ทลายขบวนการ “ฟอกเงิน–ฟอกคน” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟอกเงินผ่านแอปเทรดหุ้น ใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าทำวีซ่านักเรียน
ทลายขบวนการ “ฟอกเงิน–ฟอกคน” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟอกเงินผ่านแอปเทรดหุ้น ใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าทำวีซ่านักเรียน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์(ACSC) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมและดำเนินคดี ผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย (คนไทย 7 ราย, คนจีน 1 ราย) โดยแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า, ฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มเทรดหุ้น, ควบคุมการกดเงินการโอนเงินของบัญชีม้า และเป็นเจ้าของบริษัทรับทำวีซ่า รับทำวีซ่านักศึกษาให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2568 ได้เกิดเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงข้าราชการเกษียณรายหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จนทำให้ผู้เสียหายสูญเสียเงินเก็บเป็นจำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท ต่อมาตำรวจสืบสวนขยายผล จนพบว่าขบวนการดังกล่าวได้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนชาวไทยในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 30 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้ 9 ราย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย โอนเข้าสู่แพลตฟอร์มเทรดหุ้นต่างประเทศ ก่อนจะโอนต่อไปยังกลุ่มบัญชีม้า จากการสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้ารับเงินที่ผ่านการฟอกเงินในแพลตฟอร์มเทรดหุ้นได้ 3 ราย จากการตรวจสอบยอดเงินหมุนเวียนของบัญชีม้า 3 บัญชี พบว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการฉ้อโกงออนไลน์รวมกว่ากว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ จากการสืบสวนเส้นทางการเงินยังพบการโอนเงินจำนวนมากไปยัง บริษัทนายหน้ารับทำวีซ่าให้กับบุคคลต่างชาติ โดยพบว่าบริษัทดังกล่าวได้ใช้ โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่บังหน้าในการดำเนินการให้บุคคลต่างชาติเข้ามาทำวีซ่าเพื่อพำนักอยู่ในราชอาณาจักร โดยใช้สถานะ วีซ่านักศึกษา และมีการดำเนินการทำวีซ่าผ่านโรงเรียนสอนภาษาดังกล่าวแล้ว ประมาณ 600 คน พบเงินหมุนเวียนกว่า30 ล้านบาท โดยกลุ่มบุคคลต่างชาติดังกล่าวประกอบด้วยหลายสัญชาติ ได้แก่ จีน (จำนวนมากที่สุด) เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย และไต้หวัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดพร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์และการฟอกเงิน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตาม