โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อธิบดีกรมอุทยานฯ ยกระดับการจัดการสัตว์ป่าแบบครบวงจร

สวพ.FM91

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 11.42 น.

วันนี้( 27 มกราคม 2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) โดยในที่ประชุมมีการรายงานภาพรวมสถานการณ์ช้างป่าภาคตะวันออก ที่มีการกระจายตัวประมาณ 800 ตัว โดยในช่วงเดือนต.ค. - ธ.ค. 2568 มีการออกนอกพื้นที่จำนวน 1,292 ครั้ง ซึ่งมากกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงอากาศร้อนและแล้งแหล่งน้ำในธรรมชาติอาจไม่เพียงพอ ทั้งนี้คาดว่าจะมีการออกนอกพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ในช่วงฤดูกาลผลไม้ออกผลผลิต

อธิบดีกรมอุทยานฯ จึงได้มอบนโยบายการผลักดันช้างป่ากลับป่าเข้าป่าเพื่อความปลอดภัยของช้างและคน พร้อมทั้งเร่งรัดเตรียมความพร้อมเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าให้รวดเร็ว เมื่องบประมาณมาถึงจะได้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้มอบนโยบายการทำงานโดยเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่ารบกวนประชาชนให้เป็นวาระเร่งด่วนควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เป็นไปตามระเบียบ

ในส่วนของการแก้ปัญหาลิงรบกวนประชาชนให้มีการจัดการเชิงรุกด้วยความร่วมมือกับท้องถิ่นโดยเน้นย้ำว่าปัญหาความเดือดร้อนจากลิงแสมใน จ.ชลบุรี โดยเฉพาะบริเวณ อ.เมือง ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ภายใต้โมเดลเช่นเดียว กับ จ.ลพบุรี "ท้องถิ่นหนุนงบ อุทยานฯ หนุนวิชาการ" โดยในปีนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา ตั้งเป้าเชิงรุกดำเนินการทำหมันลิงในพื้นที่วิกฤต แยกบ้านสวน และบิ๊กซี รวมจำนวน 350 ตัว ภายในปีนี้ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโดยให้ประสานเทศบาลเมืองศรีราชา สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง "กรงพักพิงลิงมาตรฐาน" เพื่อเป็นจุดพักและควบคุมประชากรลิงอย่างยั่งยืน เปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การบริหารจัดการเชิงพื้นที่และในส่วนของกำลังเจ้าหน้าที่กำชับให้ทีมสัตวแพทย์วางแผนการทำงานแบบเป็นขั้นตอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังพลและความปลอดภัยสูงสุดให้กับทั้งคนและสัตว์

ด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า หลังรับฟังรายงานสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ได้กำชับการทำงานเชิงรุก รณรงค์ประชาสัมพันธ์แบบ"เคาะประตูบ้า" ในชุมชนพื้นที่รอบแนวป่าอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ ลดความขัดแย้งรัฐ-ประชา เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ ได้มอบหมายภารกิจเร่งด่วนในการรังวัดแนวเขตและตรวจสอบคุณสมบัติในพื้นที่เป้าหมายรวม 99,000 ไร่ โดยเฉพาะใน จ.จันทบุรี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ทั้งนี้ให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 นำ "เชียงใหม่โมเดล" มาปรับใช้ในการประสานความร่วมมือกับ อบจ. หรือ อปท. เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการรังวัด ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น

สำหรับการบริหารจัดการช้างป่า "รอยต่อชลบุรี-ระยอง" ได้สั่งการเชิงนโยบายแก่หน่วยงานในพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์ช้างป่าในเขตหนองใหญ่และพื้นที่รอยต่อจังหวัดระยองอย่างเบ็ดเสร็จ สำหรับปฏิบัติการผลักดันและเคลื่อนย้ายใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมกับอาสาสมัครผลักดันช้างพร้อมประสานตำรวจทางหลวงปิดกั้นจุดข้ามถนนให้ชัดเจน และให้ปรับแผนหน้างานขยับรัศมีพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อเลี่ยงพื้นที่ชุมชนแออัดรวมถึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าพบผู้นำชุมชนในจุดยุทธศาสตร์เพื่อชี้แจงแผนงานล่วงหน้า และให้เร่งจัดทำรายละเอียด "กองทุนเยียวยาและระบบประกันภัยภาคสมัครใจ" เพื่อเป็นหลักประกันความเสียหายแก่เกษตรกร ทั้งนี้ให้พิจารณานำอากาศยานไร้คนขับ มาใช้ระบุพิกัดช้างในจุดบอดที่เป็นป่ารกและสวนผลไม้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานภาคสนาม

"เป้าหมายของเราคือการลดประชากรช้างที่ตกค้างในพื้นที่เกษตรกรรมลงให้ได้ร้อยละ 60-80 แม้จะเป็นงานที่ต้องอาศัยความพยายามสูง แต่เราต้องทำงานเชิงรุกร่วมกับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล“

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...