โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมนฯ ยูไนเต็ดไร้พ่ายใน พรีเมียร์ลีก 7 นัดต่อเนื่อง หลังเฉือนชัยฟูแลมสุดดราม่า

Khaosod

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 16.06 น.
(REUTERS/Phil Noble)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใน พรีเมียร์ลีก 7 นัดติดกัน หลังเฉือนชนะฟูแลมสุดดราม่า เนื่องจากโดนตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่มายิงประตูชัยหลังจากนั้นอีกที

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “เจ้าสัวน้อย”ฟูแลม

เริ่มเกมมา 5 นาที แมนฯ ยูไนเต็ดได้ลุ้นแบบจะแจ้งก่อน ค็อบบี เมนู จ่ายบอลให้ อาหมัด ดิยัลโล เลี้ยงจี้เข้าพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนโยกเข้าซ้ายแล้วปั่นลูกตรงกรอบ แบร์นด์ เลโน ต้องออกแรงพุ่งปัดทิ้ง

นาที 13 ฟูแลมได้เตะมุมฝั่งขวาแล้วเริ่มด้วยการเล่นส่งสั้น ก่อนจะเป็น แฮร์รี วิลสัน เปิดไปถึงเสาสอง ฆอร์เก กูเอ็นกา จึงโขกชงต่อให้ โยอาคิม แอนเดอร์เซน เหยียดขาจิ้มระยะเผาขน เซนเนอ ลัมเมนส์ ยังไวปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

นาที 16 มาเตอุส คุนญา กระชากบอลเข้าพื้นที่เขตโทษด้านขวาแล้วโดน ฆอร์เก กูเอ็นกา ตามเหนี่ยวรั้งก่อนเสียบล้มลง ผู้ตัดสินจึงเป่าให้จุดโทษแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทีมงานวีเออาร์มองว่าการทำฟาวล์เกิดขึ้นตั้งแต่นอกเขตโทษ “ปีศาจแดง” จึงได้เพียงฟริคิกแทน

อย่างไรก็ตาม จังหวะต่อเนื่องที่แมนฯ ยูไนเต็ดเล่นฟรีคิกนาที 19 บรูโน แฟร์นานเดส เปิดบอลไปให้ คาเซมิโร กระโดดขึ้นโขกเสียบตาข่าย “ปีศาจแดง” จึงได้ประตูออกนำ 1-0 และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก

ครึ่งหลังนาที 48 ดิโอโก ดาโลต์ ตัดบอลได้บริเวณครึ่งสนามแล้วพาบุกขึ้นมา ก่อนแทงทะลุแนวรับให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม โฉบมายิงติดบล็อก แบร์นด์ เลโน ที่ออกมาปิดมุมไว แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ได้ประตูเพิ่ม

นาที 52 ฟูแลมได้ฟรีคิกบริเวณหน้าเส้นเขตโทษเยื้องไปทางด้านขวา แฮร์รี วิลสัน ปั่นด้วยซ้ายลูกโค้งอ้อมกำแพงไปตรงตัว เซนเนอ ลัมเมนส์ ทุบออกไปได้

นาที 56 คาเซมิโร สบช่องแทงบอลทะลุแนวรับให้ มาเตอุส คุนญา หลุดเข้าพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนที่คุนญาจะกดเต็มข้อลูกพุ่งแสกหน้านายทวารเสียบตาข่าย แมนฯ ยูไนเต็ดบวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0

นาที 65 ฟูแลมได้ฟรีคิกระยะประมาณ 20 หลา ราอูล ฆิเมเนซ ยิงไปติดกำแพงลูกปลิ้นมาเข้าทาง ซามูเอล ชุกวูเซ ยิงในเขตโทษอีกทีบอลติดกองหลัง แต่บอลยังกระดอนมาหา ฆอร์เก กูเอ็นกา ยิงซ้ำดาบสามเข้าไป

อย่างไรก็ตาม ทีมงานวีเออาร์เช็กภาพย้อนหลังแล้วตัดสินว่าจังหวะเล่นของ ซามูเอล ชุกวูเซ ล้ำหน้าไปก่อนเพียงนิดเดียว ฟูแลมจึงถูกริบประตูนี้ไป

นาที 75 แมนฯ ยูไนเต็ดเกือบบวกสกอร์เพิ่มอีก อาหมัด ดิยัลโล เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ เบนยามิน เซสโก กระโดดขึ้นโขกเหน่งๆ บอลเด้งพื้นแล้วไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาที 81 โอกาสเป็นของฝั่งฟูแลม โยอาคิม แอนเดอร์เซน เปิดบอลขึ้นหน้าเข้าพื้นที่เขตโทษแล้วลูกหลุดไปถึง ราอูล ฆิเมเนซ พักลงก่อนยิงโดนไม่เต็มเท้า แต่ลูกก็ทำท่าจะเข้าจนบีบให้ เซนเนอร์ ลัมเมนส์ ต้องล้มตัวปัดทิ้ง

นาที 83 ราอูล ฆิเมเนซ ได้หลุดเข้าเขตโทษไปยิงติดเซฟนายทวาร จังหวะเดียวกับที่ แฮร์รี แม็กไกวร์ สไลด์เข้ามาเสียบทำฟาวล์ ผู้ตัดสินจึงให้จุดโทษแก่ฟูแลม ฆิเมเนซรับหน้าที่สังหารเองเข้าไปในนาที 85 ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-2

นาที 90+1 แฟนบอลเจ้าบ้านต้องเงียบกริบ เควิน พาบอลบุกมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วทำชิ่งกับ ไรอัน เซสแซญง ทำให้เควินได้ตัดเข้ามาปั่นด้วยขวาจากบริเวณเส้นหน้าเขตโทษ บอลโค้งหนีมือนายทวารเสียบเสาสองสุดสวย ฟูแลมตีเสมอ 2-2

นาที 90+4 เกิดดราม่าซ้อนดราม่าอีก นูสแซร์ มาซราวี จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ บรูโน แฟร์นานเดส มีพื้นที่หลุดมาทางกราบขวาแล้วเปิดเรียดเข้าเขตโทษ เบนยามิน เซสโก พักได้ก่อนตวัดยิงเสียบตาข่าย กลายเป็นประตูชัยให้แมนฯ ยูไนเต็ดเฉือนชนะ 3-2

ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดไม่แพ้แมตช์ในลีกเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกัน โดยตอนนี้ทีมลงเตะไปแล้ว 24 นัด เก็บเพิ่มเป็น 41 คะแนน ขยับขึ้นมาอันดับ 4 อีกครั้ง ส่วนฟูแลมที่ลงสนามเท่ากันมีอยู่ 34 คะแนน อยู่อันดับ 8

ผลคู่อื่น แอสตัน วิลลา แพ้ เบรนต์ฟอร์ด 0-1, น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แมนฯ ยูไนเต็ดไร้พ่ายใน พรีเมียร์ลีก 7 นัดต่อเนื่อง หลังเฉือนชัยฟูแลมสุดดราม่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...