โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ชี้ รับมือความท้าทาย ประเมิน ภาษีทรัมป์หลังศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาด

JS100

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 08.21 น. • JS100:จส.100
นายกฯเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ชี้ รับมือความท้าทาย ประเมิน ภาษีทรัมป์หลังศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาด

กรณีศาลสูงสุดสหรัฐ ตัดสิน ”ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ผู้นำสหรัฐ ไม่มีอำนาจปรับเพิ่มภาษีนำเข้ากับหลายประเทศ เพราะใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ให้ไว้ในกฎหมาย IEEPA นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทย หารือกับทีมเศรษฐกิจ ทั้งนายเอกนิติ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการรับมือเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ยอมรับว่าต่างชาติให้ความเชื่อมั่นไทย เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง จนทำให้ดัชนีหุ้นไทย แตะระดับ 1,500 จุด สะท้อนความมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย การคาดการณ์ GDP ไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คลังจึงมั่นใจจีดีพีปี 69 โตได้ร้อยละ 2.5-3 ทำให้หลายหน่วยงานเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยดีขึ้นจากโมเมนตัมในไตรมาส 4 เติบโตร้อยละ 2.5 เมื่อรัฐบาลกำหนดนโยบายให้ปีนี้เป็น "ปีแห่งการลงทุน" จะช่วยดัน GDP ให้ขยายตัวได้ จึงมอบนโยบายให้เลขาธิการ BOI เร่งผลักดันโยบายลงทุน BOI Fast Pass มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท ด้วยการปลดล็อกกฎ กติกา และข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อสร้างฐานการผลิตและดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะต้องการให้เงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยตรง FDI มากกว่าการเก็งกำไรในตลาดทุน

ที่ประชุมเมื่อวานนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการปรับมาตรฐานภาษีให้เท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจึงต้องเน้นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นายกฯ ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย โดยมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปเตรียมการขับเคลื่อนในส่วนนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่ความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการเร่งส่งออกจะช่วยหนุนให้การเติบโตของ GDP เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาดทุนและการค้าโลกอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาคการส่งออกและขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าภาษีนำเข้าทรัมป์ จัดเก็บร้อยละ10-15 มีผลบังคับใช้เพียงช่วง 150 วัน เชื่อว่าภาคส่งออกจะปรับตัวได้ โดยกระทรวงพาณิชย์มีการตั้งทีมติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อได้เร่งส่งออกในช่วง 1-2 เดือนแรก จะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เมื่อทุกประเทศถูกเก็บภาษีนำเข้าเท่าเทียมกัน ช่วยให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกลับมาเท่าเทียมกับประเทศอื่นมากขึ้น จากเดิมที่บางประเทศเก็บเพียงร้อยละ 10 ขณะที่ไทยร้อยละ 19

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ต้องประเมินดูการจัดเก็บภาษีนำเข้าของ ”ทรัมป์“ ในรายสินค้าของแต่ละประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างไร และสร้างความเสียหายอย่างไร และต้องคอยติดตามอย่างใกล้ในระยะยาว มองว่า ”ทรัมป์“ เรียกเก็บภาษีร้อยละ 15 ในช่วง 5 เดือน เพื่อเรียกเจรจากับหลายประเทศ เหมือนที่เคยดำเนินการมาแล้ว เพราะเมื่อเลยกำหนด 150 วัน ทุกประเทศต้องการภาษีในอัตราที่เหมาะสม

เช่นเดียวกับ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ต้องจับตาดูว่าในช่วงถัดไป สหรัฐจัดเก็บภาษีรายประเภทอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าที่สหรัฐเสียเปรียบ จะถูกเก็บภาษีอัตราสูง และเมื่อทุกประเทศถูกสหรัฐเก็บภาษีในอัตราเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก ผู้ส่งออกจึงต้องแสดงศักยภาพในการส่งออกและอาศัยจังหวะในช่วงนี้ ปรับแนวทางการส่งออกให้สูงขึ้น และมองการถูกเก็บภาษีว่าช่วงนี้ จะส่งออกไปสหรัฐได้มากขึ้น

#ภาษีทรัมป์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...