โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นมดิบล้นตลาด 13 มี.ค. "กรมการค้าภายใน" เรียกเอกชนถกด่วน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดกลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อตัวเลขส่วนเกินกว่า 200 ตันต่อวัน กำลังบีบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเร่งหาทางออก ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมที่มองว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากปริมาณนมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการข้อมูล" และ "กับดักนโยบายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้มีหนังสือด่วนที่สุด เชิญผู้ประกอบการนมพาณิชย์เข้าหารือสถานการณ์ น้ำนมดิบและการกระจายนมพาณิชย์ ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 หลังพบว่าปริมาณน้ำนมดิบที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม หลายพื้นที่เริ่มเผชิญปัญหา น้ำนมดิบส่วนเกิน และยังไม่มีแหล่งรับซื้อเพียงพอตามข้อตกลงการซื้อขาย (MOU) ปี 2568–2569 มีจำนวนกว่า 200 ตันต่อวัน

ขณะเดียวกัน ปริมาณ สต๊อกนมพาณิชย์ ที่ยังคงเหลือสะสมในระบบอยู่ในระดับสูง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในภาพรวม รวมถึงกำหนดแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์น้ำนมดิบ และแนวทางการกระจายนมพาณิชย์และส่งเสริมการบริโภคให้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางรักษาเสถียรภาพตลาดนม ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมนมไทย

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมนม กล่าว ถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำนมดิบอย่างยั่งยืน โดยระบุว่าหัวใจสำคัญคือการจัดการ Big Data ที่ชัดเจน ปัจจุบันภาครัฐไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเลขที่ว่าล้น 211 ตันต่อวันนั้นอยู่ที่ไหน หรือใครเป็นผู้ถือครองที่แท้จริง ขณะที่ดีมานด์ในตลาดพาณิชย์และนมโรงเรียนรวมกันควรจะรองรับปริมาณนมดิบที่มีอยู่ได้เกือบทั้งหมด หากมีการบริหารจัดการที่ดีพอ

หนึ่งในข้อเสนอที่คือการ"เปิดเสรีนมโรงเรียน" เพื่อทำลายข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผูกติดกับงบประมาณกลาง เสนอให้กระจายอำนาจการจัดซื้อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและโรงเรียน โดยใช้โมเดลสนับสนุนสหกรณ์และโรงงานในพื้นที่

"เราต้องให้อำนาจโรงเรียนและผู้ปกครองเลือกแบรนด์ที่เด็กอยากกินจริงๆ สหกรณ์ควรได้รับอนุญาตให้ทำแบรนด์ตัวเองแข่งกับตลาดพาณิชย์ได้ หากผู้ปกครองอยากให้ลูกกินนมที่มีคุณภาพสูงขึ้นหรือรสชาติที่หลากหลาย ก็ควรให้มีระบบเติมส่วนต่างราคาได้ วิธีนี้จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพ และทำให้สหกรณ์ไม่ต้องพึ่งพาแต่คำว่า 'นมโรงเรียน' เพียงอย่างเดียว"

สำหรับประเด็นที่เกษตรกรมักอ้างว่านมล้นเพราะโรงเรียนปิดเทอม โดยยืนยันว่า"ประเทศไทยไม่มีคำว่านมปิดเทอม" ในเชิงโครงสร้างราคา เนื่องจากสูตรการคำนวณราคานมโรงเรียนที่ตกลงกันไว้นั้น ครอบคลุมการรับซื้อน้ำนมดิบตลอด 365 วันอยู่แล้ว แม้เด็กจะดื่มจริงเพียง 260 วันก็ตาม ดังนั้นการนำเรื่องปิดเทอมมาอ้างเพื่อเรียกร้องความช่วยเหลือเพิ่มเติมจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ

ในส่วนของการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) แหล่งข่าวมองว่าไทยไม่สามารถถอยหลังกลับไปยกเลิกข้อตกลงที่ทำมานานกว่า 20 ปีได้ แต่ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ต้องทำหน้าที่เชิงรุกด้วยการเจรจาแบบ Government to Government (G2G) เพื่อเปิดทางให้นมพาสเจอร์ไรซ์ของไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้จริง

“วันนี้อุตสาหกรรมนมไทยถึงจุดที่ต้องยอมรับความจริงว่า ใครอ่อนแอก็ต้องแพ้ไป รัฐไม่สามารถอุ้มทุกคนได้ตลอดเวลา ถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) และลดต้นทุนเพื่อให้เกษตรกรไทยอยู่รอดได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน” แหล่งข่าว กล่าวย้ำในช่วงท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...