CME Group ขึ้นมาร์จิ้น “ทองฟิวเจอร์” เป็น 9% “เงินฟิวเจอร์” แตะ 18% มีผล 6 ก.พ.69
CME Group ขึ้นมาร์จิ้น "ทองฟิวเจอร์" เป็น 9% "เงินฟิวเจอร์" แตะ 18% มีผล 6 ก.พ.69 หลังตลาดโลหะมีค่าผันผวนรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา เพื่อจำกัดความเสี่ยงและเสริมเสถียรภาพตลาด
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า CME Group ตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศปรับเพิ่มอัตราหลักประกัน (Margin) สำหรับสัญญาฟิวเจอร์ทองคำและโลหะเงินอีกครั้ง เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากความผันผวนที่รุนแรงในตลาดโลหะมีค่า โดยมาร์จิ้นคือเงินวางประกันที่นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ต้องชำระให้กับตลาดหรือสำนักหักบัญชี เพื่อค้ำประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ โดยทั่วไปตลาดจะปรับขึ้นมาร์จิ้นเมื่อราคาสินทรัพย์มีความผันผวนสูงขึ้น
CME ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่าได้ปรับเพิ่มทั้งอัตราหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin) และอัตราหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) สำหรับสัญญา COMEX 100 Gold Futures เป็น 9% จากเดิม 8% สำหรับบัญชีที่มีโปรไฟล์ความเสี่ยงปกติ (Non-HRP) ขณะเดียวกันสัญญา COMEX 5000 Silver Futures ถูกปรับอัตรามาร์จิ้นขึ้นเป็น 18% จากเดิม 15% โดยอัตราใหม่จะมีผลบังคับใช้หลังปิดการซื้อขายในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569
ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ผู้ดำเนินการตลาดอนุพันธ์รายนี้ได้เปลี่ยนมาใช้นโยบายกำหนดมาร์จิ้นสำหรับทองคำ เงิน แพลทินัม และพัลลาเดียม ในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา แทนการกำหนดเป็นจำนวนเงินดอลลาร์คงที่ และนับตั้งแต่นั้น CME ได้ปรับขึ้นมาร์จิ้นแล้วรวม 3 ครั้ง คือวันที่ 30 มกราคม, 2 กุมภาพันธ์ และครั้งล่าสุดนี้
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตลาดโลหะมีค่าผันผวนอย่างหนัก โดยราคาทองคำและโลหะเงินร่วงลงแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว หลังจากพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงต้นสัปดาห์เดียวกัน
ล่าสุดราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 2.6% สู่ระดับ 4,894.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 06.01 น. ตามเวลา GMT หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้านี้ที่ 4,654.29 ดอลลาร์ ส่วนราคาโลหะเงินพุ่งขึ้น 5.5% อยู่ที่ 75.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคยดิ่งลงไปใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือนที่ 63.99 ดอลลาร์
ด้านราคาทองคำฟิวเจอร์สหรัฐฯ ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับขึ้น 0.4% สู่ระดับ 4,905.8 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินฟิวเจอร์ลดลง 3% อยู่ที่ 74.46 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ้างอิง : reuters.com