โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซีรีส์ ‘Girl Rules กฎหลัก...ห้ามรักเธอ’ เรื่องราวสุดแซ่บของแซฟฟิก 3 คู่ ที่มาพร้อมปัญหาที่ผู้หญิงมักเจอในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การโดนแอบถ่าย จนถึงการติดอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิก

Mirror Thailand

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 09.41 น.
ภาพไฮไลต์

หนึ่งในซีรีส์แซฟฟิกปีนี้ที่หลายคนรอคอยจะขาด ‘Girl Rules กฎหลัก…ห้ามรักเธอ’ ไปไม่ได้ เพราะเป็นโปรเจ็กต์ที่มัดรวมนักแสดงหญิงมากฝีมือจากบ้าน GMMTV ถึง 6 คน มาพร้อมกับเรื่องราวความสัมพันธ์แบบสายไฟประเทศไทย ที่นอกจากจะยุ่งเหยิงและซับซ้อนแล้ว ยังแซ่บพริกสิบเม็ดอีกด้วย

‘Girl Rules กฎหลัก…ห้ามรักเธอ’ เล่าถึงความสัมพันธ์ของเหล่าคนเบื้องหลังวงการแฟชั่น 3 คู่ 3 สไตล์ ‘ปริม’ ผู้กำกับสาวที่ต้องกลับมาทำงานร่วมกับ ‘แบมบี้’ แฟนเก่าที่ทิ้งไปโดยไร้คำอธิบาย ‘ชาช่า’ นางแบบตัวท็อปที่ตามจีบ ‘กอหญ้า’ สไตล์ลิสต์สุดมั่นใจที่แอบชอบ ‘ปริม’ และคู่สุดท้าย ‘มิน’ โปรดิวเซอร์สาวที่เคยคบกับผู้ชายท็อกซิก จนได้มารู้จักกับ ‘แพรว’ รุ่นน้องช่างภาพที่ทำให้มุมมองความรักของมินเปลี่ยนไป ไม่ว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเธอจะซับซ้อนแค่ไหน แต่กฎเดียวที่ต้องยึดไว้เพื่อความปลอดภัยของหัวใจคือ ‘ห้ามรักเธอ’

ออนแอร์ไปเพียงแค่ตอนแรก เนื้อเรื่องก็เริ่มเข้มข้นแล้ว เพราะในเรื่องราวของแต่ละคู่นั้นสอดแทรกประเด็นความสัมพันธ์ยุคใหม่ มุมมองความรักที่ Healthy รวมถึงนำเสนอภาพปัญหาที่ผู้หญิงจำนวนมากพบเจอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ‘ปัญหาผู้หญิงโดนแอบถ่าย’ , ‘การชัดเจนในจุดยืนความต้องการของตัวเอง’ และ ‘การอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิก’

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์

ผู้หญิงโดนแอบถ่าย

ในซีรีส์มีฉากหนึ่งเล่าว่า ‘กอหญ้า’ โดนผู้ชายแอบถ่ายรูปขณะออกกำลังอยู่ที่ยิม ซึ่งหลังจากนั้น ‘ชาช่า’ ได้เข้ามาช่วย ทำให้พบว่า ชายคนนั้นไม่ได้แอบถ่ายแค่กอหญ้าเท่านั้น แต่ยังมีรูปของผู้หญิงคนอื่นอยู่ในโทรศัพท์เต็มไปหมด ฉากนี้สะท้อนถึงปัญหาการโดนแอบถ่ายที่ผู้หญิงจำนวนมากเผชิญ โดยชี้ให้เห็นว่า ผู้กระทำผิดมักพูดจาในเชิง Gaslighting เหยื่ออย่างไร เช่น “บอกแล้วว่าไม่ได้ถ่าย ไม่ได้สวยขนาดนั้น” ทั้งที่ความสวยไม่ใช่จุดตัดสินว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจะโดนคุกคามทางเพศหรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชาช่าตั้งคำถามว่าจะมีที่ไหนปลอดภัยสำหรับผู้หญิงบ้าง

“นี่ไม่ได้แต่งตัวโป๊อะไรเลยนะ แม่งถ่ายทำไมวะ”

“ต่อให้เธอห่มผ้า หรือใส่เสื้อคอเต่าอะ คนจะถ่าย มันก็ถ่าย อยากแต่งอะไรก็แต่งไปเหอะ”

นอกจากนี้ยังปลูกฝังทัศนคติเรื่อง ‘การไม่โทษเหยื่อ’ (Victim Blaming) เพราะเมื่อมีเหตุการณ์คุกคามทางเพศเกิดขึ้น สังคมมักจะกล่าวโทษเหยื่อก่อนเสมอ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายและสถานที่ ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนหรืออยู่ที่ใด ก็ไม่ควรมีใครถูกคุกคามทางเพศทั้งนั้น และการแต่งกายของเหยื่อไม่เคยเป็นต้นตอความผิดของเหตุคุกคามทางเพศมาตั้งแต่ต้น

ชัดเจนในจุดยืนของตัวเอง

“พี่บอกเลยว่าพี่ยังให้ตอนนี้ไม่ได้ ถ้าเราจะทำอะไรกันคืนนี้ เราก็แค่สนุกกัน เราโอเคปะล่ะ”

ตัวละคร ‘ปริม’ เป็นตัวแทนของคนที่ชัดเจนในจุดยืนความต้องการของตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มสานสัมพันธ์กับใครสักคน เพราะเมื่อ ‘กอหญ้า’ แสดงออกว่าสนใจ และอยากเป็นมากกว่าพี่น้อง ‘ปริม’ ก็ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่พร้อมมีความสัมพันธ์ผูกมัด ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีกับตัวเองแล้ว ยังแฟร์กับกอหญ้าด้วย เพราะเป็นการพูดคุยและตกลงกันโดยที่ทั้งสองฝ่ายต่าง Consent

“แล้วแกไม่คิดถึงความรู้สึกฉันบ้างเหรอ แกหายไปเป็นปี ฉันพยายามติดต่อแก แต่แกไม่ส่งข่าวสารอะไรเลย แล้วพอแกกลับมา แกมาบอกว่าคิดถึงฉัน แล้วความรู้สึกฉันล่ะ”

นอกจากนี้ การกลับมาของ ‘แบมบี้’ ยังไม่ได้ทำให้ ‘ปริม’ กลับไปในทันที แม้ว่าลึกๆ แล้ว เจ้าตัวจะยังรู้สึกดีกับแฟนเก่า แต่เหตุผลย่อมสำคัญไม่แพ้ความรู้สึก เพราะการที่แบมบี้หายไปโดยไร้คำอธิบาย หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า ‘Ghosting’ สะท้อนให้เห็นว่า แบมบี้ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของปริมมากขนาดนั้น

ต่อให้แบมบี้จะอธิบายว่า ความติสต์แตกไม่อยากเจอผู้คนคือนิสัยปกติของเธอ แต่ปริมก็ยังคงเคารพความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ยอมลดมาตรฐานที่ต้องการจากคนรัก พร้อมตั้งคำถามกลับไปว่าแบมบี้ไม่คิดจะเปลี่ยนนิสัยหน่อยเหรอ?

การอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิก

“แพรวว่าแผ่นหลังผู้หญิงมันมีเสน่ห์ มันบอกเรื่องราวว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง อย่างคนนี้เขาก็เจอความสัมพันธ์ที่มันท็อกซิก เขาทนอยู่ด้วย เพราะว่าเขากลัว…กลัวว่าจะไม่มีใครรักเขาอีก”

หลายครั้งที่คนเรามักไม่เข้าใจว่า ทำไมบางคนถึงเลือกที่จะอดทนอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิก ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายทำร้ายจิตใจ หรือแม้กระทั่งร่างกายของตัวเองอย่างไร แต่นั่นก็เป็นเพราะเรามองสิ่งที่เกิดขึ้นจากมุมมองของบุคคลที่ 3 เราจึงไม่มีทางรู้ว่าคนคนนั้นพบเจอประสบการณ์แบบไหนในชีวิตมาบ้าง จนหล่อหลอมให้เขาเลือกที่จะทนอยู่มากกว่าเดินจากไป อย่างในนิทรรศการภาพถ่ายของ ‘แพรว’ เธอก็ได้อธิบายว่า สำหรับบางคน เบื้องหลังของการเลือกที่จะอดทนต่อความสัมพันธ์ท็อกซิกคือ ‘ความกลัวไม่ถูกรัก’

อย่างไรก็ตาม ตัวละคร ‘มิน’ แสดงให้เห็นว่า เราสามารถที่จะเลือกเดินออกจากความสัมพันธ์ท็อกซิกได้ โดยเธอตัดสินใจบอกเลิกแฟนหนุ่มที่คอยบังคับให้เธอใช้ชีวิตตามที่เขาต้องการ เช่น ชวนทะเลาะเมื่อมินไปเลี้ยงฉลองวันเกิดของเพื่อนสนิทที่บาร์ เพราะหึงหวง เป็นต้น

เราไม่จำเป็นต้องยอมให้อีกฝ่ายควบคุม บงการ ทำร้าย หรือลดทอนคุณค่าในตัวเรา เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากเรายังทนอยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้น คนที่จะไม่มีความสุขก็คือตัวเราเอง และเราก็จะไม่มีทางได้พบเจอความรักที่ดีจริงๆ เสียที

ทั้งหมดนี้คือ 3 ประเด็นหลักที่ทำให้ ‘Girl Rules กฎหลัก…ห้ามรักเธอ’ มีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะนอกจากเรื่องเคมีของนักแสดง และความสัมพันธ์ที่น่าตื่นเต้นของตัวละครแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังชวนให้ผู้ชมฉุกคิดทั้งมุมมองด้านความสัมพันธ์ และปัญหาทางสังคม แล้วในตอนถัดไป ซีรีส์จะเข้มข้นขึ้นแค่ไหน หรือจะพูดถึงประเด็นใดบ้าง ก็ต้องรอดูกันต่อไป

บทความต้นฉบับได้ที่ : ซีรีส์ ‘Girl Rules กฎหลัก…ห้ามรักเธอ’ เรื่องราวสุดแซ่บของแซฟฟิก 3 คู่ ที่มาพร้อมปัญหาที่ผู้หญิงมักเจอในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การโดนแอบถ่าย จนถึงการติดอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...