โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไอ-เทล ประกาศ Innovation Strategy 2026 ตั้งเป้าสร้างรายได้จากนวัตกรรม 15% ภายในปี 2569 ตอกย้ำการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของโลก

Positioningmag

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 12.52 น. • PR News

บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC โชว์ศักยภาพผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงชู 3 กลยุทธ์นวัตกรรม “Collaboration,Longevity และ Palatability” ปักธงเพิ่มสัดส่วนรายได้จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมในปี 2569 นับเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์นั้นคิดเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่ายอดขายสุทธิของบริษัท พร้อมเจาะลึกเทรนด์ ผู้บริโภค และโรดแมปการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตของไอ-เทล
กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกที่หันมามุ่งเน้นเรื่องสุขภาพและการมีอายุที่ยืนยาว (Longevity) ของสัตว์เลี้ยง สืบเนื่องจากการเติบโตของประชากรสัตว์เลี้ยงในช่วงโควิด-19 และปัจจุบันสัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้เริ่มมีอายุมากขึ้น บรรดาเจ้าของสัตว์เลี้ยง (Pet Parents) จึงเริ่มมองหาตัวเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ แนวโน้มนี้สอดคล้องกับคาดการณ์ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มโภชนบำบัด (Nutraceuticals) จะขยายตัวต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 7.1 ต่อปี นับจากปี 2569 และจะมีมูลค่าสูงถึง 8.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 เพื่อตอบรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไอ-เทล ได้เร่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและรสชาติ โดยที่ผ่านมามีการเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์รวมกว่า 548 รายการในช่วงปี 2567-2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม


นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ในปี 2569 เราเห็นกระแสการเติบโตต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง ผู้บริโภคจำนวนมากมองหาผลิตภัณฑ์ที่มอบประโยชน์ด้านสุขภาพที่ชัดเจน วัดผลได้จริง และเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไอ-เทลมองว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว ซึ่งกลยุทธ์นวัตกรรมของเราให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ (science-led nutrition) เพื่อช่วยส่งเสริมสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว พร้อมทั้งออกแบบให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน และมอบความสุขให้กับสัตว์เลี้ยง”
3 เสาหลักของกลยุทธ์นวัตกรรมไอ-เทล
1. การผลักดันนวัตกรรมผ่านความร่วมมือ (Advancing Innovation Through Open Collaboration)
ไอ-เทล ทำงานร่วมกับลูกค้าซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่บูรณาการข้อมูลเชิงลึกของตลาดเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัท ขณะเดียวกัน ไอ-เทล ยังผนึกกำลังกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และโภชนาการสัตว์เลี้ยงผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ภาควิชาการเข้ากับการทำงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง ความร่วมมือดังกล่าว ยังได้รับการสนับสนุนจากอีโคซิสเต็มนวัตกรรมของไอ-เทลและกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน อาทิ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ศูนย์นวัตกรรม Global PetCare Innovation Center และศูนย์นวัตกรรม Global Innovation Center ในการพัฒนา ทดสอบ และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่การวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
2. การยกระดับโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง (Pet Food Journey Toward Longevity)
เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ความคาดหวังของเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงเปลี่ยนจากการเติมเต็มความต้องการขั้นพื้นฐานด้านโภชนาการสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว ไอ-เทล จึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Food) ภายใต้แนวทางการดำเนินงานที่ตั้งอยู่บนหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยไอ-เทล มีเป้าหมายขยายนวัตกรรมให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplement) โภชนบำบัด (Nutraceuticals) และ Personalized Diets ภายในปี 2573


นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ให้ประโยชน์มากกว่าแค่โภชนาการขั้นพื้นฐานในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้ ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวัน โดยไม่จำกัดอยู่เพียงสินค้าในกลุ่มเฉพาะทางหรือสินค้าพรีเมียมเท่านั้นที่ผ่านมา ไอ-เทล มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์กลุ่ม FunctionalIngredients ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย อาทิ โปรตีนไฮโดรไลเซต (Protein Hydrolysates) โปรตีนย่อยง่ายคุณภาพสูงซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหารและเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร ไปจนถึงส่วนผสมจากอาหารทะเลอย่างน้ำมันทูน่าและแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า ซึ่งต่อยอดมาจากความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากท้องทะเลของไทยยูเนี่ยน
นอกจากนี้ นวัตกรรมของไอ-เทลยังใช้กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีการแปรรูปที่คงคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน และยึดมั่นในมาตรฐานด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ (responsible sourcing) พร้อมระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงและโปร่งใส (traceability)
3. นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหลักวิทยาศาสตร์พร้อมความอร่อยที่พิสูจน์ได้ (Science-Backed Innovation with Proven Palatability)
ที่ไอ-เทล โภชนาการตามหลักวิทยาศาสตร์ต้องมาควบคู่กับความอร่อยเสมอ โดยบริษัทมีการกำหนดให้ ‘ความน่ากิน’ (Palatability) เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์จริงผ่านการทำงานร่วมกับบรรดา ‘แมวนักชิม’ เพื่อถอดรหัสข้อมูลเชิงลึกและทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยง จนมั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจาก i-Cattery จะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ i-Cattery ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งกระบวนการคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น 3 เท่า โดยระหว่างปี 2566 ถึง 2568 i-Cattery ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์กว่า 795 รายการให้กับแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำระดับโลกกว่า 20 แบรนด์


ความมุ่งมั่นดังกล่าวนั้นตอกย้ำด้วยความสำเร็จของ i-Cattery ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์เพื่อการวิจัยและการดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ในระดับสูงสุดจาก AAALAC International หรือ Association for Assessment and Accreditation of Laboratory Animal Care International โดยไอ-เทลถือเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพียงรายเดียวของโลกที่ได้รับการรับรองดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ลูกค้า คู่ค้า และผู้บริโภคทั่วโลก
ทั้ง 3 เสาหลักของกลยุทธ์นวัตกรรมนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอนาคต ผ่านการยกระดับมาตรฐานโภชนาการด้วยนวัตกรรมที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างโลกแห่งความสุขให้สัตว์เลี้ยงได้เจริญเติบโตด้วยสุขภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...