี้:

  • Luxury Voyage Thailand เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหรูหรา มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน อาทิ Classic car tour, Private Jet Charter, Helicopter tour, Yacht Charter, Diving Live เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มหรูหรามีระดับ (Luxury Tourist)
  • Romance in Thailand เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รักและนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยผสานความงดงามของธรรมชาติ บริการระดับ World-class อาทิ ล่องเรือสุริยันจันทรา นุ่งโจง ห่มสไบ ชิมรสไทย…เพลินใจกลางนาวาแห่งรัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • From Dusk till Dawn 60 จุดหมายปลายทาง แห่งมนต์เสน่ห์ยามค่ำคืน ประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนรุ่งสาง ที่เข้มข้นด้วยกิจกรรมและบรรยากาศธรรมชาติในยามค่ำคืน อาทิ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก, ณ สัทธา อุทยานไทย จังหวัดราชบุรี
  • Thai Craft Destination สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน "เครื่องดื่มคราฟต์" (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่น และความพิถีพิถันจากผู้ผลิต อาทิ CAFFEINE ROUTE จังหวัดเชียงใหม่ หรือ FRESH FRUITY ROUTE จังหวัดจันทบุรี
  • Local Experience เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม อาทิ TOUCH EXPERIENCE จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุดรธานี
  • Worth-Life Balance ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ เพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง อาทิ THE BARAI หัวหิน ,KLAI Spa กทม.
  • 5 Must Do in Thailand เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกที่สะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience อาทิ Must Taste หมูย่างเมืองตรัง , MUST TRY กิจกรรมต้องลองลุย กิจกรรมเรียนมวยไทย
  • Travel with Care เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้จะมาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care , Nature Care และ Culture Care
  • UNESCO Thailand 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ UNESCO Creative City of Craft and Folk Art
  • Krabi Prototype โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดกระบี่ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่
  • Rail Rover Thailand 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของประเทศไทย โดยเน้นการเดินทางอย่างช้า ๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต และชุมชนตลอดทาง อาทิ เส้นทางรถไฟสายชิม (Taste Track) กรุงเทพมหานคร - หัวหิน - สงขลา

โดยจำแนกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงเพื่อใช้เป็นหัวหอกในการทำตลาด ดังนี้:

  • Luxury Voyage Thailand: เน้นความหรูหราที่มีเอกลักษณ์ เช่น ทัวร์รถคลาสสิก, เครื่องบินส่วนตัว และการเช่าเหมาลำยอร์ช เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
  • Romance in Thailand: เส้นทางสำหรับคู่รักและงานแต่งงานระดับโลก ผสานวัฒนธรรมไทย เช่น การแต่งชุดไทยชมเมืองเก่าในพระนครศรีอยุธยา
  • From Dusk till Dawn: เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยยามค่ำคืนใน 60 จุดหมายปลายทาง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลางคืน (Night Economy)
  • Thai Craft Destination: สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านเครื่องดื่มและงานคราฟต์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน
  • Healing & Wellness: ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะ ผ่านเส้นทางสมาธิและการพักผ่อนเชิงลึก

นโยบายในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านตราสัญลักษณ์ "Trusted Thailand" และมาตรฐาน TAT Certified (เช่น STGs STAR และ Thailand Tourism Awards) เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยวไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกท่ามกลางสงครามแย่งชิงนักท่องเที่ยว (Tourism War) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

กางโครงสร้างรายได้เชิงภูมิศาสตร์: กลยุทธ์รักษาสมดุลพอร์ตนักท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก

ททท. วางแผนขับเคลื่อนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมที่ 36.7 ล้านคน โดยมีการวิเคราะห์เป้าหมายแยกตามภูมิภาคดังนี้:

ตลาดระยะใกล้ (Short-haul)

ครองสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดที่ 70% และสร้างรายได้คิดเป็น 55% ของเป้าหมายรวม โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ "ตลาดจีน" ที่ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน ผ่านการกระชับความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมและแคมเปญกระตุ้นตลาดเชิงรุก

ตลาดระยะไกล (Long-haul)

แม้จะมีสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 30% แต่คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 45% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีระยะเวลาพำนักยาวและมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับแรงส่งจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณที่นิยมการพำนักระยะยาว

สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ ททท. คาดการณ์จำนวนการเดินทางที่ 210 ล้านคน-ครั้ง โดยตั้งเป้ารายได้หมุนเวียนไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นฐานรากสำคัญในการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและเมืองรองทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ศักยภาพของสินค้าท่องเที่ยวไทยในการแข่งขันระดับสากล ผ่านการนำเสนอคุณค่าที่มากกว่าเพียงแค่ราคา แต่คือประสบการณ์ที่มีความหมายและมาตรฐานที่ทั่วโลกให้ความเชื่อมั่น”

สำหรับรายละเอียดแผนงานยุทธศาสตร์สำคัญที่ ททท. ใช้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2569 ทั้งในส่วนของโครงสร้างเศรษฐกิจ 5 รูปแบบ และนโยบายด้านมาตรฐานเพื่อดึงดูดกลุ่มกำลังซื้อสูง มีรายละเอียดเชิงลึกดังนี้ครับ:

ยุทธศาสตร์ "Amazing 5 Economy" กลไกขับเคลื่อนมูลค่าการท่องเที่ยวปี 2569

ททท. ได้กำหนดโมเดลเศรษฐกิจ 5 ด้านเพื่อเป็นโครงสร้างในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ครอบคลุมทุกมิติของการเติบโต โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

  • Life Economy (เศรษฐกิจเพื่อชีวิตและสุขภาพ): มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สุขภาวะ (Well-being) โดยเฉพาะกลุ่มการแพทย์และการฟื้นฟูร่างกาย (Medical & Wellness) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงและเป็นเทรนด์หลักของโลก
  • Sub-Culture Economy (เศรษฐกิจกลุ่มความสนใจเฉพาะ): เจาะลึกไปยังกลุ่มที่มีพฤติกรรมและความชอบเฉพาะตัว เช่น กลุ่มแฟนคลับศิลปิน (Fandom), กลุ่มความเชื่อและศรัทธา (Spiritual), หรือกลุ่มงานอดิเรกเฉพาะทาง เพื่อสร้างความผูกพันและกระตุ้นการเดินทางซ้ำ
  • Night Economy (เศรษฐกิจยามค่ำคืน): ยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวหลังพระอาทิตย์ตกดินใน 60 จุดหมายปลายทาง เพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร ความบันเทิง และการขนส่ง ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อวันให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้น
  • Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน): เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นที่กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปและอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ
  • Platform Economy (เศรษฐกิจบนแพลตฟอร์ม): การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและดาต้าในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับนักท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อลดช่องว่างทางการตลาดและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสินค้าท่องเที่ยวทั่วประเทศ

TAT Certified: กุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นตลาดพรีเมียม

ในการก้าวสู่เป้าหมายรายได้ 3 ล้านล้านบาท มาตรฐานการรับรองถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ ททท. นำมาใช้เพื่อ "รับประกันคุณภาพ" (Quality Assurance) โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมที่ความเชื่อมั่นมีผลต่อการตัดสินใจมากกว่าเรื่องราคา

ททท. ผลักดันตราสัญลักษณ์ TAT Certified ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานสำคัญอย่าง STGs STAR (Sustainable Tourism Goals) และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่าสถานประกอบการนั้นๆ มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ มีความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

กลยุทธ์ "Trust Economy": ปลดล็อกกำลังซื้อตลาดบนด้วยมาตรฐานความเชื่อมั่นเหนือราคา

สำหรับตลาดระดับบน (Luxury Market) มาตรฐานเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือคัดกรอง (Filter) ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการรับบริการ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมมองว่าตราสัญลักษณ์ TAT Certified คือการยืนยันถึง "คุณค่าที่แท้จริง" (Real Value) ของสินค้าและบริการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในฐานะ Trusted Destination

“มาตรฐาน TAT Certified ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้รางวัล แต่คือการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ (Quality Ecosystem) ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงยอมรับในราคาและเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับแรก”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...