โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปี 2025 มหาสมุทรดูดซับความร้อนในปริมาณมหาศาลที่สุด

the Opener

เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 07.31 น. • The Opener

ปี 2025 เป็นปีที่มหาสมุทร“ดูดซับความร้อน” ในปริมาณมหาศาลที่สุด นับจากที่เริ่มมีการตรวจวัดอย่างเป็นระบบตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 และเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันที่มหาสมุทรดูดซับความร้อนเอาไว้มากกว่าปีก่อนหน้า

งานวิจัยซึ่งเป็นผลงานของทีมนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 50 คนจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ตีพิมพ์ในวารสาร Advances in Atmospheric Science เผยว่า ในปี 2025 มหาสมุทรของโลกดูดซับความร้อนเพิ่มขึ้นอีก 23 เซตตะจูล (zettajoules) ซึ่งเป็นปริมาณสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการวัดอย่างเป็นระบบในทศวรรษ 1960 โดยที่ตัวเลขนี้สูงกว่าปริมาณการดูดซับของปี 2024 อย่างมาก ที่มหาสมุทรมีการดูดซับความร้อนเพิ่มขึ้น 16 เซตตะจูล

จูล (joule) คือ หน่วยวัดพลังงาน พลังงาน 1 จูล สามารถจ่ายไฟให้หลอดไฟขนาดเล็กให้สว่างได้หนึ่งวินาที หรือทำให้น้ำ 1 กรัมอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ 1 เซตตะจูลนั้นเท่ากับ หนึ่งล้านล้านล้านจูล ความร้อน 23 เซตตะจูลที่มหาสมุทรดูดซับไปในปี 2025 หากเขียนออกมาจะเป็น 23,000,000,000,000,000,000,000 จูล

จอห์น อับราฮัม ศาสตราจารย์ด้านเทอร์โมไดนามิกส์ จากมหาวิทยาลัยเซนต์โทมัส หนึ่งในทีมวิจัย บอกว่า ปี 2025 เป็นปีแห่งความร้อนที่บ้าคลั่งสุดๆ และยกตัวอย่างเปรียบเทียบปริมาณความร้อนที่มหาสมุทรดูดซับเข้าไปกับพลังงานที่เกิดจากระเบิดปรมาณู โดยบอกว่า การดูดซับความร้อนที่เพิ่มขึ้นในปี 2025 มีพลังงานเทียบเท่ากับพลังงานจากระเบิดปรมาณูที่ทิ้งถูกทิ้งในเมืองฮิโรชิมาในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึง 12 ลูก หรือเป็นพลังงานที่มากพอจะต้มน้ำในสระว่ายน้ำโอลิมปิกได้ 2 พันล้านสระ หรือมากกว่าปริมาณไฟฟ้าที่มนุษย์ทั้งโลกใช้รวมกันถึงกว่า 200 เท่า

มหาสมุทรเป็นแหล่งดูดซับความร้อนที่ใหญ่ที่สุด โดยดูดซับความร้อนส่วนเกินที่ถูกกักไว้ในชั้นบรรยากาศไว้มากกว่าร้อยละ 90 โดยที่ความร้อนบางส่วนจะทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงขึ้น แต่ความร้อนจำนวนมากจะค่อยๆ เคลื่อนตัวลงสู่ก้นมหาสมุทร

“ถ้าทั้งโลกถูกปกคลุมด้วยมหาสมุทรตื้นๆ ความลึกแค่ไม่กี่ฟุต มันก็คงอุ่นขึ้นเร็วพอๆ กับพื้นดิน แต่เพราะความร้อนจำนวนมหาศาลไหลลงไปสะสมในมหาสมุทรส่วนลึก เราจึงเห็นว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเพิ่มขึ้นช้ากว่าอุณหภูมิบนบก” ซีค เฮาส์ฟาเธอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจาก Berkeley Earth หนึ่งในทีมวิจัยอธิบาย

ซีค บอกว่า ปริมาณความร้อนที่สะสมอยู่ในมหาสมุทรส่วนลึกนั้น เป็นตัวชี้วัดสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลต่อโลกอย่างไร

งานวิจัยนี้ ประเมินการเพิ่มขึ้นของความร้อนในมหาสมุทร โดยอาศัยทั้งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของการอุ่นขึ้นของมหาสมุทร และข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลจำนวนมหาศาลที่เก็บจากทั่วโลก

“มหาสมุทรต้องใช้เวลาถึง 100 ปี กว่าจะอุ่นขึ้นในระดับความลึกขนาดนี้ และแม้ว่าเราจะหยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลตั้งแต่วันนี้ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปีที่ความร้อนเหล่านี้จะหมุนเวียนผ่านมหาสมุทร เราจะต้องจ่ายต้นทุนนี้ไปอีกนานมาก เพราะเรานำความร้อนนั้นใส่ลงไปในมหาสมุทรแล้ว” ราฟาเอล คูเดลา ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์มหาสมุทรจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ กล่าว

ที่มา
The oceans just keep getting hotter

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...