โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

การบินพลเรือน แนะผู้โดยสารใช้อุปกรณ์ล็อกกระเป๋าที่ได้มาตรฐาน เตรียมพร้อมก่อนผ่านจุดตรวจค้นสนามบิน เพื่อให้การเปิดตรวจค้นในกรณีจำเป็นทำได้เหมาะสม

BTimes

อัพเดต 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.05 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สำนักงาน การบินพลเรือน แห่งประเทศไทย (CAAT) ประชาสัมพันธ์แนวทางการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยอากาศยาน ตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

CAAT ขอแนะนำให้ผู้โดยสารเลือกใช้อุปกรณ์ หรือระบบล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วย Master Key หรือ TSA Master Tool เพื่อให้การเปิดตรวจค้นในกรณีจำเป็นสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสัมภาระลงทะเบียน (กระเป๋าโหลดใต้ท้องอากาศยาน) ของผู้โดยสาร

ทั้งนี้ การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน เป็นมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยการบินตามมาตรฐานสากล หากมีการเปิดตรวจค้น สนามบินจะดำเนินการจัดเก็บหลักฐาน และแจ้งผู้โดยสารผ่านเอกสารแจ้งการตรวจค้นสัมภาระ โดยในกรณีที่ตรวจพบวัตถุต้องห้ามบรรทุกไปกับอากาศยาน พนักงานตรวจค้นมีอำนาจยึดวัตถุดังกล่าวไว้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

CAAT จึงขอความร่วมมือผู้โดยสาร ตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามก่อนการเดินทาง และเลือกใช้อุปกรณ์ล็อกที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัย ความสะดวก และความมั่นใจตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ CAAT ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้โดยสาร เมื่อต้องเข้ารับการตรวจค้นก่อนการเดินทางโดยอากาศยาน ตามข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 113 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจค้น เพื่อการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งปรับปรุงรูปแบบ และขั้นตอนการตรวจค้นให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และข้อเสนอแนะด้านการรักษาความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO)

การปรับข้อกำหนดดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของประเทศไทย ให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน ทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจค้น และลดความล่าช้าในการเดินทางของผู้โดยสาร

CAAT ขอความร่วมมือผู้โดยสารเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจค้น โดยผู้โดยสารควรปลด หรือแยกสิ่งของที่อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการตรวจ เช่น เสื้อคลุม หมวก เข็มขัด นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ และรองเท้าที่มีส้นหนา ใส่ถาดที่สนามบินจัดเตรียมไว้ เพื่อนำผ่านเครื่องเอกซเรย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานตรวจค้นอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจเป็นการตรวจด้วยเครื่องตรวจจับโลหะชนิดเดินผ่าน (Walk Through Metal Detector: WTMD) เครื่องตรวจวัตถุตามร่างกาย (Body Scanner) หรือการตรวจค้นด้วยมือ (Pat Down) ตามความจำเป็น

ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย และคำนึงถึงสิทธิของผู้โดยสารเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินของประเทศให้อยู่ในระดับสากล และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...