โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทลายขบวนการ “ฟอกเงิน–ฟอกคน” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟอกเงินผ่านแอปเทรดหุ้น ใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าทำวีซ่านักเรียน

สวพ.FM91

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทลายขบวนการ “ฟอกเงิน–ฟอกคน” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟอกเงินผ่านแอปเทรดหุ้น ใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าทำวีซ่านักเรียน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์(ACSC) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมและดำเนินคดี ผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย (คนไทย 7 ราย, คนจีน 1 ราย) โดยแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า, ฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มเทรดหุ้น, ควบคุมการกดเงินการโอนเงินของบัญชีม้า และเป็นเจ้าของบริษัทรับทำวีซ่า รับทำวีซ่านักศึกษาให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2568 ได้เกิดเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงข้าราชการเกษียณรายหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จนทำให้ผู้เสียหายสูญเสียเงินเก็บเป็นจำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท ต่อมาตำรวจสืบสวนขยายผล จนพบว่าขบวนการดังกล่าวได้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนชาวไทยในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 30 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้ 9 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย โอนเข้าสู่แพลตฟอร์มเทรดหุ้นต่างประเทศ ก่อนจะโอนต่อไปยังกลุ่มบัญชีม้า จากการสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้ารับเงินที่ผ่านการฟอกเงินในแพลตฟอร์มเทรดหุ้นได้ 3 ราย จากการตรวจสอบยอดเงินหมุนเวียนของบัญชีม้า 3 บัญชี พบว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการฉ้อโกงออนไลน์รวมกว่ากว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน

นอกจากนี้ จากการสืบสวนเส้นทางการเงินยังพบการโอนเงินจำนวนมากไปยัง บริษัทนายหน้ารับทำวีซ่าให้กับบุคคลต่างชาติ โดยพบว่าบริษัทดังกล่าวได้ใช้ โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่บังหน้าในการดำเนินการให้บุคคลต่างชาติเข้ามาทำวีซ่าเพื่อพำนักอยู่ในราชอาณาจักร โดยใช้สถานะ วีซ่านักศึกษา และมีการดำเนินการทำวีซ่าผ่านโรงเรียนสอนภาษาดังกล่าวแล้ว ประมาณ 600 คน พบเงินหมุนเวียนกว่า30 ล้านบาท โดยกลุ่มบุคคลต่างชาติดังกล่าวประกอบด้วยหลายสัญชาติ ได้แก่ จีน (จำนวนมากที่สุด) เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย และไต้หวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดพร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์และการฟอกเงิน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...