โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างชาติมองไทย ทางรอดท่องเที่ยวปี 2026 เจาะเมืองรอง ลดการพึ่งพา OTA ในตลาดไม่กี่ราย

TODAY

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 08.04 น. • TODAY

ภาพรวมต้นปี 2026 จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ยังลดลงประมาณ 11.6% (YoY) จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยเข้ามาราว 3.28 ล้านคน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ค่อยๆ ฟื้นตัวจากเทศกาลวันตรุษจีน แต่ในมุมของผู้เชี่ยวชาญจาก HBX Group มองว่าไทยสามารถหลุดจากกับดักการท่องเที่ยวได้ เพราะมีศักยภาพที่ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ดีอยู่แล้ว

จากงาน MatketHub Asia ที่ประเทศอินโดนีเซีย ‘Andrew Boocock’ผู้อำนวยการด้าน Wholesale ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียแปซิฟิก(MEAPAC) ของ HBX Group ได้กล่าวว่า ไทยยังมีความท้าทายด้านการพึ่งพาแพลตฟอร์ม OTA มากเกินไป ซึ่งเป็นการผูกขาดแพลตฟอร์มรายใหญ่เพียงไม่กี่เจ้าในตลาด

ปัญหาก็คือ การที่อยู่ในอำนาจของการพึ่งพาสูงธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับ ‘สงครามราคา’ หรือข้อมูลที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรงได้

ในขณะที่การลงทุนอย่างต่อเนื่องด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อ และด้านดิจิทัลในประเทศใกล้เคียง เช่น จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้ และเวียดนาม ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ HBX ทำอยู่ตอนนี้ก็คือ พยายามปรับโครงสร้างในไทยให้เป็นระบบขึ้น โดยทำร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพขึ้น แบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน และพัฒนาความร่วมมือในระดับ B2B เพื่อให้นักเดินทางเข้าถึงบริการระดับพรีเมียม ซึ่งปีนี้ในภาพรวมจะเป็นการท่องเที่ยวในระดับหรู ทั้งในเชิงการบริการ ไปจนถึงการเติมเต็มประสบการณ์แบบลักชัวรี

[ กับดักกลยุทธ์แบบ last-minute ]

พฤติกรรมการจองในนาทีสุดท้าย (last-minutes) ยังมีให้เห็นมาอย่างยาวนานในภูมิภาค MEAPAC ผู้บริโภคเลือกวิธีนี้เพราะบางครั้งแพลตฟอร์ม OTA ก็ได้กำหนดราคาที่น่าดึงดูดกว่าเดิม กระตุ้นให้เกิดการบุกกิงจริง, ตัดสินใจเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจลดการยกเลิกที่ไม่จำเป็น ปกป้องอัตรากำไร และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้

แต่การกำหนดราคาอย่างมีประสิทธิภาพบางครั้งก็ต้องใช้การคำนวนโดย AI ที่แม่นยำกว่า, วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้เร็วกว่า รวมไปถึงการนำเสนอโปรโมชั่นบางอย่างที่ตรงจุดกว่า

ประเทศจุดหมายปลายทางไหนที่ลงทุนในด้านนี้น้อย ก็อาจเป็นข้อเสียเปรียบในการแข่งขันได้ โดยหากเปรียบเทียบระหว่างไทยกับเวียดนาม ซึ่งมีความเหมือนกันหลายอย่างในเชิงภูมิประเทศ มีภูเขา ทะเล และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งต้องยอมรับว่าเวียดนามมีการลงทุนและพัฒนาในด้านเหล่านี้ได้ค่อนข้างเร็ว

ในด้าน Patrick Torresผู้อำนวยการฝ่ายจัดหาประจำภูมิภาคของ HBX Group ได้พูดถึงสถานการณ์การเมืองในไทยว่า “ช่วงสุญญากาศการเมืองไทย (ช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่) มีโอกาสที่เวียดนามจะดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่ม สำหรับคนยุโรปมองว่าเวียดนามเองก็มีหลายอย่างครบและน่าสนใจ เช่น ภูเขา, ทะเล, ความเป็นธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่สวยงาม ขณะที่การเมืองไทยอาจจะทำให้ยังไม่สามารถออกสินค้า/บริการใหม่ๆ ได้ทันที”

[ unlock เมืองใหม่กระตุ้นนักท่องเที่ยว ]

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าไทยมีศักยภาพของการเป็นจุดหมายปลายทางในหลายๆ ที่ไม่ใช่แค่เมืองหลัก อย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต แต่นักท่องเที่ยวในปัจจุบันชอบค้นหาสถานที่ใหม่ๆ เปิดประสบการณ์ใหม่

ดังนั้น ความหลากหลายของนักท่องเที่ยว ซึ่งบางคนอาจจะอยากไปภาคเหนือ (เชียงใหม่) หรืออาจจะอยากไปหาประสบการณ์หรูหรา หรือไปสถานที่ลับๆ ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้ และเป็นสาย wellness ก็ได้

การเปิดตลาดใหม่ที่เป็นเมืองรอง ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว, โรงแรม หรือแม้แต่แพลตฟอร์ม OTA ต้องเข้าใจดีมานด์ลูกค้าก่อนว่า มีความหลากหลายมากแค่ไหน แล้วเจาะกลุ่มนี้ให้ถูกวิธี

ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองจาก HBX พยายามสื่อสารให้เข้าใจว่า พาร์ทเนอร์เป็นสิ่งสำคัญต่อการเข้าใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งถ้าเราเข้าใจมากพอความเซ็กซี่ของการเป็นประเทศไทย เป็นเอเชียแปซิฟิกก็จะมากขึ้น โดย Andrew ได้ย้ำว่า HBX Group ไม่ใช่แค่ตัวแทนขายห้องพัก แต่พยายามสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวของประเทศพาร์ทเนอร์เป็นเรื่องใหม่ เป็นมากกว่าการพักผ่อน แต่ทำให้ประสบการณ์เหล่านั้นมีมูลค่าที่น่าจดจำเพื่อพวกเขา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...